
น้ำกับน้ำมัน
เรื่อง : วนิษา เรซ
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พูดถึงกระแสการดูแลสุขภาพด้วยน้ำมันประเภทต่างๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะรุม น้ำมันปลา และอีกสารพัดน้ำมัน รวมถึงการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้สุขภาพดี หนูดีเองชอบเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว พอกระแสสุขภาพดังขึ้นมายิ่งดีใจใหญ่ เพราะแปลว่ามีเรื่องดีๆ ให้เราศึกษาและนำมาทดลองทำอีกมาก
แต่ก็ได้พบกับตัวเองว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี จะเหมาะกับสภาพร่างกายของเรา เพราะคนลองใช้ก็มีร่างกายแบบหนึ่ง เราเองก็มีร่างกายอีกแบบหนึ่ง เหมือนกับคนแต่ละคนจะแพ้เครื่องสำอางแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน หนูดีว่าสำหรับ
“เทรนด์สุขภาพ” เราก็ต้องมีวิธีการใช้เหมือนเครื่องสำอางเช่นกัน คือ ลองดูก่อนว่าแพ้หรือเปล่าเริ่มจากเรื่องน้ำมัน มีอยู่วันหนึ่ง หนูดีกับคุณแม่ได้อ่านสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่งที่รับประทานน้ำมันมะพร้าวต่อเนื่องมาหลายปี อ่านแล้วดีมาก เช่น ทำให้ระบบร่างกายทำงานดีขึ้น เป็นไขมันดี และตัวหนูดีเองก็เคยอ่านรายงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวมาหลายเล่ม ทึ่งในสรรพคุณของน้ำมันชนิดนี้มานาน จนใช้สำหรับร่างกายภายนอกมาหลายปี เช่น ผมยาวขนาดนี้ หนูดีใช้น้ำมันมะพร้าวหมักเองสัปดาห์ละครั้ง เรียกว่าผมดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ หนังศีรษะก็เลิกคัน เห็นผลอย่างนี้ก็เลยลองใช้กับผิวที่แห้งจนน่าสงสารก็เห็นผลทันตา เวลาเดินทางไปเมืองหนาว หนูดีต้องพกน้ำมันนี้ไปด้วยทุกครั้ง ไว้ใช้หลังอาบน้ำกันผิวแตก
พอได้อ่านเรื่องการรับประทาน ก็เลยตัดสินใจว่า
“จะลองกินดูสักที” ตามตำราบอกว่าให้กิน 2 ช้อน ก่อนอาหารเช้า หนูดีก็กินตามนั้นแล้วไปรำมวยจีน ปกติรำ 9 ท่าสบายๆ เริ่มต้นไปสักพักก็เหงื่อออกแบบผิดสังเกต ซึ่งเขาบอกไว้แล้วว่า น้ำมันนี้จะทำให้ร่างกายร้อน เผาผลาญดี มือเท้าอุ่น ซึ่งเหมาะมากกับหนูดีที่มือเท้าเย็นตลอดเวลา แต่ไม่นึกว่าจะร้อนขนาดนี้ รำมวยไปอีกสักพักเหงื่อเริ่มไหลเหมือนน้ำพุ ซึ่งในชีวิตหนูดีเป็นคนที่เหงื่อแทบไม่ออกเลย แม้ไปเดินจตุจักรกลางวันก็ยังเหงื่อออกแค่ซึมๆ เท่านั้น แต่นี่พอรำมวยถึงท่าที่ 6 เท่านั้นก็เหมือนจะเป็นลม ใจหวิวๆ ต้องนั่งพัก แล้วเลยเลิกออกกำลัง แต่ไปรับประทานอาหารเช้าแทนอาการถึงดีขึ้น แต่ยังรู้สึกประหลาดข้างในวันรุ่งขึ้นหนูดียังไม่เข็ดค่ะ คิดว่าเป็นช่วงร่างกายปรับตัว เพราะตอนอยู่อเมริกาหนูดีเคยหาแพทย์ทางเลือกทำดีทอกซ์อยู่เป็นปี ช่วงแรกๆ ก็แบบนี้ เหมือนถอนพิษ จะมีวูบๆ ตัวร้อน อยากอาเจียน คุณหมอบอกเป็นเรื่องปกติเดี๋ยวก็หาย แล้วก็หายจริงๆ ก็เลยคิดว่าหนนี้น่าจะเหมือนกัน ลองดื่มอีก แต่แล้วก็เป็นเหมือนเดิมเลย คือ เหงื่อออกเต็มตัว ใจหวิวๆ อยากอาเจียน เลี่ยน แต่บังเอิญวันนั้นหนูดีต้องไปบรรยายให้คนฟังเป็นพันคน ไม่สามารถยกเลิกได้แน่นอนเพราะจองตัวกันล่วงหน้ามาเป็นเดือน หลังจากสะกดความพะอืดพะอมไว้ได้ บรรยายจนจบ โชคดีที่ไม่เกิดอะไรขึ้นแม้จะยังรู้สึกไม่สบาย
