
นวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว
และแล้วงาน“บีโอไอแฟร์2011”ที่จัดมาตั้งแต่วันที่5ม.ค. 2555กำลังจะปิดฉากลง
และแล้วงาน“บีโอไอแฟร์2011”ที่จัดมาตั้งแต่วันที่5ม.ค. 2555กำลังจะปิดฉากลง
โดย..วรธาร ทัดแก้ว
และแล้วงาน“บีโอไอแฟร์2011”ที่จัดมาตั้งแต่วันที่5ม.ค. 2555กำลังจะปิดฉากลงในวันนี้ด้วยความตราตรึงใจของคนไทยและต่างชาติที่แวะเวียนไปชมที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และบริเวณริมทะเลสาบเมืองทอง
เป็นที่รู้ว่า“บีโอไอแฟร์”คืองานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ระดับโลกที่ผู้ผลิตสินค้าและบริการชั้นนำทั้งไทยและเทศนำมาเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก และนวัตกรรมหนึ่งในนั้นที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษในโลกปัจจุบันและอนาคตก็คือ เทคโนโลยีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกนำออกมาอวดโฉมในงานจำนวนมาก ยากที่จะกล่าวหมด...ในที่นี้ จึงนำมาแสดงแต่บางส่วนเท่านั้น
บ้านSCG HEIMรับมือแผ่นดินไหว
นี่คือนวัตกรรมบ้านเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหว 7.0 ริกเตอร์ ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใน เอสซีจี พาวิลเลียน ก่อสร้างด้วยระบบ“โมดูลาร์”โครงสร้างเสาและคานเหล็กใช้เทคนิคการเชื่อมต่อด้วยจอยต์พีซ (Joint-Piece) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างที่ทำได้เฉพาะในโรงงาน ผ่านการทดสอบวัดความแข็งแกร่งของโครงสร้างโดยใช้วิธี“ดร็อปเทสต์”(Drop Test) ซึ่งเป็นการปล่อยโครงสร้างเหล็กให้ตกลงมาจากที่สูงในระยะ 6 เมตร พร้อมผ่านการทดสอบแรงสั่นสะเทือนเสมือนเกิดแผ่นดินไหวจริงในห้องทดลอง ภายหลังการทดสอบพบว่าโครงสร้างเหล็กและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ยังคงสภาพเดิม
โครงสร้างใช้เหล็กSS400 ที่ได้มาตรฐานJISของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหล็กที่นิยมใช้ในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ เช่น โตเกียว ทาวเวอร์ มีคุณสมบัติในการทนแรงดึงได้ถึง 4,000km/cm2 เป็นเหล็กที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เรียกย่อๆ ว่าZAMคือมีการเคลือบสังกะสี (Zn) อะลูมิเนียม (AI) และแมกนีเซียม (Mg) ช่วยป้องกันสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้บ้านแข็งแรง ทนทาน มีอายุการใช้งานยืนยาวกว่าบ้านทั่วไปที่ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
ภายในติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่ฝ้าเพดานชั้น 2 และระหว่างผนังภายในและภายนอกบ้านเพื่อช่วยลดความร้อนภายในบ้าน กระจกหน้าต่างบ้านใช้กระจก 2 ชั้น ที่เคลือบฟิล์มลามิเนตพร้อมช่องว่างอากาศตรงกลาง ทำหน้าที่ป้องกันความร้อนจากภายนอกบ้านได้ดีกว่ากระจกทั่วๆ ไป จึงช่วยทำให้อุณหภูมิภายในบ้านไม่ร้อนอบอ้าว และยังช่วยลดการใช้พลังงานจากการเปิดเครื่องปรับอากาศได้มากถึง 30-45% ที่สำคัญยังเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมเพื่อให้มีอายุการใช้งานคุ้มค่า ยาวนาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสำหรับการผลิตวัสดุต่างๆ อีกด้วย
Shield-Life...ที่พักชั่วคราวผู้ประสบภัย
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและต้องการที่อยู่อาศัยชั่วคราวเร่งด่วน ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (Polyethylene) แข็งแรง น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่าย ผลงานร่วมระหว่างDesign Catalystในเอสซีจี เคมิคอลส์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ที่สามารถเปิดออกจากกันได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและการขนส่ง ด้านบนใช้เป็นหลังคาเพื่อป้องกันแดด ฝน และใช้เป็นส่วนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้ผู้ประสบภัยมีไฟฟ้าใช้ยามจำเป็น สามารถเปิดและปิดได้ ให้ความโปร่ง สบาย และมีน้ำหนักเบา ด้านล่างสำหรับนอนและนั่ง ภายในมีอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพในภาวะฉุกเฉิน เช่น เครื่องนอน แสงไฟ อุปกรณ์ประทังชีวิต เช่น วิทยุ เชือก ไฟฉาย นกหวีด น้ำดื่ม อาหารแท่งสำเร็จรูป และชุดปฐมพยาบาล
