
หนังสีเขียว...ช่วยกู้โลกหรือแค่อินเทรนด์
เรื่อง วุฒิชัย สาสุข
เพราะโลกมันร้อน ร้อน ร้อน แล้วก็ร้อน แถมยังน้ำท่วม หิมะตก (ด้วยนะ) เลยต้องมองหาอะไรคูลๆ ทำแก้เซ็งเสียหน่อย เผื่อจะช่วยกอบกู้โลกใบนี้ไว้อีกแรง
พลิกอ่านหนังสือหนัง คลิกเข้าเว็บไซต์หนัง เจอก็แต่
“หนังสีเขียว” หรือที่เขาเรียก “Green Movie” เอ๋!!! รึนี่เป็นเทรนด์ที่เขากำลังฮิตกันไม่รู้ละ...เมื่อนึกขึ้นได้ เลยขอรวบรวมหนังสีเขียวเรื่องเจ๋งๆ ซึ่งเนื้อหานั้นต้องขอบอกว่า แรงงงง ฮา บ้า ตีแผ่ เกาะติด สะกิดสะเกา กระชากโฉมหน้า ว่าแท้จริง ก็คุณๆๆๆ นั่นแหละ คือตัวการที่ทำให้โลกวิกฤต
The Age of Stupid
(สารคดี/ปี 2009)
งานกำกับโดยผู้หญิงที่ชื่อ
“ฟรานนี อาร์มสตรอง” แต่ได้โปรดอย่าคิดว่ามันเป็นสารคดีเฟมินิสต์ที่มุ่งจับกลุ่มเพศแม่เป็นหลักละ เพราะเนื้อหาจริงๆ เล่าถึง การแอบทำเป็นไม่สนใจโลกร้อนของใครบางคน (หนึ่งในนั้นอาจรวมคุณอยู่ด้วย)ได้รับคำชมที่ดี ดีกว่า An Inconvenient Truth ด้วยซ้ำ (เขาว่างั้น) ตอนฉายรอบปฐมทัศน์ หนังสร้างปรากฏการณ์ต่อมน้ำตาแตกให้แก่คนดู 63 ประเทศพร้อมกันทั่วโลกมาแล้ว (รวมทั้งบ้านเรา) ใช้ทุนน้อยแต่ลุ่มลึก โดยมีชายชรา
“พีต พอสเซิลธ์เวต” (ดารารุนเดอะชาวอังกฤษ) เป็นคนเดินเรื่อง พาคนดูไปพบกับพฤติกรรมเฉยเมยต่อโลก ทั้งๆ ที่โลกเข้าขั้นวิกฤตThe Cove
(สารคดี/ปี 2009)
ตัวเต็งสารคดีออสการ์ 2010 โดยก่อนหน้ามีรางวัลจาก ซันแดนซ์ ซิดนีย์ โตรอนโต อัมสเตอร์ดัม ช่วยการันตีความเจ๋ง ผู้กำกับ
“ลูอี เซโอโอส” ชวนดำดิ่งท่องสำรวจโลกใต้ทะเล ณ ประเทศญี่ปุ่น ภาพที่ปรากฏคือความเหี้ยมโหดของคนกระทำต่อฝูงโลมาหนังจงใจให้เกิดความสะเทือนใจ ขณะเดียวกันก็เปิดโปงขบวนการดิบเถื่อนนี้โต้งๆ เพื่อหวังกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยิ่งเฉพาะรัฐบาลญี่ปุ่นที่ยังแกล้งใบ้บอด ให้หยุดทำลายล้างโลมาอันแสนน่ารักนี้ซะ
Food, Inc.
(สารคดี/ปี 2008)
ถ้ากรรมการออสการ์ปีนี้ไม่เบื่อหน่ายประเด็นมุ่งโจมตีผู้ผลิตอาหารซะก่อน นี่คือว่าที่แชมป์สารคดี จากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์กล้องก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ความเขย่าขวัญที่คุณคาดไม่ถึง ตั้งแต่ความเบียดเสียดในโรงเลี้ยงไก่ กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งในห้องเชือดวัว ผสานไอของสารเคมีที่ลอยฟุ้งทั่วทุ่งข้าวโพด รวมถึงชีวิตชาวนาที่ต่อสู้ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ แต่กลับโดนยักษ์ใหญ่ด้านปุ๋ยฟ้องจนหมดตัว
“
โรเบิร์ต เคนเนอร์” ผู้กำกับ กะตีแสกหน้าเจ้าของบริษัทผู้ผลิตอาหารจังๆ ที่สำคัญเขายังไล่ด่าเช็ดเรียงตัวว่าคนเหล่านี้คือต้นตอที่ทำให้โลกวันนี้ป่วยไข้ ไม่คำนึงถึงผู้คนและสิ่งแวดล้อม หวังก็แต่จะกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองถ่ายเดียวAn Inconvenient Truth
(สารคดี/ปี 2006)
“
อัล กอร์” โด่งดังยิ่งกว่าตอนลงสมัครชิงประธานาธิบดี ก็เพราะสารคดีเรื่องนี้ ยิ่งหนังชนะออสการ์ปี 2007 เขาจึงกลายเป็นฮีโร่ในคราบนักการเมืองกู้โลกขึ้นมาทันควันเจตนาหนังจะนำเสนอความเปลี่ยนแปลงของโลก โลกที่เข้าขั้นวิกฤต โดยมีคนเป็นตัวการ แต่ไม่วายก็โดนมองว่านี่ใช่แผนรณรงค์หาเสียงของ อัล กอร์ หรือเปล่า สุดท้ายด้วยความตั้งใจดีและตัวหนังก็ดีจริงๆ มันเลยลบคำครหานั้นได้ อัล กอร์ ดารานำได้คะแนนนิยม เดวิส กุกเกนไฮม์ ผู้กำกับได้คำชมไปเต็มๆ
Green Porno
(หนังสั้น/ปี 2008)
โป๊ๆๆ โป๊แน่ๆ อ้อ! แต่โป๊แบบแมลงนะจ๊ะ
“อิซาเบลลา รอสเซลลินี” อดีตนางแบบ อดีตดาราสาวใจกล้า (รับบทมาโซคิสต์ ในหนัง Blue Velvet ของ เดวิด ลินช์) ลูกสาวคนงามของยอดผู้กำกับ “อิงกริด เบิร์กแมน” ผันมาเอาดีกับการทำหนังสั้นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่รุ่มรวยขันสุดๆ ด้วยการนำเสนอการเลิฟซีนของแมลงชนิดต่างๆชื่อก็บอกทนโท่ว่าหนังโป๊ เธอจึงแปลงร่างแต่งตัวเป็น แมลงปอ ผึ้ง แมงมุม หนอน ฯลฯ จากนั้นก็เลียนแบบฉากเซ็กซ์เหล่าแมลง โอ๊ะโอ!?!
“ฉันสนใจสัตว์มาตลอด และฉันรู้ว่าแมลงแต่ละชนิดมันมีวิธีการผสมพันธุ์ที่แปลกประหลาดมาก” เธอบอกสั้นๆHome
(สารคดี/ปี 2009)
ความหมายของ
“บ้าน” อาจไม่ใช่แค่ที่ที่คุณพักอาศัย หรือใช้ซุกหัวนอน แต่มันยิ่งใหญ่เท่ากับโลกทั้งใบ ช่างภาพฝีมือดีชาวฝรั่งเศส “ยานน์ อาร์กตุส แบร์กทรองด์” ใช้ความถนัดที่ตัวเองมีอยู่บรรจงร้อยเรียงเรื่องราวด้วยภาพถ่ายทางอากาศที่เขาเดินทางไปสัมผัสมา สะท้อนถึงการก่อเกิดและดับสูญของธรรมชาติ การมีอยู่และความเปลี่ยนแปลง ภัยร้ายที่กำลังลุกลามและส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งต่อผู้คน สัตว์ สิ่งแวดล้อมจุดเด่นที่น่าประทับใจของหนังคือภาพที่สวยสดงดงาม มุมกล้องที่สื่อแทนอารมณ์ความรู้สึกดีใจระคนกับความเศร้าใจ
Crude
(สารคดี/ปี 2009 )
Sweet Crude
(สารคดี/ปี 2009)
สารคดี 2 เรื่องนี้ ทำให้โลกทึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ คือ 1.ชื่อใกล้เคียงกันมาก 2.เนื้อหาเหมือนกันยังกับแกะ เพราะเล่าเรื่องความเน่าเฟะของอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศโลกที่ 3 และ 3.ถูกหยิบยกไปถกกันในวงกว้าง จนกลายเป็นประเด็นสังคมเกินกว่าจะเป็นแค่สารคดี
เรื่องแรกกำกับโดย