คราวนี้เข็ดเลยค่ะ ถ้าจะลองอาหารสุขภาพแนวใหม่ ต้องลองสุดสัปดาห์เท่านั้น เพราะร่างกายของเราก็มีสิ่งที่แพ้ได้ ไม่เหมือนร่างกายคนอื่นๆ นึกถึงตอนที่หนูดีไปตรวจเลือดแล้วพบว่าแพ้ปลาทูน่า ทั้งๆ ที่กินมาเป็นปีตอนอยู่เมืองนอก เรียกว่าเป็นอาหารหลักก็ว่าได้ เพราะอร่อยและมีประโยชน์ แถมพอเรียนด้านสมองก็เริ่มกินน้ำมันปลาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน คิดว่าดี พอรู้ว่าแพ้ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นน้ำมันจากเมล็ดแฟล็กซ์แทน
และเรื่องน้ำ ก็เหมือนน้ำมันค่ะ เพราะว่าอันตรายกับสุขภาพถ้าเราดื่มไม่เป็น เมื่อก่อนสมัยเด็กหนูดีได้ยินมาว่าให้ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว และนอนวันละ 8 ชั่วโมง แต่พอโตขึ้นก็ไม่เคยเห็นงานวิจัยชิ้นไหนเขียนไว้ดังนั้น โดยเฉพาะเรื่องนอน 8 ชั่วโมงนี่หนูดีเคยถามอาจารย์สมัยเรียนปริญญาโท อาจารย์ก็บอกว่าไม่เคยเห็นกับตาตัวเองเสียที แต่มีงานวิจัยทางสมองที่พูดถึงว่า หากเรานอนน้อยกว่าคืนละ 6.5 ชั่วโมงแล้วจะมีผลกระทบทำให้สมองสั่งการได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ส่วนเรื่องน้ำ เวลาหนูดีอ่านคุณหมอแนะนำ ก็มักจะแนะนำตามน้ำหนักตัว เช่น น้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม อย่างหนูดีดื่มสัก 7.5 แก้ว และค่อยๆ เพิ่มไปตามน้ำหนักตัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ไม่ควรดื่มมากเวลารับประทานอาหาร เพราะว่าน้ำย่อยจะถูกเจือจางลง ทำให้ย่อยได้ไม่ดี น้ำย่อยนั้นศาสตร์ตะวันออกเปรียบเป็นธาตุไฟ เจอน้ำรดเข้าไฟก็มอด ตำราบอกว่าอาหารจะหมักหมม เกิดเป็นของเสียและมีแก๊สในร่างกาย หากนานไปความร้อนที่เกิดจากอาหารหมักหมมนี้จะทำให้เป็นร้อนในอ่านแล้วก็กลัว เพราะหนูดีเป็นคนดื่มน้ำเยอะมาก ไม่เว้นแม้แต่ตอนมื้ออาหาร บางมื้อดื่มทั้งน้ำผลไม้และน้ำเปล่า ก็เลยต้องลดด้วยการรินน้ำเปล่าแค่ 1/2 แก้ว แล้วดื่มเท่านั้น ห้ามเติมระหว่างมื้อ
ตอนเรียนที่อเมริกาเคยมีเคสดัง ที่พ่อแม่คู่หนึ่งบังคับจับลูกสาววัย 5 ขวบ ลงโทษด้วยการให้ดื่มน้ำเปล่า จนกว่าจะสั่งให้หยุด ในที่สุดเด็กเสียชีวิตเพราะดื่มน้ำมากเกินไป พวกเรางงกันมากว่า ดื่มน้ำมากไปนี่ตายได้ด้วยหรือ ศาสตราจารย์จึงอธิบายให้ฟังว่า เพราะระบบการทำงานของเซลล์จะล่ม เมื่อน้ำมีมากเกินไป ที่น่าโมโหก็คือ พ่อแม่คู่นี้มาร้องไห้ออกสื่อว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าลูก แค่จะลงโทษเท่านั้น เพราะเด็กขโมยอาหารในตู้เย็นกิน คนฟังเลยงงว่าเด็กเล็กหยิบอาหารในตู้เย็นกินต้องเรียกว่าขโมยด้วยหรือ
สำหรับน้ำ แม้เราได้ยินมาตลอดว่าน้ำมีประโยชน์มาก แต่ถ้าผิดเวลาและผิดปริมาณก็มีผลเสียได้ ส่วนน้ำมันต่างๆ ที่เราอ่านมาแล้วว่าดี แต่เมื่อใช้ก็ขอให้ทดลองก่อน เพื่อดูว่าเข้ากับร่างกายของเราหรือไม่ อาหารสุขภาพนั้นดีกว่าอาหารขยะแน่ แต่ศึกษาให้ดี จะได้ไม่พลาดกันนะคะ







