posttoday
แผนผัง ทางออก รับมือน้ำ (อนาคต)

แผนผัง ทางออก รับมือน้ำ (อนาคต)

25 พฤศจิกายน 2554

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดย..อณุศรา ทองอุไร

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ศึกษาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจากหลายๆ ประเทศ ชี้ว่าภายในปี 2100 เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงจะเกิดเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากแต่ก่อน โดยมีโอกาสเกิด 36 ครั้ง ในรอบ 100 ปี ต่างจากสมัยก่อนที่เกิดเพียง 1 ครั้ง ในรอบ 100 ปี

ที่สำคัญก็คือ ประเทศทางเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยของเรา มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมบ่อยครั้งขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกที่ร้อน ทำให้มีการละลายของภูเขาน้ำแข็งแถบขั้วโลกที่เพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำและทะเลเพิ่มขึ้นตามลำดับ

แผนผัง ทางออก รับมือน้ำ (อนาคต)

ในสภาวะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ คงต้องเตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวและรับมือกับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติอย่างเช่นอุทกภัยมากขึ้น ทั้งในด้านของการเตรียมความพร้อมเรื่องบ้านเรือนและการดำเนินชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดกับบ้านเรือนและชีวิตหลังน้ำท่วม น้ำท่วมครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติที่มามากมายเกินคาด แต่อีกส่วนเกิดเพราะน้ำมือคนที่จัดการได้ไม่ดีและฝืนธรรมชาติของน้ำมากจนเกินไป

รัฐต้องให้ความรู้ ประชาชนต้องปรับตัว

ชญา ปัญญาสุข นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ระบุว่า รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดการดูแลภูมิทัศน์ของเมืองให้อยู่สภาพที่น่าดูให้เร็วที่สุด และควรจัดการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นที่ราบภาคกลางเหมาะกับการทำการเกษตร แต่กลับไปใช้สร้างเมืองและอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะน้ำก็มาตามธรรมชาติของเขา แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่รู้จักวิธีการจัดการที่เข้าใจธรรมชาติของน้ำ เพราะบ้านเราเชื่อผู้นำมากกว่าผู้รู้ ทั้งที่เรื่องกรุงเทพฯ จะมีน้ำท่วมใหญ่ได้มีผู้รู้พูดเตือนมานานและหลายคนแล้ว

ธรรมชาติของน้ำถ้ามีคลองหรือร่อง เขาก็ไปตามร่องไม่เสียหายแก่ใคร ถ้าไม่มีร่องให้เขาไป เขาก็ไปแบบเป็นผืนราบแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็สร้างความเสียหายเยอะ แถมพื้นก็เป็นคอนกรีตไม่มีดินให้น้ำได้ซึมซับเพื่อลดทอนปริมาณลงได้เลย คนกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตแบบฝืนธรรมชาติกันมานาน คือ ใช้ชีวิตแบบคนดอนในที่ลุ่ม ถ้าใช้ชีวิตแบบคนที่ลุ่มจริงๆ จะรับมือได้ดีกว่านี้ คนรุ่นเก่าๆ เขาปรับตัวได้ดี เพราะใช้ชีวิตไม่ฝืนธรรมชาติ อยู่ที่ลุ่มก็มีบ้านใต้ถุนสูง มีคลองไว้ระบายน้ำ แต่คนรุ่นนี้ไม่ทำเช่นนั้น ปลูกบ้านเสมอดิน ทับหรือขวางแนวทางระบายน้ำ

แผนผัง ทางออก รับมือน้ำ (อนาคต)

หลังจากน้ำท่วมครั้งนี้ รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้แก่ประชาชนในการเตรียมรับมือและปรับตัวกับการอยู่ในพื้นที่ลุ่มให้เหมาะสมว่าเราจะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างไร ให้เสียหายน้อยที่สุดถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก พร้อมกับวางแผน วางผังบ้านเมืองในสิ่งที่ถูกต้องกับพื้นที่และธรรมชาติให้มากขึ้น ภาครัฐต้องปรับตัวก่อนในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ภาคประชาชนก็เตรียมพร้อมและรับมืออย่างมีวินัยและมีสติ และมีแผนการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติให้ดีขึ้นมากขึ้น

