posttoday
หนังสีเขียว...ช่วยกู้โลกหรือแค่อินเทรนด์

หนังสีเขียว...ช่วยกู้โลกหรือแค่อินเทรนด์

26 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง วุฒิชัย สาสุข

 

 

เพราะโลกมันร้อน ร้อน ร้อน แล้วก็ร้อน แถมยังน้ำท่วม หิมะตก (ด้วยนะ) เลยต้องมองหาอะไรคูลๆ ทำแก้เซ็งเสียหน่อย เผื่อจะช่วยกอบกู้โลกใบนี้ไว้อีกแรง

พลิกอ่านหนังสือหนัง คลิกเข้าเว็บไซต์หนัง เจอก็แต่ “หนังสีเขียว” หรือที่เขาเรียก “Green Movie” เอ๋!!! รึนี่เป็นเทรนด์ที่เขากำลังฮิตกัน

ไม่รู้ละ...เมื่อนึกขึ้นได้ เลยขอรวบรวมหนังสีเขียวเรื่องเจ๋งๆ ซึ่งเนื้อหานั้นต้องขอบอกว่า แรงงงง ฮา บ้า ตีแผ่ เกาะติด สะกิดสะเกา กระชากโฉมหน้า ว่าแท้จริง ก็คุณๆๆๆ นั่นแหละ คือตัวการที่ทำให้โลกวิกฤต

 

The Age of Stupid

(สารคดี/ปี 2009)

งานกำกับโดยผู้หญิงที่ชื่อ “ฟรานนี อาร์มสตรอง” แต่ได้โปรดอย่าคิดว่ามันเป็นสารคดีเฟมินิสต์ที่มุ่งจับกลุ่มเพศแม่เป็นหลักละ เพราะเนื้อหาจริงๆ เล่าถึง การแอบทำเป็นไม่สนใจโลกร้อนของใครบางคน (หนึ่งในนั้นอาจรวมคุณอยู่ด้วย)

ได้รับคำชมที่ดี ดีกว่า An Inconvenient Truth ด้วยซ้ำ (เขาว่างั้น) ตอนฉายรอบปฐมทัศน์ หนังสร้างปรากฏการณ์ต่อมน้ำตาแตกให้แก่คนดู 63 ประเทศพร้อมกันทั่วโลกมาแล้ว (รวมทั้งบ้านเรา) ใช้ทุนน้อยแต่ลุ่มลึก โดยมีชายชรา “พีต พอสเซิลธ์เวต” (ดารารุนเดอะชาวอังกฤษ) เป็นคนเดินเรื่อง พาคนดูไปพบกับพฤติกรรมเฉยเมยต่อโลก ทั้งๆ ที่โลกเข้าขั้นวิกฤต

The Cove

(สารคดี/ปี 2009)

ตัวเต็งสารคดีออสการ์ 2010 โดยก่อนหน้ามีรางวัลจาก ซันแดนซ์ ซิดนีย์ โตรอนโต อัมสเตอร์ดัม ช่วยการันตีความเจ๋ง ผู้กำกับ “ลูอี เซโอโอส” ชวนดำดิ่งท่องสำรวจโลกใต้ทะเล ณ ประเทศญี่ปุ่น ภาพที่ปรากฏคือความเหี้ยมโหดของคนกระทำต่อฝูงโลมา

หนังจงใจให้เกิดความสะเทือนใจ ขณะเดียวกันก็เปิดโปงขบวนการดิบเถื่อนนี้โต้งๆ เพื่อหวังกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยิ่งเฉพาะรัฐบาลญี่ปุ่นที่ยังแกล้งใบ้บอด ให้หยุดทำลายล้างโลมาอันแสนน่ารักนี้ซะ

Food, Inc.

(สารคดี/ปี 2008)

ถ้ากรรมการออสการ์ปีนี้ไม่เบื่อหน่ายประเด็นมุ่งโจมตีผู้ผลิตอาหารซะก่อน นี่คือว่าที่แชมป์สารคดี จากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์กล้องก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ความเขย่าขวัญที่คุณคาดไม่ถึง ตั้งแต่ความเบียดเสียดในโรงเลี้ยงไก่ กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งในห้องเชือดวัว ผสานไอของสารเคมีที่ลอยฟุ้งทั่วทุ่งข้าวโพด รวมถึงชีวิตชาวนาที่ต่อสู้ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ แต่กลับโดนยักษ์ใหญ่ด้านปุ๋ยฟ้องจนหมดตัว

