posttoday
ใครคือ ผู้สูงอายุ และประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยหรือยัง

ใครคือ ผู้สูงอายุ และประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยหรือยัง

21 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง : รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

ช่วง 45 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้ให้ความสนใจกับเรื่องผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนเป็นสังคม สว. หรือสังคมสูงวัยมากขึ้นเป็นลำดับ คำถามที่มักจะเกิดขึ้น คือใครคือผู้สูงอายุ หากสอบถามความคิดเห็นของแต่ละคนว่าใครคือผู้สูงอายุ คำตอบที่ได้รับจะแตกต่างกันไป หากถามวัยรุ่นก็อาจมองว่า คนอายุ 3040 ปีก็สูงอายุแล้ว แต่ก็มีอีกหลายคนที่แม้จะอายุ 7080 ปีแล้ว แต่สุขภาพร่างกายยังดีเยี่ยม แถมพลังความคิดยังเฉียบคม มีศักยภาพสูง สามารถพึ่งตัวเองหรือเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ทั้งยังมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมส่วนรวม กลุ่มคนเหล่านี้จึงยังไม่รู้สึกว่าตนเป็นผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม หากใช้คำนิยามตามความคิดเห็นหรือความรู้สึกของแต่ละคนก็ยากที่จะเห็นภาพรวม หรือให้ข้อมูลที่สื่อความหมายให้เป็นที่เข้าใจตรงกันหรือใช้ในการเปรียบเทียบกันได้ ในทางประชากรศาสตร์จึงแบ่งกลุ่มประชากรอย่างคร่าวๆ โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมในเชิงเศรษฐกิจ โดยแบ่งเป็นประชากรวัยเด็กวัยแรงงาน และวัยสูงอายุ

วัยเด็กก็จะนับตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 14 เต็ม (014 ปี) วัยแรงงานคือกลุ่มผู้ที่เป็นกำลังการผลิตในเชิงเศรษฐกิจและคอยให้การเกื้อหนุนแก่ประชากรในวัยอื่น ซึ่งอยู่ในกลุ่มอายุ 1559 ปี หรือในกรณีประเทศที่พัฒนาแล้ว จะขยายขอบเขตของอายุไปถึง 64 ปี เนื่องจากประชากรในประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนยาวกว่าประเทศกำลังพัฒนา จึงมีโอกาสมีส่วนร่วมในการผลิตเชิงเศรษฐกิจยาวนานกว่า ประชากรกลุ่มสุดท้ายหรือประชากรสูงอายุ จึงหมายถึง ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือ 65 ปีขึ้นไป

สำหรับประเทศไทยประชากรสูงอายุคือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ตามที่นิยามใช้กันในการศึกษาวิจัย และการเกษียณอายุราชการ ต่อมาได้มีกำหนดเกณฑ์เรื่องอายุไว้ในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. 2546 และรัฐธรรมนูญ ฉบับปีพ.ศ. 2550 นอกจากนี้การให้สิทธิและสวัสดิการต่างๆ แก่ผู้สูงอายุ เช่น เบี้ยยังชีพ ก็กำหนดคุณสมบัติไว้สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์เช่นกัน การกำหนดอายุเริ่มต้นของวัยสูงอายุที่อายุ 60 ปี น่าจะเนื่องมาจากในอดีตคนไทยมีอายุไม่ยืนยาวมากนัก เนื่องจากมีภาวะการตายค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ประกอบกับปัจจัยด้านวัฒนธรรมก็น่าที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้เพราะผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรืออายุครบรอบ 5 รอบนักษัตร ในสังคมไทยถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว หรือมีประสบการณ์ในชีวิตมามาก พอที่จะได้รับการยอมรับนับถือให้เป็นผู้สูงอายุที่ลูกหลานควรให้ความเคารพ ยกย่องและดูแลเกื้อหนุน การนิยามที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นประชากรสูงอายุนี้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติใช้เป็นอายุเริ่มต้นของวัยสูงอายุ และใช้ในการนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบสถานการณ์และแนวโน้มด้านผู้สูงอายุของประเทศต่างๆ ทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา

หากพิจารณาแนวโน้มประชากรสูงอายุไทยจะพบว่า จำนวนประชากรสูงอายุได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านคนในปีพ.ศ. 2503 เป็นประมาณ 7.4 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2551 และคาดว่าจะเพิ่มถึง 17.7 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2573

แต่จะเห็นได้ว่าในช่วงปีพ.ศ. 2503 ถึงปีพ.ศ. 2523 แม้จำนวนประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่สัดส่วนของประชากรสูงอายุเกือบจะไม่เปลี่ยนแปลง คือมีสัดส่วนราว 55.5% ของประชากรทั้งหมด เนื่องจากประชากรในวัยอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรวัยเด็กเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว เนื่องจากภาวะเจริญพันธุ์หรือการเกิดมีระดับสูงในช่วงดังกล่าว ต่อมาภายหลังประชากรวัยเด็กได้เพิ่มขนาดช้าลง เนื่องจากภาวะเจริญพันธุ์ลดต่ำลงเป็นลำดับ และหลังจากที่ภาวะเจริญพันธุ์ลดลงต่ำกว่าระดับทดแทน (หรือการที่สตรีมีบุตรโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 2 คน) ยิ่งส่งผลให้สัดส่วนของประชากรวัยเด็กลดลงมาก ขณะที่สัดส่วนของประชากรวัยสูงอายุกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีพ.ศ. 2550 ประมาณ 1 ใน 10 ของประชากรไทยเป็นประชากรสูงอายุ และคาดประมาณกันว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มสูงถึง 1 ใน 4 ภายในปีพ.ศ. 2573 ดังนั้นถ้าใช้นิยามการเป็นประชากรสูงอายุขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยแล้ว นั่นคือประมาณ 10% ของประชากรไทยเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่