
เฟอร์กี...ผีตัวพ่อ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการครบรอบฉลองความยิ่งใหญ่ของใครคนหนึ่ง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการครบรอบฉลองความยิ่งใหญ่ของใครคนหนึ่ง
โดย.....เด็กสวนฯ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการครบรอบฉลองความยิ่งใหญ่ของใครคนหนึ่ง ซึ่งสร้างความสำเร็จมากมายในอาชีพของเขา และยากยิ่งที่ใครจะเลียนแบบหรือทำได้อย่างเขา
นั่นคือการครบรอบ 25 ปีในการคุมทีมฟุตบอลสโมสร “ปีศาจแดง” แมนเชสเอร์ ยูไนเต็ด ของ “เฟอร์กี” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เฟอร์กี เริ่มรับงานกุนซือทีมผีแดงมาตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 1986 และได้สร้างเกียรติประวัติมากมายให้แก่ทีม โดยพาทีมกวาดสารพัดแชมป์มาทั้งหมดถึง 95 รายการ ซึ่งที่สำคัญน่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือลีกสูงสุดผู้ดี 19 สมัย (ฉีกหนี “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้ 18 สมัยร่วมกัน) และแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปหรือยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอีก 2 สมัย
ไม่ว่าใครที่เคยมาค้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด เมืองแมนเชสเตอร์ ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า เฟอร์กูสัน เปรียบเหมือน “พ่อคนที่สอง” ไม่เชื่อลองไปถามนักเตะดังที่แขวนสตั๊ดไปแล้วอย่าง พอล สโคลส์ หรือจะเป็นซูเปอร์สตาร์ดังคับฟ้าอย่าง เดวิด เบคแฮม และคริสเตียโน โรนัลโด ดูก็ได้ ว่ามันจริงอ่ะป่าว
เอาเป็นว่าบรรดาโค้ชดังทั้งหลายต่างร่วมสดุดีในความเก่งกาจ จากผลงานสุดยอดของ เฟอร์กี ที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ที่เคยมีเรื่องมีราวปะทะคารมด้วยอย่าง โจเซ มูรินโญ อดีตกุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่กำลังคุมทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด และ อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือสมองเพชรของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รวมทั้ง “คิงเคนนี” เคนนี ดัลกลิช ที่กำลังคุม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อยู่ในตอนนี้
กุนซือบางคนอาจวางแผนการเล่นให้ลูกทีมได้ดี มีมันสมองที่ปราดเปรื่อง สามารถแก้เกมจนเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้นักต่อนัก แต่หากวันหนึ่งไร้ซึ่ง “บารมี” แล้ว เราก็ได้เห็นนักเตะเล่นไล่โค้ชกันมาบ่อยๆ อย่าให้พูดเลยว่ามีทีมไหนบ้าง
แต่เรื่องเล่นไล่โค้ชนั้น สำหรับทีมผีแดงในยุคของเฟอร์กูสัน ไม่มีแน่ จะมีก็แต่ที่ยอดโค้ชไม่เอา แล้วนักเตะคนนั้นไม่มีที่จะยืนในสโมสร จนต้องหาทางอพยพหาที่พักพิงใหม่ในทีมอื่น
หรือหากจะบอกว่าใครขัดใจ เฟอร์กีที่เพิ่งทำลายสถิติการคุมทีมผีเดงของ เซอร์ แมตต์ บัสบี เมื่อปีที่แล้ว มีอันต้องเจอดีแน่ ก็คงจะไม่ผิดเพี้ยน
เฟอร์กี มีหลักการบริหารจัดการกับบรรดานักเตะดังทั้งหลายทั่วโลก ที่ต่างก็กระสันที่จะได้มาค้าแข้งกับสโมสรลูกหนังระดับแถวหน้าของโลกนี้ว่า
“ไม่มีนักเตะคนไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าสโมสร หากไม่ทำตามหรือขัดขืนคำสั่ง ก็จงรีบเก็บข้าวออกไปได้เลย”
เอาแค่เป็นพอเป็นกษัยก็แล้วกัน ว่ามีใครบ้างที่เคยทำตัวเป็นปรปักษ์ ไม่ค่อยเชื่อฟังและขัดใจ เฟอร์กี บ้าง อาทิ กอร์ดอน สตรัคคัน, พอล แม็คกรัธ, พอล อินซ์, ยาป สตัม, ดไวท์ ยอร์ค, เดวิด เบคแฮม, รุด ฟาน นิสเตลรอย, กาเบรียล ไฮน์เซ ซึ่งในที่สุดทุกคนก็อยู่ไม่ได้สักราย พากันย้ายทีมเป็นแถว
เกือบตกสำรวจไปหนึ่งราย นั่นคือ รอย คีน อดีตกัปตันทีมที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญและมีอิทธิพลมากกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน ก็ยังอยู่ไม่ได้เลย เพราะดันทะลึ่งไปเปิดปากวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมทีมผ่านทาง “เอ็มยูทีวี” สถานีโทรทัศน์ของสโมสร ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่นายใหญ่อย่างท่านเซอร์
ทั้งนี้ ทีเด็ดของท่านเซอร์ก็คือ การคุมทีมอย่างต่อเนื่องคงเส้นคงวา และสามารถปั้นนักเตะชั้นดีเข้ามาประดับทีมได้ชุดแล้วชุดเล่า จนช่วยให้ทีมมีรากฐานที่มั่นคง หรือมีมาตรฐานสูงถึงสูงมากนั่นเอง
ล่าสุด เบคแฮม นักเตะสุดหล่อพ่อลูก 4 ที่เคยเป็นนักเตะฝึกหัดอยู่ใน อะคาเดมี ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และเริ่มอาชีพค้าแข้งที่นั่นจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยตอนนี้กำลังค้าแข้งอยู่กับ แอลเอ แกแล็กซี ในศึกเมเจอร์ลีกที่สหรัฐ ก็ได้ออกมาร่วมยกย่องอดีตนายเก่าอย่าง เฟอร์กูสัน เช่นกัน ทั้งที่เคยเจอสตั๊ดบินใส่หัวจนคิ้วแตกมาแล้ว เนื่องจากยอดกุนซือกริ้วจัดที่เห็นฟอร์มแย่ๆ ของลูกทีมผีแดง และระบายออกด้วยการเตะกองสตั๊ดกระจายใส่หน้าลูกทีม
“มันเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่เขา (เฟอร์กี) มีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มาโดยตลอด แถมมีความกระตือรือร้นและกระหายในชัยชนะไม่เสื่อมคลาย คงไม่มีใครอีกแล้วที่รักสโมสร (แมนฯ ยูไนเต็ด) เท่ากับเขา” หนุ่มเบค วัย 36 ที่ต้องย้ายไปซบ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 1,250 ล้านบาท) หลังมีปัญหากับนาย กล่าว
ไม่แปลกใจเลยที่บรรดาแข้งดังของทีมปีศาจแดงทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่รักหรือที่ชังของ เฟอร์กี ต่างก็เลื่อมใสให้ ยอดกุนซือวัย 69 เป็น “ผีตัวพ่อ” ตลอดกาล