“โรเบิร์ต เคนเนอร์” ผู้กำกับ กะตีแสกหน้าเจ้าของบริษัทผู้ผลิตอาหารจังๆ ที่สำคัญเขายังไล่ด่าเช็ดเรียงตัวว่าคนเหล่านี้คือต้นตอที่ทำให้โลกวันนี้ป่วยไข้ ไม่คำนึงถึงผู้คนและสิ่งแวดล้อม หวังก็แต่จะกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองถ่ายเดียว

An Inconvenient Truth

(สารคดี/ปี 2006)

“อัล กอร์” โด่งดังยิ่งกว่าตอนลงสมัครชิงประธานาธิบดี ก็เพราะสารคดีเรื่องนี้ ยิ่งหนังชนะออสการ์ปี 2007 เขาจึงกลายเป็นฮีโร่ในคราบนักการเมืองกู้โลกขึ้นมาทันควัน

เจตนาหนังจะนำเสนอความเปลี่ยนแปลงของโลก โลกที่เข้าขั้นวิกฤต โดยมีคนเป็นตัวการ แต่ไม่วายก็โดนมองว่านี่ใช่แผนรณรงค์หาเสียงของ อัล กอร์ หรือเปล่า สุดท้ายด้วยความตั้งใจดีและตัวหนังก็ดีจริงๆ มันเลยลบคำครหานั้นได้ อัล กอร์ ดารานำได้คะแนนนิยม เดวิส กุกเกนไฮม์ ผู้กำกับได้คำชมไปเต็มๆ

Green Porno

(หนังสั้น/ปี 2008)

โป๊ๆๆ โป๊แน่ๆ อ้อ! แต่โป๊แบบแมลงนะจ๊ะ “อิซาเบลลา รอสเซลลินี” อดีตนางแบบ อดีตดาราสาวใจกล้า (รับบทมาโซคิสต์ ในหนัง Blue Velvet ของ เดวิด ลินช์) ลูกสาวคนงามของยอดผู้กำกับ “อิงกริด เบิร์กแมน” ผันมาเอาดีกับการทำหนังสั้นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่รุ่มรวยขันสุดๆ ด้วยการนำเสนอการเลิฟซีนของแมลงชนิดต่างๆ

ชื่อก็บอกทนโท่ว่าหนังโป๊ เธอจึงแปลงร่างแต่งตัวเป็น แมลงปอ ผึ้ง แมงมุม หนอน ฯลฯ จากนั้นก็เลียนแบบฉากเซ็กซ์เหล่าแมลง โอ๊ะโอ!?! “ฉันสนใจสัตว์มาตลอด และฉันรู้ว่าแมลงแต่ละชนิดมันมีวิธีการผสมพันธุ์ที่แปลกประหลาดมาก” เธอบอกสั้นๆ

Home

(สารคดี/ปี 2009)

ความหมายของ “บ้าน” อาจไม่ใช่แค่ที่ที่คุณพักอาศัย หรือใช้ซุกหัวนอน แต่มันยิ่งใหญ่เท่ากับโลกทั้งใบ ช่างภาพฝีมือดีชาวฝรั่งเศส “ยานน์ อาร์กตุส แบร์กทรองด์” ใช้ความถนัดที่ตัวเองมีอยู่บรรจงร้อยเรียงเรื่องราวด้วยภาพถ่ายทางอากาศที่เขาเดินทางไปสัมผัสมา สะท้อนถึงการก่อเกิดและดับสูญของธรรมชาติ การมีอยู่และความเปลี่ยนแปลง ภัยร้ายที่กำลังลุกลามและส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งต่อผู้คน สัตว์ สิ่งแวดล้อม

จุดเด่นที่น่าประทับใจของหนังคือภาพที่สวยสดงดงาม มุมกล้องที่สื่อแทนอารมณ์ความรู้สึกดีใจระคนกับความเศร้าใจ

Crude

(สารคดี/ปี 2009 )

Sweet Crude

(สารคดี/ปี 2009)

สารคดี 2 เรื่องนี้ ทำให้โลกทึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ คือ 1.ชื่อใกล้เคียงกันมาก 2.เนื้อหาเหมือนกันยังกับแกะ เพราะเล่าเรื่องความเน่าเฟะของอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศโลกที่ 3 และ 3.ถูกหยิบยกไปถกกันในวงกว้าง จนกลายเป็นประเด็นสังคมเกินกว่าจะเป็นแค่สารคดี

เรื่องแรกกำกับโดย “โจ เบอร์ลิงเกอร์” ฉากหลังของหนังอยู่ที่เอกวาดอร์ พูดถึงการต่อสู้ ยื้อแย่งมายาวนาน ระหว่างชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของถิ่นฐาน กับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนโดยปล่อยน้ำมันและสารพิษลงสู่แม่น้ำอะเมซอน

