
สุดยอดไอเดีย"นาวาฝ่าวิกฤตน้ำท่วม"
ไอเดียสุดเก๋ในการอยู่กับน้ำจากเด็กไทยกับการประดิษฐ์เรือจากวัสดุที่หาได้ใกล้ๆตัว
ไอเดียสุดเก๋ในการอยู่กับน้ำจากเด็กไทยกับการประดิษฐ์เรือจากวัสดุที่หาได้ใกล้ๆตัว.....
การใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งขาดแคลนอาหารการกิน ขับถ่ายไม่สะดวก ที่สำคัญเดินทางลำบากไม่ว่าจะเดินทางออกนอกพื้นที่หรือเดินทางไปรับถุงยังชีพก็ตาม ยิ่งท่วมนานน้ำเน่าขังการเอาตัวไปสัมผัสน้ำยิ่งเสี่ยงต่ออันตรายจากการติดเชื้อโรค
นอกจากเรือแล้ว ที่ผ่านมาคนในพื้นที่น้ำท่วมต้องดัดแปลงวัสดุใกล้ตัวมาทำเป็นพาหนะไม่ว่าจะกาละมัง ขวดน้ำ โฟม ฯลฯ
ความจำเป็นที่ต้องมีพาหนะเดินทางในพื้นที่น้ำท่วม ทำให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดประกวด "นาวาฝ่าวิกฤต:Mobility in the time of flood" ซึ่งเป็นการประกวดสิ่งประดิษฐ์ที่นำอุปกรณ์เหลือใช้ ต้นทุนต่ำ และมีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างเป็นยานพาหนะในพื้นที่น้ำท่วม
งานนี้ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีผลงานเผยแพร่ทันใช้งานในช่วงวิกฤตนี้ โดยรับสมัครวันที่ 26 ต.ค. -2 พ.ย. และต้องพัฒนาต้นแบบให้เสร็จภายในวันที่ 10 พ.ย. จากนั้นเป็นการประกวดรอบสุดท้ายในวันที่ 16 พ.ย. นี้ รวมเวลาทั้งหมดเพียง 20 วันเท่านั้น
การประกวดครั้งนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 100 ราย โดยแบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทคือ 1.สิ่งประดิษฐ์ที่มีความเร็วสูงและสร้างแรงกระเพื่อมน้อย 2.สิ่งประดิษฐ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ แต่ละประเภทมี 5 รางวัลคือรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 รวมทั้งรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัล
สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดประเภทความเร็วสูงและสร้างแรงกระเพื่อมน้อย ได้แก่ ทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้ชื่อ"โครงการพัฒนายานพาหนะสัญจรทางน้ำจากวัสดุอุปกรณ์ใกล้ตัวและหาง่ายเพื่อบรรเทาวิกฤตอุทกภัย" พัฒนาต้นแบบโดยนายอิสรพงศ์ ประจิตต์มุทิตา, น.ส.ปนัดดา พงศ์เกษมวิวัฒน์ และ น.ส.ภณิดา แก้วเนียม ออกแบบโดยการสร้างชุดรองรับเพื่อนำมาประกอบกับจักรยานได้โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงจักรยานแต่อย่างใด จึงเป็นการสะดวกสาหรับผู้ใช้ที่จะสัญจรในเส้นทางที่มีทั้งพื้นที่ที่มีน้าท่วมขังและพื้นที่แห้ง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน "แกลลอนฝ่าวิกฤตไทย" โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาต้นแบบโดย น.ส.ญาดา เสริมศิริสัมพันธ์, นายชัยชนะ ชูเมฆ และ นายณัฏฐกร อร่ามเรือง แนวคิดคือการสร้างแพจากวัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกอย่างเช่นแกลลอนน้ำมันที่ใช้แล้วมาเป็นวัสดุหลักในการทำฐานของแพเพื่อที่จะช่วยในการลอยตัวในน้ำได้ดี มีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้เป็นจำนวนมาก และคิดหาวิธีการขับเคลื่อนด้วยการถีบหรือปั่นเพื่อช่วยให้หรือแพเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน "เรือร้อย" พัฒนาต้นแบบโดยนายวีรยุทธ บำรุงศิริ, นายพีรพงษ์ อึ้งพัฒนากิจ และนายอนุชา มาปัน เป็นเรือต้นทุนต่ำใช้งบประมาณไม่เกิน 1,000 บาท เน้นในส่วนของความประหยัดใช้วัสดุที่หาได้ง่าย มีทั่วไปตามท้องตลาด ขั้นตอนการสร้างไม่ซับซ้อน ใช้เครื่องมือช่างพื้นฐาน เช่น เลื่อย ,ไขควง , ปะแจ เป็นต้น
ขณะที่รางวัลชนะเลิศประเภทความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ ได้แก่ ผลงาน "2 in1 Boat" ของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พัฒนาต้นแบบโดยนายวสันต์ บุญลีลากุล และ น.ส.พนิดา โพยมทิพย์ ออกแบบโดยมีแนวคิดในการทำยานพาหะนะในการรับส่งผู้คนหรือการเข้าไปในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในพื้นที่ มีน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถใช้ต้นกำลังได้หลากหลาย เพียงแค่ขับขึ้นมาจอดบนอุปกรณ์ดังกล่าว
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน "นาวาบรรทุกติดล้อพลังงานกังหันน้ำ" จากนักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย พัฒนาต้นแบบโดยนายธาดา แอมสูงเนิน, น.ส.ธวัลรัตน์ พลสิทธิ์ และ น.ส.อารยา วีนะสนธิ แนวคิดคือสร้างเรือที่ทำมาจากไม้ไผ่ มีถังน้ำมันที่ช่วยในการลอยตัวอยู่ใต้ท้องเรือ มีล้อที่ดัดแปลงมาจากกังหันน้ำ ใช้กำลังคนในการหมุนหมุนล้อด้วยมือ และยังสามารถช่วยบำบัดน้ำเสียไปได้พร้อมกันด้วย
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน "แกลลอนฝ่าวิกฤตไทย" โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รางวัลรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในประเภทสิ่งประดิษฐ์ที่มีความเร็วสูงและสร้างแรงกระเพื่อมน้อยไปแล้วอีก 1 รางวัล
ทั้งนี้แบบโครงร่างของผลงานที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ สวทช. (www.nstda.or.th) ในเร็วๆนี้ เพื่อให้ประชาชนนำไปผลิตใช้ต่อไป