ขนาดความสูง 110 ซม. กว้าง 110 ซม. ยาว 2.8 เมตร น้ำหนัก 60 กิโลกรัม หนึ่งชุดรับน้ำหนักได้ถึง 150 กก. ออกแบบเพื่อการใช้งานสำหรับผู้ใหญ่ 1 คน หรืออาจเพิ่มเด็กเล็กได้อีก 1 คน ขึ้นกับขนาดและรูปร่างของผู้ใช้งานโดยต้องมีส่วนสูงไม่เกิน 190 ซม. เหมาะกับประเทศที่มีสภาพอากาศไม่ปกติ หรือเกิดภัยพิบัติที่ต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวเร่งด่วน
Cement Bunker...ที่อยู่อาศัยป้องกันภัยพิบัติ
ที่อยู่อาศัยรูปทรงกระบอกระบบปิด อีกนวัตกรรมจาก เอสซีจี ซิเมนต์ และซีแพค สร้างจากนวัตกรรมปูนซีเมนต์ที่ทนต่อแรงกระแทก (Shock Resistance) แรงสั่นสะเทือน คลื่น และลม ทนแรงจากแผ่นดินไหว แรงระเบิด เนื่องจากคอนกรีตที่ใช้มีความเหนียว แข็งแรง สามารถรับกำลังหรือแรงต่างๆ ได้สูง เช่น กำลังอัด กำลังดึง และกำลังดัด เนื่องจากการผสมผสานของเส้นใยที่เป็นชนิดเหล็ก (Steel Fiber) และเส้นใยไฟเบอร์ประเภทโพลีเมอร์ ซึ่งจะทำให้คอนกรีตมีความเหนียวทนทานรับแรงดึงและแรงดัดได้สูงขึ้นจนถึงรับแรงกระแทก
โดยเส้นใยเหล่านี้อาจนำมาถักหรือสานเข้าด้วยกันเป็นโครงที่หนาแน่น ประกอบกับเหล็กเสริมที่ทำหน้าที่เป็นกระดูกหรือโครงสร้างหลักและใช้มอร์ตาร์ (ปูนทราย) หรือคอนกรีตเป็นตัวเชื่อมประสานทุกวัสดุเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังอาจนำโพลีเมอร์ แอดมิกซ์เจอร์ (Polymer Admixture) มาผสม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นที่ใช้สามารถดูดซับพลังงานการสั่นสะเทือนได้ดี และยังทนทานต่อการกัดกร่อนจากสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ รวมไปถึงแรงกระแทกและการกัดเซาะของคลื่นน้ำทะเลและลมพายุ และมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ อีกทั้งยังทนทานต่อแรงระเบิดและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ วัสดุที่นำมาใช้มีการทดแทนการใช้ซีเมนต์บางส่วนด้วยวัสดุรีไซเคิลที่นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เถ้าลอย ซิลิกาฟูม หรือตะกรันเตาถลุงเหล็ก ทำให้ลดการใช้ซีเมนต์ ซึ่งหมายถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และเป็นการลดการเกิดแลนด์ฟิล (Landfill) จากการทิ้งขยะ ซึ่งการใช้วัสดุทดแทนเหล่านี้ยังปรับปรุงให้วัสดุคอนกรีตมีความทึบน้ำแข็งแรงทนทานมากขึ้นอีกด้วย ทั้งยังมีความคงทนทานสูงขึ้น จึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการซ่อมแซม
หลังคาตราช้าง เซราฟิโน โซลาร์ ไทล์
นวัตกรรมกระเบื้องหลังคาที่พัฒนาขึ้นมาบนแนวคิดช่วยลดโลกร้อนด้วยการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้เจ้าของบ้าน และประหยัดพลังงานเพื่อโลกอีกทางหนึ่งด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบพิเศษ โดยการนำแผงโซลาร์เซลล์แบบPolycrystalline Siliconที่มีอายุการใช้งานเช่นเดียวกับแผงโซลาร์เซลล์แบบผลึกทั่วไป และยังมีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 15 วัตต์-พีก (Watt-peak) ต่อแผ่น มาประกอบรวมกับหลังคาตราช้าง เอ็กซ์เซลลา รุ่นเซราฟิโน จนกลายเป็นหลังคาเซลล์แสงอาทิตย์ซึ่งสามารถติดตั้งร่วมกับหลังคาตราช้าง รุ่นเซราฟิโน สเลต และรุ่นเซราฟิโน โมเดิร์น ได้อย่างกลมกลืนเป็นผืนเดียวกัน แตกต่างจากแผงโซลาร์เซลล์ทั่วไปที่ต้องนำมาติดตั้งซ้อนบนหลังคาในภายหลัง ทำให้ไม่สวยและอาจเกิดปัญหาหลังคารั่วซึมตามมา
บ้านพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า