ขณะที่เรื่องหลังได้ “แซนดี ดิออฟฟี” มากำกับ นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกหมักหมม จนนำไปสู่ปัญหามลพิษทางน้ำที่รุนแรงและส่งผลถึงคุณภาพชีวิตชาวบ้าน ซึ่งก็มาจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่นั่นเอง

Trouble the Water

(สารคดี/ปี 2008)

จากฟุตเทจเหตุการณ์พายุเฮอริเคนคาทรินาถล่มนิวออร์ลีนส์เมื่อปี 2005 ถูกตัดต่อเป็นสารคดียาวหนึ่งเรื่อง ที่เด็ดกว่านั้นคือ มันเป็นการตบหน้าหน่วยงานรัฐดังฉาด โดยมีแม่บ้านผิวสี “คิมเบอร์ลีย์ โรเบิร์ต” ที่ผนึกกำลังสองโปรดิวเซอร์ Fahrenheit 9/11 “ดาร์ล ดีล” กับ “ทิอา เลสซิน” ออกมาตีแผ่อาการไม่ไยดีในความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อตอนที่พวกเขาโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือแล้วได้รับการปฏิเสธว่า “ตอนนี้เราไม่พร้อมที่จะไปช่วยพวกคุณหรอก” ?!?

ประเด็นในหนังอาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่แรงกระเพื่อมเล็กๆ จากการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐก็สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนได้ไม่แพ้พายุเฮอริเคน นั่นหมายถึงความตายของชาวบ้านอยู่ที่ปลายสายอย่างนั้นหรือ นี่เองมันจึงเป็น กรีน มูวี ที่เสียดสี เย้ยหยัน เหน็บแนม ได้แสบทรวงร้ายกาจของแท้

Mondovino

(สารคดี/ปี 2004)

เป็นที่รู้กันว่าไวน์รสชาติดีนั้นย่อมมีหลายๆ องค์ประกอบเกื้อหนุน และดินฟ้าอากาศก็คือส่วนหนึ่ง หนังดูเหมือนพยายามจะเอาใจคอไวน์ ด้วยการตีตราว่าได้เกิดความเปลี่ยนไปของดินฟ้าอากาศในยุคปัจจุบัน จนส่งผลมาถึงองุ่นในไร่ของเกษตรกร แน่นอน...รสชาติไวน์ในขวดที่เริ่มแปร่งเพี้ยนอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว หนังเกือบคว้าปาล์มทองคำ ที่เมืองคานส์ เพราะความเรียบง่ายแต่คมคายในการนำเสนอ แม้จะไม่ชนะ ทว่ามันโด่เด้งพอที่จะมีผู้คนพูดถึงผู้กำกับชาวอเมริกัน “โจนาธาน นอสซิเตอร์” และยกย่องให้เป็นหนังเรื่องโปรดได้ละน้า

เอ้า...อย่าแค่ดูเพลินๆ นะจ๊ะ แอบอินเทรนด์รักษ์โลกด้วยจะดีมากๆ

ล้อมกรอบ

ไม่ใช่หนังสีเขียว แต่ก็ขอช่วยกู้โลก

ออกตัวดังเอี๊ยดว่าไม่ใช่ กรีน มูวี ทว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจ ด้วยการเป็นกองหนังสีเขียว คลีนๆ ให้ทุกอย่างสะอาดเข้าไว้ ที่สำคัญเป้าหมายใหญ่ คือไม่สร้างขยะรกโลกอีก

Taking Woodstock “หลี่อัน” ผู้กำกับออกกฎเหล็กว่า กองถ่ายของเขาต้องใช้ถ้วยที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติเท่านั้น ใช้แล้วห้ามทิ้ง ให้นำกลับมาใช้ครั้งต่อไป และไม่อนุญาตนำขวดพลาสติกเข้ามาในกองถ่ายเด็ดขาด

Away We Go ที่มี “แซม แมนเดส” นั่งแท่นกำกับนั้น ดูเหมือนผู้อำนวยการหญิง “มาริโจ วิงก์เลอร์” จะสั่งให้มีการคัดแยกชนิดขยะชัดเจน เลิกใช้โฟมและพลาสติก แถมยังยินดีจ้างรถเช่าที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซลแบบไม่เกี่ยงราคา

Sex Galaxy หนังสุดสยิวเกรดบี ผลงานพ่อหนุ่มหัวใส “ไมค์ เดวิส” ที่ยืนยันว่าความยาว 78 นาทีที่ทุกๆ คนเห็นนั้น สาวอกตู้ม หุ่นกระป๋องขี้หลี และประดาอุปกรณ์เสริม มาจากการรีไซเคิลล้านเปอร์เซ็นต์ โดยใช้ฟุตเทจหนังเก่ายุคพระเจ้าเหา เออ!!! ก็ช่างคิดเนอะ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน