
บันทึกไม่ลับของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้อยู่บนดวงจันทร์
นักเขียนแกะกล่องใหม่เอี่ยมในจากรั้วมติชน โอเปิ้ลพิมภรากร นิยมานนท์ สาววัย 31 ปี
นักเขียนแกะกล่องใหม่เอี่ยมในจากรั้วมติชน โอเปิ้ลพิมภรากร นิยมานนท์ สาววัย 31 ปี
เรื่อง จุฑารัตน์ หัสจุมพล
นักเขียนแกะกล่องใหม่เอี่ยมในจากรั้วมติชน โอเปิ้ลพิมภรากร นิยมานนท์ สาววัย 31 ปี ผู้ประกาศตัวว่า “เธอคือ นักแหกกฎ” ผ่านหนังสือ “แคร์รอตบนดวงจันทร์”
หญิงสาวคนหนึ่งที่เรียนก็ไม่จบ รบกับใครก็แพ้ แต่เธอไม่เคยหมดหวังที่จะเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ของตัวเอง จากเด็กที่ต้องการการยอมรับจากพ่อแม่ ด้วยความหัวรั้น ทำให้เธอตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง โดยการโบกมือลาจากแม่และบ้านที่เธอเคยอยู่ มาเดินบนถนนที่ไม่มีใครข้างเคียงเพียง เพื่อจะทำสิ่งหนึ่งให้ประสบความสำเร็จแล้วกลับไปบอกแม่ว่า “แม่ หนูทำได้แล้ว”
แคร์รอตบนดวงจันทร์ เป็นบันทึกชีวิตของหญิงสาวคนที่ต้องเผขิญกับปัญหามากมาย ทั้งเรื่องครอบครัว การเรียน การตัดสินใจเลือกสิ่งที่เรารัก ที่สำคัญเธอต้องเผชิญกับมันเพียงคนเดียว ไม่สิ... จริงๆ แล้วมีสิ่งมีชีวิตเล็กอย่าง เบนนี่ และ มณีจันทร์ กระต่ายน้อยสองตัวที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่เธอไม่มีใคร
ดูผิวเผินอาจจะเป็นเพียงแค่บันทึกของหญิงสาวคนหนึ่งที่ฝันอยากจะมีร้านหนังสือกับบาร์กาแฟเล็กๆ ในเมืองปาย แท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกประจำวันของหญิงสาว แต่นี่คือ บันทึกการใช้ชีวิตที่คนธรรมดาอย่างเราๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรอบมาตลอดควรอ่านอย่างยิ่ง
“เราถูกตีกรอบว่าหนูต้องเป็นอย่างนี้นะ โตขึ้นต้องทำอย่างนี้ ต่อด้วยแบบนี้ๆ ด้วยความที่เราเป็นคนชอบตั้งคำถาม เราก็เลยเกิดความสงสัยว่า ถ้าไม่เดินตามกรอบนั้นล่ะ ฉันจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้มาบอกเด็กๆ นะว่าเราต้องขบถ เราจะต้องนอกกรอบ อย่ามาเลียนแบบเรา เพราะเราไม่เหมือนกัน ตอนนั้นเรารู้แค่ว่าเราทำได้ แล้วหนังสือเล่มนี้จะสามารถบอกคุณว่า ต้องยอมรับในสิ่งที่คุณได้ตัดสินใจลงไปแล้ว เช่นเรา ตัดสินใจว่าเราจะไม่เรียน แต่เรามีเป้าหมาย เราไม่เรียนเพื่ออะไร ไม่เรียนไม่ใช่เพราะว่าเราขี้เกียจ แต่เราไม่เรียนเพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องเรียนอะไร และเรามีความฝัน เราก็อยากจะทำตามความฝันของเรา ซึ่งตอนนั้นฝันแค่ว่าอยากจะออกเดินทางท่องเที่ยวค้นหาชีวิต แล้วก็ออกเดินทาง กลายมาเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้” โอเปิ้ล เล่า
การอ่านหนังสือของโอเปิ้ล เหมือนกำลังแอบอ่านไดอะรีเพื่อนสาว ทำให้อยากเปิดอ่านไปเรื่อยๆ จนไม่อยากจะวาง ใครจะไปรู้ว่าชีวิตหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจะบ้าบิ่นได้เพียงนี้ เธอต้องเผชิญกับปัญหามากมายในชีวิตแล้วที่สำคัญ เธอไม่เคยกลัวปัญหาที่เป็นเหมือนสายลมซึ่งพัดผ่านเข้ามา เธอจึงยิ้มสู้ ตั้งแต่เรื่องทะเลาะกับแม่ เปิดร้านหนังสือ ร้านถูกไล่ที่ ย้ายร้าน แฟนทิ้ง กระต่ายตาย ปัญหาเยอะแยะเต็มไปหมดที่เธอผ่านมันมาได้ด้วยรอยยิ้ม
“คนทั่วไปอาจจะมองว่า ปายไม่เห็นจะแตกต่างเลย มีคนเล่าเยอะแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พาเที่ยวปาย แต่เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดำเนินชีวิตบ้าๆ บ๊องๆ โดยมีฉากหลังอยู่ที่เมืองปาย สิ่งที่จะได้อีกอย่างการเรียนรู้ความสัมพันธ์ ทั้งระหว่างเพื่อน เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย คนในครอบครัว ซึ่งบางทีเราไม่รู้ตัวเลยว่าที่เราทำๆ กันอยู่เนี้ย มันเพียงแค่ต้องการการยอมรับจากคนในครอบครัวเท่านั้นเอง แค่อยากให้แม่บอกว่าเก่งจ้ะลูก ขนาดไม่ได้เรียนหนังสือก็ยังมีกิจการเป็นของตัวเอง ได้เป็นเจ้าคนนายคน เราอยากได้ยินคำนั้น แต่ว่าแม่ไม่เคยรู้สึกดีกับสิ่งที่เราทำ แม้แต่ตอนนี้แม่ก็ยังไม่ชอบนะ แต่ท้ายสุดเราก็เรียนรู้ว่า แค่เราทำได้ก็พอแล้ว แม้วันนี้แม่ไม่ได้พูดสิ่งที่เราอยากฟัง แต่เราก็ได้เรียนรู้กันมากขึ้น และก็ยอมรับมากขึ้น”
ถ้าถามว่าอ่านแล้วได้อะไร เธอตอบเสียงดังฟังชัดว่า “บำบัดตัวเองทั้งคนอ่านและคนเขียน” เธอว่าอ่านแล้วก็จะได้เรียนรู้แง่มุมบางแง่มุม ความคิดทัศนคติแบบที่ไม่ต้องลงพื้นที่เองแบบเธอ และเธอเองก็ได้บำบัดได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากแคร์รอตบนดวงจันทร์เล่มนี้ เธอยิ้มอย่างอารมณ์ดีทิ้งท้าย







