
ฮี้ฮ้า... ควบม้ายามเย็นกับ ‘โย่ง อาร์มแชร์’
เสียงกรุบกรับดังเป็นจังหวะเพราะพริ้งมาแต่ไกล
โดย...อนันเดียร์
เสียงกรุบกรับดังเป็นจังหวะเพราะพริ้งมาแต่ไกล
ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลากำลังควบม้าตรงเข้ามา เขาพงกหัวทักทาย พลางเหนี่ยวสายรั้งก่อนใช้เท้าแตะข้างลำตัวของม้า มันค่อยๆ หยุด เดินเตาะแตะอย่างสบายอารมณ์
โย่งอนุสรณ์ มณีเทศ หรือที่แฟนเพลงรู้จักดีในนาม “โย่ง อาร์มแชร์” นักร้องหนุ่มมาดเซอร์แห่งวงอาร์มแชร์ ถอดหมวกโปโลหนีบแส้ไว้ตรงรักแร้ สีหน้าของเขาดูเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส
“ขี่ม้าเหนื่อยมากนะครับ ยากด้วย ต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน ใช้สมาธิ ใช้สติ ไม่ง่ายเหมือนที่เห็นในหนัง ไอ้สิ่งที่คิดไว้ตอนดูหนังคาวบอย ทุกอย่างตรงกันข้ามหมดเลย”
หนุ่มโย่งหัวเราะร่วน ขณะนั่งพักเหนื่อยอยู่บนอัฒจันทร์ใต้โรงเรือนไม้ข้างสนามขี่ม้าของ ม.พัน 2 ย่านสนามเป้า อากาศเย็นสบาย ลมพัดโชยเอื่อยเฉื่อย หลายชีวิตทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างกำลังเรียนขี่ม้ากันอย่างขะมักเขม้น ครูฝึกตะโกนสอนดังปาวๆ
กว่าหนึ่งปีเต็มที่นักร้องดังคนนี้มุ่งมั่นฝึกขี่ม้าอย่างจริงจัง โย่งฝันอยากขี่ม้ามาตั้งแต่เด็กแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสจนเมื่อปีที่แล้ว ขณะขับรถผ่านมา จู่ๆ เขาก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้ามาที่สนามแห่งนี้และสมัครเรียนในวันนั้นเลย
“อยากออกกำลังกายน่ะครับ ปกติผมชอบความเร็ว เคยขี่มอเตอร์ไซค์ ปั่นจักรยานมานาน ทีนี้เลยอยากขี่ม้าดูบ้าง ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เลยสมัครเรียนซะเลย ผมรักสัตว์อยู่แล้ว อีกอย่างม้าก็เป็นสัตว์ที่เท่มาก สง่างาม เฉลียวฉลาด เคลื่อนไหวปราดเปรียว มีพลัง”
“ขี่ม้าสนุกกว่ามอเตอร์ไซค์เยอะ ม้าฉลาด เขาจดจำคนขี่ได้ เวลาคนขึ้นหลังนี่เขาจะรู้เลยว่าใครขี่เป็นไม่เป็น เรื่องตกม้าจึงเป็นธรรมดาของมือใหม่ (หัวเราะ) แต่ม้าที่นี่น่ารักครับ เชื่องแล้วก็เก่งด้วย ครูฝึกที่นี่ฝึกมาอย่างดีเยี่ยม” โย่งหยอดคำหวาน
ยิ้มแฉ่งเป็นชื่อม้าตัวโปรดของเขาที่ใช้ขี่เป็นประจำ เป็นม้าสีน้ำตาลแก่อายุ 5 ปี สายพันธุ์อังกฤษ ร่างสูงใหญ่ ผูกพันกันตั้งแต่ในสนามยันนอกสนาม
“เวลาอยู่ในสนามเราขี่เค้า มันคุ้นเคยกันจนเหมือนเราสื่อสารกันได้ มองตาก็รู้ใจ ...ประมาณนั้น เวลาควบ ผมและเจ้ายิ้มแฉ่งจึงเหมือนเพื่อนที่วิ่งไปพร้อมๆ กัน เริ่มมาตั้งแต่ฝึกวิ่งเรียบ วิ่งโขยก ตอนนี้กำลังฝึกกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอยู่”
“หลังฝึกซ้อมเสร็จ เราก็ไปอาบน้ำให้เขาบ้าง ขัดตัวให้ เอาน้ำแข็งมาประคบที่น่อง หาซื้อพวกแครอต ข้าวโพดอ่อน ผักบุ้ง แอปเปิลมาบำรุงร่างกายให้ด้วย ผมรักมัน มันก็รักผม”
นักขี่ม้าหนุ่มสุดเซอร์เล่าถึงการดูแลเจ้าม้าตัวโปรด ทำเอาเจ้ายิ้มแฉ่งที่ยืนพักเหนื่อยอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงเสียงหายใจฟืดฟาดตอบรับ หนุ่มโย่งยิ้มอย่างมีความสุข
“ม้าสอนผมว่าต่อให้เราอิสระเสรีแค่ไหน ก็ยังต้องมีสติและสมาธิอยู่เสมอ หมายความว่าขณะที่เรานั่งอยู่บนหลังม้า ควบแล่นไปตามใจบงการ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังต้องมีสติ มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่การควบคุม และสื่อสารกับมันอยู่ตลอดเวลา”
แผนการในใจของโย่ง อาร์มแชร์ นักขี่ม้าสมัครเล่นคนนี้วาดหวังไว้คือการออกทริปต่างจังหวัด ขี่ม้าในทุ่งกว้าง ขึ้นเขาลงห้วย บุกป่าฝ่าดง สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกับเจ้ายิ้มแฉ่ง ม้าคู่ใจ
นี่คงเป็นความสุขที่ยากจะบรรยายของคนรักม้าเลย







