
‘มีความสุขกับที่ที่อยู่’ อทิลลา เออด้า
อทิลลา เออด้า เกิดที่ตุรกี ย้ายไปเรียนที่สวิสฯ พบรักกับภรรยาแถบมหาสมุทรอินเดีย
อทิลลา เออด้า เกิดที่ตุรกี ย้ายไปเรียนที่สวิสฯ พบรักกับภรรยาแถบมหาสมุทรอินเดีย
โดย...กาญจน์ อายุ
อทิลลา เออด้า เกิดที่ตุรกี ย้ายไปเรียนที่สวิสฯ พบรักกับภรรยาแถบมหาสมุทรอินเดีย และเดินทางทำงานอีกหลายที่จนมาลงเอยที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประเทศไทย งานที่เขารับผิดชอบอยู่ในขณะนี้คือเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดให้กับโรงแรมและรีสอร์ต ภายใต้การบริหารงานของบริษัท แอบโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส ชีวิตของเขาเดินทางมาตลอดชีวิตแน่นอนว่าเขาย่อมได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย และเมื่อถามว่า “คิดถึงบ้านเกิดบ้างไหม”
“ชีวิตคือการเดินทาง เราต้องมีความสุขกับที่ที่อยู่” เขาตอบ
ประเทศไทยมีดีเหนือจรดใต้
ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย คุณอทิลลาไม่รู้จักประเทศไทยเลย แต่เมื่อโชคชะตาพาเขามาในประเทศนี้เขาก็เริ่มตกหลุมรักและเริ่มถอนตัวไม่ขึ้น สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มรักประเทศไทยคือผู้คน อย่างที่คนต่างชาติชอบพูดกันว่าคนไทยน่ารักมีอัธยาศัยดีสงสัยท่าจะจริง เพราะคุณอทิลลาก็ตอบแบบนั้น
สถานที่แรกที่เขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา คือ สมุย เขาเล่าว่าในตอนนั้นสมุยยังสวยงามและน่าเที่ยว แต่ตอนนี้ “สมุยได้เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเพื่อส่งผลดีแก่การท่องเที่ยว แต่ไม่ดีสำหรับสภาพแวดล้อม” เขาว่าอย่างนั้น
พูดถึงสมุยขึ้นมาแล้วก็อดถามความรู้สึกของชาวต่างชาติเกี่ยวกับงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงันไม่ได้ ซึ่งคำตอบที่จริงใจของคุณอทิลลาได้สะท้อนหลายสิ่งได้อย่างดี
เขาว่า งานฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี คล้ายปาร์ตี้เมาเหล้าเมายา ลูกค้าที่เกาะสมุยของเขาหลายคนก็คิดเช่นเดียวกับเขาว่าฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นปาร์ตี้ที่ไม่ดี เขาเห็นว่าถ้าจะให้ภาพลักษณ์ของปาร์ตี้นี้ดีขึ้นต้องมีการควบคุมและมีการดูแลอย่างรัดกุมมากกว่านี้ คุณอทิลลาได้ยกตัวอย่างปาร์ตี้ที่เกาะอิบิซา ประเทศสเปน ให้ฟังว่า ที่นั่นก็มีปาร์ตี้ในลักษณะริมหาดแบบนี้ แต่ภาพลักษณ์มันเหมือนผับชั้นดีที่ผู้คนจะไปสนุกร่วมกัน ปราศจากความรุนแรง
หลังจากทำงานที่สมุย เขาก็ย้ายไปทำงานนอกประเทศที่บาร์เซโลนา ก่อนกลับมายัง กทม. นอกจากผู้คนที่เขาประทับใจแล้ว เขายังชื่นชอบความหลากหลายใน กทม. คือเป็นเมืองที่มีทั้งความเป็นท้องถิ่นและความสากลอยู่คู่กัน มองกันง่ายๆ ก็คือมีวัดและห้างสรรพสินค้าใหญ่โตอยู่ข้างกันลงตัว ซึ่งความหลากหลายนี้มันตอบโจทย์ความต้องการคนที่หลากหลายเช่นกัน “ถ้าวันไหนอยากทานอาหารตุรกี กทม.ก็มีให้ทาน” เขาว่า
และเมื่อพูดถึงไทยทั้งประเทศเขายิ่งชื่นชอบเข้าไปใหญ่ เพราะเขาสามารถเที่ยวได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เขาเล่าความประทับใจให้ฟังว่า “เชียงใหม่ เชียงราย มีศิลปะและวัฒนธรรม นครศรีธรรมราชมีหาดขนอม สุราษฎร์ธานี มีเกาะเต่า เขาใหญ่มีไวน์ให้ชิม ตั้งแต่เหนือจรดใต้เมืองไทยมีที่เที่ยวหมด” ไ
คนต่างชาติอยากจะมาประเทศไทยเพราะอยากมาเห็นอะไรที่บ้านเขาไม่มี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยจะไปเที่ยวเมืองนอกบ้าง “นักท่องเที่ยวอาจรู้จักสวิสฯ มากกว่าผมอีก” แต่อย่างไรแล้ว อะไรที่คนนอกอยากเห็น เราก็ควรได้เห็นด้วย อย่าได้น้อยหน้านักท่องเที่ยว
ความท้าทายใหม่
เดือน มี.ค. 2555 โรงแรม อิสติน (Eastin) สาทร จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเป็นแห่งที่ 2 ใน กทม. หลังจากสาขามักกะสันให้บริการมาก่อนแล้ว อิสตัน สาทร สามารถเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ได้ ทำให้ง่ายแก่การเดินทาง คุณอทิลลา กล่าวว่า “ทำเลของโรงแรมเอื้อให้เดินทางได้สะดวก ไม่ว่าจะเข้าไปเที่ยวใน กทม.ด้วยรถไฟฟ้า หรือขึ้นทางด่วนที่อยู่ใกล้ๆ ไปเที่ยวพัทยาได้สบาย”
สำหรับปัจจัยที่เป็นจุดขายคือ ทางโรงแรมได้ให้ความสำคัญกับแขกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ที่มี Family Floor ชั้น 15 มี Kid Club สำหรับเด็ก มีห้องประชุมสำหรับกลุ่มสัมมนา และมีห้องพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน “โรงแรมอื่นก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นกัน แต่หาได้ไม่ง่ายนัก หรือถ้ามีก็จะมีอย่างใดอย่างหนึ่ง โรงแรมของเราจะตอบโจทย์ทุกกลุ่มและเอาใจใส่มากกว่า”
นอกจากอิสติน สาทร ที่จะเปิดตัวต้นปีหน้าแล้ว คุณอทิลลายังเผยอีกว่าในปี 2556 จะเปิดโรงแรมใหม่ในแบรนด์ ยู (U) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเดียวกันแถวสาทรอีกหนึ่งแห่ง หลังจากได้เปิดไปแล้วที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.กาญจนบุรี โรงแรมแบรนด์ ยู จะแตกต่างจากอิสตินตรงที่จะเป็นสไตล์บูติก มีห้องพักจำกัด และเน้นการบริการส่วนบุคคล
อิสตินมีสโลแกน “Value For All Vacation” หรือพูดเป็นไทยได้ว่า “คุ้มค่าสำหรับทุกโอกาส” ฟังแล้วก็ไม่ต่างจากวิธีการใช้ชีวิตของคุณอทิลลาที่ต้องมีความสุขในที่ที่อยู่ เห็นแบบนี้ทำให้นึกถึงวลีภาษาอังกฤษ “Put The Right Man On The Right Job” ฉันว่าชีวิตเขาแปลความหมายของวลีนี้ได้ดี







