posttoday
เชื่อดีมั้ย? ข่าวสารมากมายในโซเชียลมีเดีย

เชื่อดีมั้ย? ข่าวสารมากมายในโซเชียลมีเดีย

24 พฤศจิกายน 2554

ทุกวันนี้โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตจริงๆ ยิ่งเฉพาะคนเมืองอย่างเราเนี่ย

โดย..แดงน้อย

ทุกวันนี้โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตจริงๆ ยิ่งเฉพาะคนเมืองอย่างเราเนี่ย ติ๊ง! อุ๊ย... แป๊บนึงนะคะ ขอเช็กเฟซบุ๊กแป๊บนึง... ติ๊งๆๆ อุ๊ย ทวิตเตอร์อัพเดตอีกและ... เนี่ย มันก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ

โลกออนไลน์ในปัจจุบันมีมากมายหลากหลายรูปแบบ สิ่งที่เจริญเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดดในโลกอินเทอร์เน็ตคงหนีไม่พ้นเว็บไซต์ประเภทโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฮิตไม่ฮิตก็ลองไล่ดูเอาแล้วกันว่า เราใช้อะไรกันบ้าง ไฮไฟฟ์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กูเกิล พลัส เพิล์ก และอีกมากมาย

 

 

เชื่อดีมั้ย? ข่าวสารมากมายในโซเชียลมีเดีย

ที่ฮิตสุดตอนนี้คงตกเป็นของ เฟซบุ๊ก ที่ปัจจุบันมีคนไทยใช้งานมากกว่า 20 ล้านคน รองลงมาก็เป็น ทวิตเตอร์ ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานราว 1 ล้านคน จำนวนไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียวนะค้า...

สงสัยวัยรุ่นใจร้อนจะเยอะ การตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ ทีวี เว็บไซต์สื่อต่างๆ หรือวิทยุ เลยยังไม่เรียลไทม์ถูกใจคนอ่านข่าวอย่างเราๆ โซเชียลมีเดียจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนต่างให้ความสนใจ เพราะสามารถรับรู้ข่าวสารได้ในเวลารวดเร็ว แทบจะนับเป็นวินาทีได้

แน่นอนล่ะ สำนักข่าวหลายแห่งมีแอ็กเคาต์ทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊กเพื่อเผยแพร่ข่าว สิ่งที่จะแตกต่างจากสื่อกระแสหลักอย่างชัดเจนคือ ทุกคนที่มีแอ็กเคาต์ของตัวเอง สามารถเป็นนักข่าวเองได้ หรือที่มีชื่อเรียกกันอย่างโก้เก๋ว่า “นักข่าวพลเมือง”

นี่เองกลายเป็นดาบสองคม ดั่งประโยคที่ว่า “คนเยอะเรื่องแยะ” หลายข่าวก็ถูกรายงานขึ้นจากผู้ประสบภัยที่อาจต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ด้วยความรวดเร็วทางการสื่อสารนี่เอง ทำให้หน่วยงานสามารถเข้าไปช่วยได้ทันท่วงที แต่ก็มีคนอีกพวกที่ก่อข่าวลือจนทำเอาแตกตื่น แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะได้ข่าวที่ถูกต้องและครบถ้วน?

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการสื่อข่าวทางโซเชียลมีเดียว่า เป็นช่วงที่ทุกคนเจอปัญหาเหมือนกันหมด คือการสื่อสารของรัฐบาล ท่วมไม่ท่วม ทำให้เกิดเป็นผลต่อเนื่อง คนไม่มั่นใจ ทำให้เกิดภาวะตื่นตระหนก เมื่อพึ่งพารัฐไม่ได้ ก็ต้องหันมาพึ่งพาสื่อแทน โดยเฉพาะสื่อกระแสหลัก ทีวีก็เริ่มมามีบทบาทมาก แต่ก็ใช่ว่าเราจะนั่งดูทุกช่องพร้อมกันได้ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กก็เลยเข้ามาช่วยเสริมเป็นทางเลือกที่จะให้แสวงหาข้อมูลข่าวสารได้เพิ่มเติม

