posttoday
ยายา...ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกว่าที่เห็น

ยายา...ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกว่าที่เห็น

06 ธันวาคม 2554

เขามีส่วนสูงเกือบ 2 เมตร และดูบึกบึน ขามีไหล่ที่นักชกรุ่นเฮฟวีเวตอยากได้

โดย...นูโน่

เขามีส่วนสูงเกือบ 2 เมตร และดูบึกบึน ขามีไหล่ที่นักชกรุ่นเฮฟวีเวตอยากได้

มีแขนเหมือนนักรักบี้

เขาคือนักฟุตบอลที่น่าเกรงขามมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ตัวตนที่แท้จริงของ ยายา ตูเร กลับตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ในสนามอย่างสิ้นเชิง ไม่เว้นแม้แต่รสนิยมการฟังเพลง ซึ่งถ้าให้เดา หลายคนคงนึกถึงเพลงร็อกดุดัน หรือไม่ก็แนวฮิปฮอป แต่ผิด เพราะอัลบั้มโปรดของเขา คือ เพลงของ วิทนีย์ ฮูสตัน ราชินีเพลงป๊อปชาวอเมริกัน

“เสียใจด้วย แต่มันเป็นเรื่องจริง ผมชอบเพลงเบาๆ แบบนั้น เพลงที่เสียงดังมันทำให้ผมปวดหัว” มิดฟิลด์ตัวรับแมนเชสเตอร์ ซิตี กล่าว

แม้แต่ โคโล ตูเร ก็ยังไม่วายรู้สึกขัดแย้งในตัวของน้องชายตัวเอง

ยายา...ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกว่าที่เห็น

“บางครั้ง โคโล ก็บอกผมว่า ยายา, นายมันโง่มาก นายทั้งตัวใหญ่และแข็งแรง เมื่อคนเห็นนายในสนามหรือบนท้องถนน พวกเขาจะกลัวนาย แล้วทำไมนายฟังเพลงแบบนี้ มันไม่ดีต่อภาพลักษณ์นายเลย”

แต่มิดฟิลด์จากไอวอรีโคสต์ก็ไม่สนใจ เพราะเพลงแนวนี้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายจากการต้องเจอศึกหนักในสนามแทบทุกสัปดาห์ และพร้อมสำหรับแมตช์ต่อไปเพื่อเป้าหมายสูงสุด

นั่นคือ แชมป์พรีเมียร์ลีก

แม้จะผ่านความสำเร็จมาแล้วทุกอย่างสมัยค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลนา แต่ ยายา วัย 28 ปี ซึ่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดในลีกฤดูกาลนี้ ยกให้ถ้วยแชมป์ลีกผู้ดีสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งการช่วยบาร์ซาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเขารับหน้าที่ลงยืนตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเฉพาะกิจที่เคยเล่นมาแค่ 2 ครั้งก่อนหน้านั้น

“ที่บาร์เซโลนา บางครั้งมันก็ง่ายมากในการเล่น เพราะเราเหนือกว่าทีมอื่นเยอะ ดังนั้นการเล่นกองหลังในนัดชิงแชมเปียนส์ลีกไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด เรามีปีที่ยอดเยี่ยมในตอนนั้น จึงไม่หนักหนาอะไร แต่ที่แมนฯ ซิตี เรามีการแข่งขันที่ต่างกัน และสำหรับผม พรีเมียร์ลีกเป็นทุกอย่าง”

ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังอยู่ในสเปน เขาเคยถาม ดิดิเยร์ ดร็อกบา ว่า ทำไมถึงดูมีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และคำตอบที่ได้รับคือ เพราะการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นสิ่งที่ยากมาก มันยากทุกสัปดาห์ไม่ว่าจะเจอกับทีมหัวหรือท้ายตาราง มีเกมบ็อกซิง เดย์ ที่จะไม่ได้พักเบรก ซึ่งเขาไม่เข้าใจ จนกระทั่งได้ย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้า

“เราคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่แล้ว นั่นเยี่ยมมาก แต่เป้าหมายใหญ่ตอนนี้คือ พรีเมียร์ลีก หากผมคว้าแชมป์สำเร็จ ผมคงบ้าคลั่งแน่ๆ” ยายา กล่าวพร้อมเสริมว่า ชัยชนะเหนือผีแดง 6-1 ในลีกที่ผ่านมา ยอดเยี่ยมกว่าแชมป์จากนัดชิงแชมเปียนส์ลีกเสียอีก

ยายา...ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกว่าที่เห็น

ไม่เพียงแค่ความอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเท่านั้นที่สวนทางกับบุคลิกมิดฟิลด์ดุดันรายนี้ แต่เสียงสะท้อนจากคนในสโมสรยังกล่าวถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าใจธรรมเนียมประเพณีของทีมอย่างดี และรักครอบครัว หรือเรียกง่ายๆ ว่า “ซูเปอร์สตาร์ติดดิน”

รายงานของเดลีเมล์ ระบุว่า ยายา ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง นั่งแจกลายเซ็นให้กับแฟนบอลที่ร้านขายของที่ระลึกในเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนจะให้สัมภาษณ์ต่ออีกเกือบชั่วโมงและออกไปตอน 2 ทุ่มครึ่ง แต่ก็ไม่มีอาการอิดออดหรือสีหน้าไม่พอใจให้เห็นแม้แต่น้อย