Honda Smart Home Systemหรือบ้านพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า จะควบคุมการใช้พลังงานในครัวเรือนแบบองค์รวมให้สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมาก ประกอบด้วยแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบแผ่นฟิล์มบาง แบตเตอรี่บ้านเพื่อเก็บกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในยามกลางคืน รวมถึงที่เหลือจากการใช้งาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบใช้แก๊สรุ่นใหม่ เครื่องทำน้ำร้อน และสิ่งที่เป็นหัวใจหลักสำคัญของบ้านอัจฉริยะคือ สมาร์ต อีมิกซ์ แมเนเจอร์ (Smart e-mix manager) หรือหน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะในบ้าน
ทั้งนี้ ฮอนด้า ได้คิดค้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบใช้แก๊สรุ่นใหม่โดยมีระบบที่เรียกว่าX-Linkซึ่งจะช่วยกระจายพลังงานความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้นโดยรวมถึง 92% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ใช้แก๊สในการผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในรูปแบบกระแสไฟฟ้าและพลังงานความร้อน
สมาร์ต อีมิกซ์ แมเนเจอร์ จะทำหน้าที่บริหารและจัดสรรพลังงานให้เหมาะสมกับอุปกรณ์พลังงานแต่ละประเภท นำไปสู่การผลิตพลังงานเพื่อบริโภคเองภายในครัวเรือน เป็นการควบคุมการใช้พลังงานทั้งที่ได้จากองค์การไฟฟ้าและที่ผลิตเองภายในบ้าน โดยอุปกรณ์พลังงานแต่ละชิ้นของระบบไม่เพียงจัดแสดงตัวเลขและข้อมูลครั้งล่าสุด อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส เครื่องยังสามารถรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพลังงานแต่ละชิ้นได้
จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้เหล่านี้ ระบบจะทำการประมวลภาพรวมและควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสมกับการใช้งานของครัวเรือนนั้นๆ ได้โดยใช้ฟังก์ชันการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น เราจะสามารถใช้ค่าไฟฟ้าใช้แก๊สครั้งล่าสุดเป็นเกณฑ์ จากนั้นเลือกโหมดการทำงานที่เน้นการใช้จ่ายค่าพลังงานหรือนำค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงมาอ้างอิง จากนั้นเลือกโหมดในการทำงานที่ควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
สมาร์ต อีมิกซ์ แมเนเจอร์ ยังรวบรวมข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์พลังงานแต่ละชิ้นให้เราสามารถควบคุมได้บนหน้าจอเดียวกัน โดยหน้าจอดังกล่าวสามารถปฏิบัติการได้ แม้จะอยู่ในตำแหน่งที่ไกลด้วยระบบแลนไร้สาย ยิ่งไปกว่านั้น ฮอนด้ายังมีบริการข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เนวี ทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ไปยังแท็บเล็ต พีซี หรือสมาร์ตโฟนได้ ไม่ว่าจะอยู่ด้านในหรือนอกอาคาร
นอกเหนือจากการจัดการพลังงานภายในที่พักอาศัยแล้ว การส่งเสริมให้ใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เช่น การใช้รถไฟฟ้า หรือรถไฮบริดปลั๊กอิน ซึ่งในการใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เครื่องสมาร์ต อีมิกซ์ แมเนเจอร์ จะช่วยทำให้การชาร์จไฟฟ้าจากบ้านพักอาศัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อต้องการชาร์จไฟให้เสียบปลั๊กเข้ากับตัวเครื่องสามารถใช้กับกระแสไฟได้ทั้ง 100 และ 200 โวลต์
โครงการฮอนด้า สมาร์ต โฮม ซิสเต็ม และการขับเคลื่อนการใช้รถด้วยไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการทดสอบใช้งาน
ทั้งนี้ บ้านพลังงานอัจฉริยะไม่เพียงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ยังสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้ด้วยฟรังก์ชันพลังงานสำรอง ซึ่งสามารถผลิตพลังงานได้จากแหล่งเชื้อเพลิงที่หลากหลาย สร้างความมั่นใจได้ว่าจะมีพลังงานใช้งานในบ้านหากไฟดับหรือเกิดภัยพิบัติ ในสภาพอากาศดี ไฟฟ้าจะถูกผลิตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่หากสภาพอากาศเลวร้ายหรือในเวลากลางคืน เครื่องกำเนิดไฟฟ้ายังสามารถผลิตไฟฟ้าได้จากแก๊สที่ส่งผ่านมาจากท่อแก๊ส และในขณะเดียวกันจะผลิตพลังงานความร้อนส่งไปยังเครื่องทำความร้อนและอ่างอาบน้ำด้วย ในกรณีที่ท่อส่งแก๊สขัดข้อง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็สามารถทำงานได้ โดยเปลี่ยนไปใช้แก๊สโคเคนแทน แม้หากไม่มีแก๊สโคเคน ก็ยังสามารถใช้วิธีถ่ายเทพลังงานจากรถสู่บ้าน โดยส่งกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถไฟฟ้าหรือไฮบริดปลั๊กอินไปยังตัวบ้านได้ ซึ่งฮอนด้ากำลังทำการศึกษาอยู่