 

เชื่อดีมั้ย? ข่าวสารมากมายในโซเชียลมีเดีย ป๋อ-ณัฐวุฒิ

“เป็นธรรมดาครับที่จะมีข่าวลือบ้าง เพราะว่าใครก็ส่งข่าวได้ทั้งนั้น เมื่อใครก็ทำได้ คนที่รับข่าวก็ต้องพิจารณากรองให้ดีว่าข่าวนั้นมันมาจากใคร เลือกรับ ไม่ใช่ว่ามีข่าวอะไรมาก็เชื่อหมด เวลาทวีตเราต้องแนบรายละเอียดไปด้วย ไม่ใช่บอกว่าน้ำขึ้นอย่างเดียว ไม่บอกเวลา ไม่บอกว่าไปทางไหน มันมาจากไหน มันอาจจะสร้างความเขาใจผิดได้

ที่สำคัญคือ เราต้องพยายามติดตามข่าวจากหลากหลายมุม ในทวิตเตอร์ก็ไม่ได้มีเฉพาะแอ็กเคาต์ของนักข่าว ยังมีของนักวิชาการ ผู้มีความรู้ในแต่ละเรื่อง เราก็ต้องเลือกตามคนที่หลากหลาย แล้วก็เอาข้อมูลมาชั่งน้ำหนักว่าเราควรเชื่อใคร นำมาตัดสินใจว่าเราจะใช้ชีวิตประจำวัน ตัดสินใจออกเดินทาง อพยพย้ายที่อยู่ ไปจนถึงการตัดสินใจทางการเมือง”

ด้าน ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้บริหารเว็บไซต์ Kapook.com และผู้จัดการศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่าง ThaiFlood.com เห็นว่า โซเชียลมีเดียทำให้สามารถเลือกรับข่าวสารได้จากหลายแหล่งในเวลาเดียวกัน ทั้งจากสำนักข่าวเอง หรือว่าจะเป็นผู้ที่เป็นแหล่งข่าวโดยตรงก็สามารถที่จะให้ข่าวออกมาได้เลย แล้วก็อาจจะมีคนที่รายงานข่าวที่เป็นคนธรรมดา เมื่อมีความหลากหลาย ทำให้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของข่าว

“ทางที่ดีคือ เราอย่าเพิ่งเชื่อไว้ก่อนครับ จนกระทั่งเราจะตระหนักได้ หรือว่าผ่านการกรองข้อมูลจากหลายๆ แหล่งมาก่อนอย่างชัดเจน การได้รับข้อมูลทางโซเชียลมีเดียมันก็ดีตรงที่บางทีมันจะมีประเด็นบางประเด็นถูกจุดขึ้นมา ซึ่งถ้าเรารอสักพัก ก็อาจจะมีสื่อมวลชนกระแสหลักตามไปจุดประเด็นเหล่านั้นขึ้นมา

ผมว่าการรายงานข่าวผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเนี่ย มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือ มันเร็วมาก แต่ก่อนเราต้องอ่านหนังสือพิมพ์หลายเล่มถึงจะได้มุมมอง ข่าวจากโซเชียลมีเดียอาจจะทำให้เราสามารถรับข่าวที่หลากหลายขึ้น อาจจะได้เจอแหล่งข่าวในพื้นที่จริงๆ ส่วนข้อเสียก็คือ เราจะเสพข่าวโดยไม่ตรองก่อนไม่ได้ เราก็ต้องมีการตรวจทาน ตรวจสอบข่าวที่ได้มาด้วยว่ามีความจริงเท็จขนาดไหน

ถ้าเป็นข่าวที่ผ่านทางสื่อหลักก็จะมีผู้รับผิดชอบ มี บก.ข่าว มีคนควบคุมดูแลชัดเจน แต่ถ้าเป็นสื่อจากโซเชียลเน็ตเวิร์กก็อาจจะไม่มีใครมารับผิดชอบ ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดตรงนั้น”