กระนั้นก็ตาม ตูเร ผู้น้อง บอกว่า เขาก็เคยก้าวพลาดมาก่อน แต่ได้นำประสบการณ์นั้นมาเป็นบทเรียนเตือนตัวเอง โดยเฉพาะชีวิตนักเตะอาชีพที่ต้องมีวินัย

“ตอนผมเล่นอยู่ในเบลเยียม ผมทำเรื่องโง่ๆ มากมาย หลังจบเกมผมจะไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ทุกที่ โดยไม่ดูแลตัวเอง ตอนนั้นผมอายุ 18 ซึ่งเป็นช่วงยากลำบาก มีสิ่งล่อใจเยอะ และคนที่เข้ามาก็ไม่ได้ชอบคุณจริง”

โชคดีที่การย้ายมายูเครนในเวลาต่อมา ช่วยให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป พัฒนาขึ้นทั้งในด้านทักษะฟุตบอลและนิสัย มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ได้รู้ว่าฟุตบอลแตกต่างไปจากที่เขาคิดมาก ได้รู้ว่าฟุตบอลนำสิ่งที่เราต้องการมาให้มากมาย แต่ต้องคิดเป็นอาชีพ มันทำให้รู้ว่าฟุตบอลเป็นทุกอย่างสำหรับเขา และไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับ “ปาร์ตี้” เหมือนแต่ก่อน เว้นแต่จะฉลองความสำเร็จ ซึ่งน่าเสียดายที่บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่เวมบลีย์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ยายา ไม่ได้ฉลองความสำเร็จกับแชมป์เอฟเอ คัพ เต็มที่

“หลังจบเกม เราทั้งหมดอยู่ในห้องแต่งตัว และเขา (โคโล) เดินมาหาผมและถามว่าทำไมผมดูผิดหวังจัง ผมก็ตอบกลับไปว่า เพราะนาย นายไม่ได้อยู่ในสนามกับเรา ผมมานี่เพื่อได้เล่นด้วยกัน มันเป็นเวลายิ่งใหญ่สำหรับผม แต่เขาไม่ได้แม้แต่ใส่เสื้อแข่ง มันรู้สึกไม่ใช่ แต่ โคโล ยิ้มแล้วบอกว่า เขาเล่นกับซิตี เล่นกับผม และคว้าแชมป์กับผม แม้เขาจะไม่ได้อยู่ในสนามกับผม แต่เขาก็ชนะกับผม ไม่เป็นไร”

โคโล และ ยายา อายุห่างกัน 2 ปี และเล่นฟุตบอลมาด้วยกันในแอฟริกา แต่ฟอร์มของ โคโล เตะตาต้องใจบรรดาแมวมองมากกว่า ขณะที่ ยายา เล่นอยู่ในเบลเยียม ปี 2002 โคโล มาเล่นให้กับอาร์เซนอลแล้ว ก่อนจะได้กลับมาร่วมทีมกันอีกครั้งในอีก 7 ปีต่อมา

ยายา...ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกว่าที่เห็น

“คุณต้องเข้าใจความสัมพันธ์ของเรา เขาเป็นพี่ใหญ่ของผม ผมดูเขาเป็นแบบอย่างและฟังคำแนะนำของเขาเสมอ ในสนามฝึกซ้อม แม้แต่สมัยยังเป็นเด็ก เขาจะทุ่มเท 100% เขาจะคอยบอก หยุด นายต้องมีสมาธิหน่อย เขายังทำแบบนั้นอยู่ทั้งในทีมชาติและในแมนฯ ซิตี เขาเป็นคนที่คอยผลักดันผมคนแรกเสมอ”

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ โคโล คือเหตุผลที่ทำให้เขาย้ายมาเล่นให้กับเรือใบ และยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของพี่ชายเสมอ จากกรณีถูกตรวจพบสารกระตุ้นในฐานะนักกีฬา

ยายา ถูกยกให้เป็นยอดมิดฟิลด์ที่มีทั้งความเร็วและแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของแมนฯ ซิตี และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหยุดเขาได้เมื่ออยู่ในสนาม แม้จะมาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่อดีตแข้งบาร์ซาก็ยังถ่อมตัว ไม่คุยโวโอ้อวดในความเก่งของตัวเอง

“ไมกาห์ ริชาร์ดส มีความเร็วมากและอาจจะเร็วกว่าผม เขาจะเป็นนักเตะอังกฤษแถวหน้าในสักวัน และผมคิดว่า เอดิน เซโก ก็แข็งแกร่งกว่าผม เขาน่าเหลือเชื่อ” ยายา กล่าว พร้อมยกตัวอย่าง แฟรงก์ แลมพาร์ด และ พอล สโคลส์ เป็นนักเตะที่ตัวไม่ใหญ่ แต่แข็งแกร่งมากเช่นกัน

แข้งไอวอรีโคสต์ มองว่า นักเตะประเภท แลมพาร์ด เล่นฟุตบอลได้ดี แต่ต้องดุดันและเล่นหนัก เพราะฟุตบอลคือทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาไม่ต้องการเสียมันไป

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงชอบพรีเมียร์ลีก ไม่มีทีมไหนยอมแพ้ นั่นคือสิ่งที่ต่างกันระหว่างพรีเมียร์ลีก ลาลีกา และลีกเอิง ในฝรั่งเศส นี่คือเหตุผลที่ผมมาที่นี่”

นี่แหละที่เขาบอกว่า อย่าตัดสินใครจากภายนอก

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่