รถยนต์-มอเตอร์ไซค์สีเขียว
สำหรับนวัตกรรมที่วิ่งฉิวๆ ไปๆ มาๆ บนท้องถนน ในงานบีโอไอแฟร์ ที่ทุกค่ายกันต่างไม่ยอมพลาดและไม่ยอมตกเทรนด์นวัตกรรมสีเขียวก็คือ การนำรถยนต์และหรือจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ปราศจากมลพิษมาโชว์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในงาน อาทิ
นิสสัน ลีฟ(NISSAN LEAF) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิดบาง ที่ให้ไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์ ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถส่งกำลังออกมาได้ 80 กิโลวัตต์ ซึ่งในกำลังระดับนี้สามารถให้การตอบสนองกับการขับที่ดี และทุกครั้งที่เบรกจะเกิดการชาร์จไฟอัตโนมัติ สามารถนำพลังงานในการเบรกกลับมาใช้ใหม่ รวมเข้ากับกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ทำให้นิสสัน ลีฟ มีระยะทำการได้ไกลถึง 160 กม. ในการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว โดยการชาร์จจากควิกชาร์จสเตชันเพียง 30 นาที เพื่อที่จะให้ได้ 80% ของความจุไฟฟ้าทั้งหมด ในขณะที่การใช้ไฟบ้านที่ 200 โวลต์ จะใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง ในการเติมไฟให้เต็มความจุของแบตเตอรี่ จึงถือว่าเป็นนวัตกรรมที่นำมาใช้ได้จริงและปราศจากมลพิษสิ้นเชิง
E-Let’sซูซูกิรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบจากซูซูกิ พัฒนาจากรถจักรยานยนต์สกูตเตอร์E-Let’s4Basketที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น เครื่องยนต์AC synchronousโดดเด่นด้วยชาร์จเจอร์ไฟฟ้าในตัว ใช้งานง่าย เพียงแค่เสียบปลั๊กชาร์จไฟในมอเตอร์ด้านล้อ กำลังมอเตอร์ต่ำกว่า 0.6 กิโลวัตต์ ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ระยะเวลาในการชาร์จ 4 ชม.ต่อ 100 วัตต์ ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ขนาดเล็กกะทัดรัด คล่องตัว และการเร่งเครื่องที่นุ่มนวล จึงใช้งานได้อย่างสบาย ที่สำคัญไม่สร้างมลพิษให้โลก ฯลฯ
เครื่องถ่ายเอกสารโตชิบาE-blueลบหมึกได้
เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันโตชิบารักษาสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่าToshiba e-STUDIO Eco MFPตัวหมึกพิมพ์สีน้ำเงิน (Eco Blue Toner) คุณสมบัติพิเศษเหนือเครื่องถ่ายเอกสารทั่วไปที่สามารถลบหมึกได้ด้วยเครื่องล้างข้อมูล หรือที่เรียกกันว่าPRD(Paper Reuse Device) ให้สามารถนำกระดาษแผ่นเดิมกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 5 ครั้ง คือสามารถลบได้ 4 ครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถสแกนข้อมูลสำคัญไว้ในฮาร์ดดิสก์ในรูปแบบไฟล์PDFก่อนจะทำการลบข้อมูลอีกด้วย ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องถ่ายเอกสารที่ลบหมึกได้เครื่องเดียวในโลก ที่สามารถลดการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการผลิตกระดาษและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศอันเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
รุ่นนี้เป็นเครื่องต้นแบบ ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนหน่วยงาน หรือองค์กรใดที่อยากใช้ อาจต้องรออีกประมาณ 2 ปี เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง
นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ชีวิต และความเป็นอยู่ของมนุษย์ในโลกปัจจุบันและอนาคต







