
ชั่วโมงสุขสันต์ปั่นจักรยานวันอาทิตย์
“Bangkok Car Free Sunday คือวันที่รณรงค์ลดการใช้รถยนต์ แล้วหันมาวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้บริการระบบขนส่งมวลชนแทน”
“Bangkok Car Free Sunday คือวันที่รณรงค์ลดการใช้รถยนต์ แล้วหันมาวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้บริการระบบขนส่งมวลชนแทน”
ได้ยินประโยคนี้จากปากของ ระพีพัฒน์ เกษโกศล หนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย Bangkok Car Free Sunday แล้วชวนให้นึกถึงเช้าวันอาทิตย์อันสดใส ถนนโล่ง รถราคล่องตัว มองทางไหนเห็นแต่คนปั่นจักรยานกันคึกคัก
โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ในวันที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย บนถนน ตรอก ซอก ซอย ที่เคยเป็นคลอง บัดนี้แห้งสนิทดังเดิมแล้ว ชั่วโมงแห่งความสุขสันต์ของการปั่นจักรยานวันอาทิตย์คงกลับมาอีกครั้งเร็วๆ นี้
Bangkok Car Free Sunday หรือวันอาทิตย์หยุดขับ ณ กรุงเทพฯ เป็นการรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วพาครอบครัวมาพักผ่อน เรียนรู้ ปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเช้าวันอาทิตย์ โดยจัดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุง
งานนี้ต้อนรับทั้งมือเก๋าและมือใหม่หัดขี่ (มีจักรยานให้ยืมฟรี) จะปั่นตามวิทยากร ปั่นเป็นกลุ่ม หรือปั่นตามอัธยาศัยก็ตามแต่ใจชอบ สัมผัสสายลมแสงแดดในยามเช้าวันหยุดบนถนนโล่งๆ ที่ปิดการจราจร โดยได้รับอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างดี
“ครั้งแรกจัดที่สีลม-สาทร ครั้งที่สองย่านนางเลิ้ง ถัดมาที่สนามหลวง แต่น่าเสียดายต้องเว้นไปถึงสองเดือน เพราะติดน้ำท่วม ในแง่ของปริมาณถือว่าน่าพอใจนะครับ จำนวนคนเพิ่มขึ้นทุกครั้งเฉียดๆ หลักพัน แต่ที่น่าดีใจกว่านั้นก็คือคนหน้าใหม่ๆมากันเยอะ พวกที่ไม่เคยสนใจจักรยานมาก่อน แต่หันมาปั่นจักรยานอย่างจริงจังหลังจากมาร่วมงานนี้” เขาบอกน้ำเสียงสดชื่น
ผลการสำรวจของมูลนิธิโลกสีเขียว เรื่องการใช้จักรยานบนท้องถนนกับชาวกรุงเทพฯ จากกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 4,333 คน พบว่า 86% ยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าจะออกมาขี่จักรยานบนท้องถนน ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าสามารถขี่ได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ปัจจุบันมีทางจักรยานที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งสิ้น 31 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร จากถนนในกรุงเทพฯ มีความยาวรวมกันราว 8,000 กิโลเมตร พื้นผิวถนนคิดเป็น 10% ของพื้นที่ทั้งหมด (1,568 ตารางกิโลเมตร)
“แต่ความจริง คือ เลนจักรยานเหล่านั้นไม่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มีทั้งหาบเร่ แผงลอย รถจอดขวางทาง รถเก๋ง มอเตอร์ไซค์วิ่งแล่นกันโดยไม่สนใจ นี่คือเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น ทำให้คนไม่ค่อยกล้าใช้เส้นทาง คนขี่จักรยานเลยไม่กล้าออกมาปั่นกัน”
“วัฒนธรรมจักรยาน ถ้ามันจะเติบโตได้ต้องมีกิจกรรมให้คนมาขี่จักรยานกันก่อน อย่าคาดหวังว่าเขาจะมาปั่นลดมลภาวะ ปั่นเพื่อลดโลกร้อน ไม่มีทาง เริ่มต้นปั่นเล่นๆ เพื่อความเพลิดเพลินดีกว่า ปั่นเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย จ่ายตลาด ต่อมาอาจจะมีเข้ากลุ่ม เข้าชมรมต่างๆ มีความสัมพันธ์กับกลุ่มคนรักจักรยานคอเดียวกัน ก็จะเกิดการพัฒนาจากปั่นเล่นมาปั่นแบบจริงจัง”
“จากนั้นจะเริ่มมองการใช้จักรยานในแต่ละวัน ปั่นไกลขึ้น ไปเรียน ไปทำงาน จนถึงระดับสูงสุด คือ ปั่นจักรยานเป็นการเดินทางหลักของชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้มันไม่สามารถก้าวกระโดดจากเริ่มต้นมาสู่เมืองจักรยานได้ มันต้องพัฒนาไปทีละขั้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบโครงสร้างทางจักรยาน ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากทางหน่วยงานรัฐ”
ระพีพัฒน์ เชื่อว่าปริมาณของคนใช้จักรยานที่เพิ่มขึ้นสูงในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลอะไรมากมายนักต่อการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองจักรยานอย่างที่คิดฝันกันไว้
“กิจกรรม Bangkok Car Free Sunday ไม่ได้คาดหวังเรื่องปริมาณคน คำว่าวันอาทิตย์ปลอดรถ หมายถึง อยากให้มีสักวันในสัปดาห์ที่คนลดการใช้รถยนต์ หันมาให้ความสำคัญกับการใช้จักรยาน โดยมีพื้นที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่พวกเขา ทำให้คนใช้ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข แค่อาทิตย์ละวันก็พอแล้ว
“อยากให้จัดพื้นที่ถาวรสำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานวันอาทิตย์เลย แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีพื้นที่ที่ใช้ได้อย่างเต็มที่ เป็นไปได้ควรหาทำเลดีๆ ที่ไม่กระทบคนใช้รถใช้ถนน พื้นที่ไม่คับแคบเกินไป คนมาร่วมกิจกรรมได้สะดวก แล้วต้องมีกิจกรรมต่างๆ บนถนนเส้นนั้นให้ทั้งคนเดินถนนและคนปั่นจักรยานสามารถมาร่วมใช้ประโยชน์ได้ด้วย ไม่ใช่แค่ปิดถนน นั่งอยู่บนจักรยานทั้งวัน”
จอดรถไว้ที่บ้าน แล้วออกมาพักผ่อนในยามวันอาทิตย์ ปั่นเที่ยวชิลชิล ชมสินค้าจักรยาน รู้จักวัฒนธรรมท้องถิ่นในเส้นทางสัญจร แวะเที่ยวแวะชิมอาหารอร่อยๆ ประจำย่าน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังเรื่องการลดมลภาวะและปัญหาโลกร้อน นี่คือกิจกรรมง่ายๆ สำหรับสิงห์นักปั่นหน้าใหม่ที่น่าลองสัมผัสประสบการณ์
“ต้นปีหน้าเจอกันแน่ Bangkok Car Free Sunday ครั้งที่ 4”
ระพีพัฒน์ หรือพี่ต่อ จากชมรมจักรยานเพื่อสุข ภาพแห่งประเทศไทย กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ที่ไหนและเมื่อไหร่นั้น ติดตามกันได้ในเฟซบุ๊ก Bangkok Bicycle Campaign แอดมาๆ ... แล้วเจอกัน สิงห์นักปั่นทั้งหลาย