เชื่อดีมั้ย? ข่าวสารมากมายในโซเชียลมีเดีย ปรเมศวร์

นอกจากคนดังทางวงการข่าวสารที่จะได้รับความสนใจจากคนที่เล่นโซเชียลแล้ว ดารานักแสดง ก็ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก สังเกตได้จากการทวีตไปหานักแสดงเพื่อฝากกระจายข่าว ป๋อณัฐวุฒิ สกิดใจ ก็เป็นดาราอีกหนึ่งท่านที่เข้ามาร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยอาศัยการเผยแพร่ข่าวสารทางทวิตเตอร์ และพร้อมกันก็เป็นดาราที่มีผู้คนมาขอความช่วยเหลือเยอะเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

“ผมไม่ใช่กู้ภัยนะ...มาบอกอะไรผม ฮ่าๆๆ จริงๆ เขาคงเห็นว่าเราก็ร่วมทำภารกิจตรงนี้ แล้วเขาคงคิดว่าการสื่อสารกับเราอาจจะเป็นช่องทางที่ง่ายขึ้นที่จะขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็ประสบความสำเร็จนะ อย่างเช่นมีครั้งหนึ่งที่คุณหมอหาเสื้อชูชีพเพื่อที่จะไปช่วยกวางแถวบางบัวทอง พอคุณหมอทวีตบอกความต้องการมาปุ๊บ ผมก็โทร.หาหมอเลย แล้วก็พบว่าเขาต้องการจริงๆ นั่นเป็นการเช็กทางหนึ่งครับว่า ข้อมูลนั้นเป็นจริงไหม พอเช็กเสร็จปุ๊บ ก็มีการนัดมอบ เพื่อที่จะเอาเสื้อชูชีพไปให้เขา ซึ่งมันก็จะเร็วมาก

อย่างบางคนหาทางออกไม่ได้ พอทวีตมาแล้วก็มีการรีทวีตไปเรื่อยๆ แล้วก็อาจจะเจอคนที่เขามีของ มีความสามารถที่จะไปช่วยได้ทันท่วงที มันก็จะรวดเร็ว แต่สำหรับการเลือกเสพข่าวนี่ก็ 50-50 แล้วกัน เราก็จะต้องดูแหล่งข่าวที่มาว่ามาจากไหน ถ้าเราเช็กแล้วเรารู้ต้นตอเนี่ย มันก็จะทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น”

แม้จะยังไม่มีการควบคุม หรือป้องกันการเผยแพร่ข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์กโดยนัดข่าวพลเมือง ดังนั้นวิธีที่จะทำได้คือ การไม่ก่อข่าวเท็จ และเมื่อพบว่าข่าวนั้นมีข้อมูลที่ผิดพลาดก็ต้องแจ้งไปยังต้นตอทันที และหยุดแพร่กระจายข่าวเพื่อยุติการเกิดข่าวลือ คงจะต้องช่วยกันดูแลไปก่อน จนกว่าจะมีกฎหมายมารองรับ แต่ท้ายสุดทุกอย่างก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้เสพข่าวเองว่า จะเชื่อดีไหม หรือไม่เชื่อดีกว่า

อย่าลืมว่า ทุกวินาทีของการตัดสินใจของเราคือ “ชีวิต” จะหนี จะอยู่ จะไปตรงนั้น หรือไปตรงนี้ คิดดูให้ดีก่อนนะ : D

ข่าวล่าสุด

โลกช็อก แต่หุ้นไทยไม่ช็อก! ทิสโก้ชี้ตลาดไทยเข้าสู่รอบฟื้นใหญ่ จับตา FDI - กำไร บจ. หนุนครึ่งปีหลัง

โลกช็อก แต่หุ้นไทยไม่ช็อก! ทิสโก้ชี้ตลาดไทยเข้าสู่รอบฟื้นใหญ่ จับตา FDI - กำไร บจ. หนุนครึ่งปีหลัง