“โจ เบอร์ลิงเกอร์” ฉากหลังของหนังอยู่ที่เอกวาดอร์ พูดถึงการต่อสู้ ยื้อแย่งมายาวนาน ระหว่างชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของถิ่นฐาน กับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนโดยปล่อยน้ำมันและสารพิษลงสู่แม่น้ำอะเมซอนขณะที่เรื่องหลังได้
“แซนดี ดิออฟฟี” มากำกับ นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกหมักหมม จนนำไปสู่ปัญหามลพิษทางน้ำที่รุนแรงและส่งผลถึงคุณภาพชีวิตชาวบ้าน ซึ่งก็มาจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่นั่นเองTrouble the Water
(สารคดี/ปี 2008)
จากฟุตเทจเหตุการณ์พายุเฮอริเคนคาทรินาถล่มนิวออร์ลีนส์เมื่อปี 2005 ถูกตัดต่อเป็นสารคดียาวหนึ่งเรื่อง ที่เด็ดกว่านั้นคือ มันเป็นการตบหน้าหน่วยงานรัฐดังฉาด โดยมีแม่บ้านผิวสี
“คิมเบอร์ลีย์ โรเบิร์ต” ที่ผนึกกำลังสองโปรดิวเซอร์ Fahrenheit 9/11 “ดาร์ล ดีล” กับ “ทิอา เลสซิน” ออกมาตีแผ่อาการไม่ไยดีในความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อตอนที่พวกเขาโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือแล้วได้รับการปฏิเสธว่า “ตอนนี้เราไม่พร้อมที่จะไปช่วยพวกคุณหรอก” ?!?ประเด็นในหนังอาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่แรงกระเพื่อมเล็กๆ จากการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐก็สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนได้ไม่แพ้พายุเฮอริเคน นั่นหมายถึงความตายของชาวบ้านอยู่ที่ปลายสายอย่างนั้นหรือ นี่เองมันจึงเป็น กรีน มูวี ที่เสียดสี เย้ยหยัน เหน็บแนม ได้แสบทรวงร้ายกาจของแท้
Mondovino
(สารคดี/ปี 2004)
เป็นที่รู้กันว่าไวน์รสชาติดีนั้นย่อมมีหลายๆ องค์ประกอบเกื้อหนุน และดินฟ้าอากาศก็คือส่วนหนึ่ง หนังดูเหมือนพยายามจะเอาใจคอไวน์ ด้วยการตีตราว่าได้เกิดความเปลี่ยนไปของดินฟ้าอากาศในยุคปัจจุบัน จนส่งผลมาถึงองุ่นในไร่ของเกษตรกร แน่นอน...รสชาติไวน์ในขวดที่เริ่มแปร่งเพี้ยนอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อ 6 ปีที่แล้ว หนังเกือบคว้าปาล์มทองคำ ที่เมืองคานส์ เพราะความเรียบง่ายแต่คมคายในการนำเสนอ แม้จะไม่ชนะ ทว่ามันโด่เด้งพอที่จะมีผู้คนพูดถึงผู้กำกับชาวอเมริกัน
“โจนาธาน นอสซิเตอร์” และยกย่องให้เป็นหนังเรื่องโปรดได้ละน้าเอ้า...อย่าแค่ดูเพลินๆ นะจ๊ะ แอบอินเทรนด์รักษ์โลกด้วยจะดีมากๆ
ล้อมกรอบ
ไม่ใช่หนังสีเขียว แต่ก็ขอช่วยกู้โลก
ออกตัวดังเอี๊ยดว่าไม่ใช่ กรีน มูวี ทว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจ ด้วยการเป็นกองหนังสีเขียว คลีนๆ ให้ทุกอย่างสะอาดเข้าไว้ ที่สำคัญเป้าหมายใหญ่ คือไม่สร้างขยะรกโลกอีก
Taking Woodstock
“หลี่อัน” ผู้กำกับออกกฎเหล็กว่า กองถ่ายของเขาต้องใช้ถ้วยที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติเท่านั้น ใช้แล้วห้ามทิ้ง ให้นำกลับมาใช้ครั้งต่อไป และไม่อนุญาตนำขวดพลาสติกเข้ามาในกองถ่ายเด็ดขาดAway We Go ที่มี
“แซม แมนเดส” นั่งแท่นกำกับนั้น ดูเหมือนผู้อำนวยการหญิง “มาริโจ วิงก์เลอร์” จะสั่งให้มีการคัดแยกชนิดขยะชัดเจน เลิกใช้โฟมและพลาสติก แถมยังยินดีจ้างรถเช่าที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซลแบบไม่เกี่ยงราคาSex Galaxy หนังสุดสยิวเกรดบี ผลงานพ่อหนุ่มหัวใส
“ไมค์ เดวิส” ที่ยืนยันว่าความยาว 78 นาทีที่ทุกๆ คนเห็นนั้น สาวอกตู้ม หุ่นกระป๋องขี้หลี และประดาอุปกรณ์เสริม มาจากการรีไซเคิลล้านเปอร์เซ็นต์ โดยใช้ฟุตเทจหนังเก่ายุคพระเจ้าเหา เออ!!! ก็ช่างคิดเนอะ