แผน&ทางรอด สำหรับกรุงเทพฯ

ชญา กล่าวว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปี 2503 หรือ 51 ปีที่แล้วรัฐบาลยุคนั้นได้ว่าจ้างบริษัทจากสหรัฐมาวางผังเมืองของกรุงเทพฯ ที่ได้วางแผนการใช้ที่ดินและกำหนดแนวทางการป้องกันน้ำท่วมไว้อย่างชัดเจน แผนนี้เรียกว่า Greater Bangkok Plan หรือมีชื่อเรียกว่า “แผนลิทช์ฟิลด์ (Litchfield Plan)”

ในแผนที่ว่ากำหนดให้มี “ทางด่วนน้ำ” ผันน้ำจากตอนเหนือของกรุงเทพฯ แล้วอ้อมไปทางซ้ายและขวาเพื่อไปลงทะเลให้เร็วที่สุด ปิดโอกาสไม่ให้น้ำหลากล่วงล้ำเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ ได้เลย แต่เป็นที่น่าเสียดายด้วยเหตุผลบางประการเราไม่ได้ทำตามแผนนั้น ซ้ำร้ายยังพัฒนาเมืองอย่างขาดหลักการ ถมคลองทำท่อคลองที่มีอยู่ก็ปล่อยให้มีการรุกล้ำ ตัดถนนและพัฒนาที่ดินโดยไม่ได้ส่งเสริมทิศทางระบายน้ำจากเหนือลงใต้ ทำลายพื้นที่ที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ และอื่นๆ สะสมความผิดพลาดจนได้แต้มมากพอดังเราเห็นผลลัพธ์กันอยู่ในขณะนี้

แต่ยังพอมีทางป้องกันแก้ไข โดยให้ทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานแนวความคิดเรื่อง “ฟลัดเวย์ (Flood Way)” เพื่อใช้ทดแทน “ทางด่วนน้ำ” ที่ไม่สามารถทำได้แล้ว กรุงเทพฯ ก็มีโอกาสรอดได้ หากทบทวนดูให้ดีที่จะพบว่าผ่านมาสังคมไทยมักใช้เพียง “ความรู้สึกและความเชื่อ” ในการตัดสินใจ แทนที่จะใช้ข้อเท็จจริงและเหตุผลตามหลักวิชา ทำให้นักวิชาชีพและวิชาการไม่มีโอกาสทำหน้าที่ที่แต่ละคนถนัด โดยเฉพาะในเรื่องการวางผังภาค ผังเมือง การตั้งถิ่นฐาน และแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในระดับประเทศอย่างบูรณาการ

น้ำท่วมคราวนี้น่าเห็นใจที่รัฐ แทบไม่สามารถทำอะไรกับน้ำได้เลย จึงได้แต่ทำหน้าที่บรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยเป็นหลัก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราประมาทไม่มีแผนรับมือกับของแบบนี้ไว้ชัดเจน เพียงเพราะเชื่อว่ามันคงไม่เกิดขึ้นในชั่วชีวิตของเรา ที่ผ่านมาประเทศไทยโชคดีที่ไม่ค่อยมีภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงมากนัก ถ้าเทียบกับที่คนญี่ปุ่นเขาเจอกันมาก็ถือว่าเล็กมาก ดังนั้นอย่าให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไปโดยเราไม่ได้บทเรียนอะไรเลย ถึงเวลาแล้วที่คนไทยเราต้องตื่นตัว (มิใช่ตื่นตระหนก) ภาวะโลกร้อนที่พูดกันมันเป็นของจริง และกำลังทวีความรุนแรงและความถี่ขึ้นเรื่อยๆ

แผนผัง ทางออก รับมือน้ำ (อนาคต)

ต่อไปนี้ภาคประชาชนต้องปรับตัวให้เข้มแข็ง ต้องหาความรู้เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้แม่นยำและถูกต้อง สามารถรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมได้ สร้างความสามัคคี และเลิกนิสัยรอการพึ่งพาจากรัฐหรือผู้ใจบุญ ในอนาคตเอกชนอาจจับกลุ่มชวนกันไปสร้างโรงงานสร้างเมืองอยู่ในที่ที่เหมาะสม โดยไม่ต้องรอการชี้นำของรัฐ เหมือนประเทศที่เจริญแล้วที่มีการกระจายความเจริญไปทั่วทุกภูมิภาค หากมีการวางแผนที่ดี พลเมืองก็ไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวแต่ในเมืองหลวง แต่สามารถอยู่ในเมืองไหนก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ดังนั้น การวางแผนที่ดีจะช่วยเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภัยที่จะต้องเกิดขึ้นอีกแน่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง


 

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69