posttoday
ร้อนแล้ง

ร้อนแล้ง

19 กุมภาพันธ์ 2553

ภาสกร

 

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าฤดูร้อนของบ้านเราออกสตาร์ตแล้วครับ นับเป็นการเริ่มต้นที่เร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา และจะยาวนานต่อเนื่องเรื่อยไปยันปลายเดือนก.ค. หรือแตะเดือนส.ค. แน่ะครับ

และจะเป็นฤดูร้อนที่อุณหภูมิจะสูงกว่าปกติ จึงบอกได้เลยว่าผลที่ตามมาจะทำให้ฤดูร้อนปีนี้แห้งแล้งอย่างแสนสาหัส หลายพื้นที่จะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทั้งด้านอุปโภค บริโภค และภาคการเกษตร

พลิกแฟ้มเปิดข้อมูลเดิมจะพบว่าโดยเฉลี่ยอุณหภูมิของประเทศไทย จะวัดได้ประมาณ 3537 องศาเซลเซียล แต่ในปี 2553 นี้ อุณหภูมิของประเทศไทยจะทะลุ 40 องศา โดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคเหนือมีสิทธิได้เห็นปรอทพุ่งถึง 43 องศา

ผมขอเรียกว่า “ร้อนแบบเสือ” ต้อนรับปีเสือไงครับ แต่ถ้าในแวดวงวิชาการ เขารู้จักกันในชื่อของ “ปรากฏการณ์เอลนินโญ”

ขยายความกันนิดหน่อยครับ เอลนินโญ เกิดจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น โดยประเทศไทยมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลจีนใต้ มีอิทธิพลต่อประเทศไทยมากที่สุด หากกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 0.5 องศา ก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์เอลนินโญแล้วครับ

แล้วปีนี้อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกวัดได้เท่าไหร่ครับ? ผมก็ไม่ทราบครับ แต่รู้มาว่าสูงขึ้นอีก 2 องศาครับ แน่นอนเรากำลังพบกับปรากฏการณ์เอลนินโญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลที่ตามมาฤดูร้อนจะนานขึ้นแน่นอน

2 องศาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ประเทศไทยมีฤดูร้อนยาวนานถึงเดือนก.ค. และอาจถึงเดือนส.ค. อย่างที่บอกไว้ ในขณะที่เดือนเม.ย. จะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเช่นเคย

ที่น่ากลัวกว่านั้น ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติของมหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลจะเห็นได้ว่าปีนี้ จะเป็นปีของการเผาหลอกเท่านั้น แต่ช่วงฤดูร้อนของปี 2554 หรือปีหน้านี้จะเจอภัยแล้งแบบเผาจริง

อาจารย์ให้เหตุผลไว้ว่า ที่ปีนี้เป็นเพียงการเผาหลอกก็เพราะ เรายังมีน้ำในเขื่อนตุนอยู่ในกระเป๋าครับ แต่ด้วยปรากฏการณ์เอลนินโญในปีนี้ ส่งผลให้ฝกตกน้อย น้ำจากเขื่อนในปีนี้จึงถูกดึงมาใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรจนร่อยหรอ

เมื่อไม่มีน้ำจากธรรมชาติมาเติม คาดกันว่าแหล่งน้ำจากทั่วประเทศจะแห้งขอดในปี 2554 ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนรุนแรง

แต่จะเจอปัญหากันถึงแค่เดือนส.ค.เท่านั้นแหละครับ เพราะการวิจัยสภาพอากาศพบว่าหลังเดือนต.ค. 2554 ประเทศไทยก็จะได้ฤดูฝนกลับคืนมา แต่ไม่ค่อยจะเป็นข่าวดีเท่าไหร่นักเพราะฝนจะตกอย่างหนักหน่วง เนื่องจากมันมากับพายุที่เชื่อกันว่าไทยเราอาจจะโดนหลายลูก

ถึงขนาดที่ว่ากันว่าอาจจะเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นเหมือนที่ฟิลิปปินส์ กับไต้หวันโดนมาแล้ว

ที่ฟิลิปปินส์วันเดียว เจอน้ำฝนเข้าไป 400 มิลลิเมตร ที่ไต้หวันตกติดต่อกัน 3 วัน เจอเข้าไป 2,700 มิลลิเมตร

ในขณะที่บ้านเราฝนตกเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,500 มิลลิเมตรเท่านั้นครับ

ถึงตอนนี้เรายังไม่ทราบว่ารัฐบาลได้เตรียมรับมือปัญหาน้ำฝนในปี 2554 ไว้แล้วหรือยัง เท่าที่รู้ตอนนี้ รัฐบาลใช้งบไทยเข้มแข็ง ทำระบบชลประทาน และระบบท่อส่งน้ำกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคแล้ว หากคิดในแง่บวก แน่นอนว่าในปี 2554 หากฝนตกหนัก ระบบท่อ ระบบชลประทาน ก็จะส่งน้ำเหล่านั้นไปถึงคนภาคการเกษตรได้ทันท่วงที

แต่มองในปีนี้จนถึงต้นปีหน้าสิครับ ท่าจะมีปัญหา เพราะในปี 2553 ท่อส่งน้ำระบบชลประทานที่รัฐบาลกำลังสร้างขึ้น ยังไม่มีน้ำส่งไปนะครับ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนน้อยด้วยปรากฏการณ์เอลนินโญอย่างที่ว่าไว้

จนถึงขณะนี้ยังไม่ทันเข้าหน้าแล้งอย่างเต็มตัว น้ำในเขื่อนภูมิพล กับเขื่อนสิริกิติ์ ก็เหลืออยู่ประมาณ 4,0005,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นครับ ระบบชลประทาน และระบบท่อตามโครงการไทยเข้มแข็ง จึงยังไม่ช่วยชาวไร่ชาวนาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คาดกันว่าพื้นที่ทำนาในภาคกลาง ประมาณ 3 ล้านไร่ จะเสียหายจากภัยแล้งอย่างหนัก

กระบวนการคิดที่น่าจะต้องทบทวนก็คือ เราจะใช้วิธีกักเก็บน้ำด้วยเขื่อนขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่น่าจะเพียงพอ เพราะพิสูจน์แล้วว่า เมื่อถึงฤดูแล้งเมื่อไหร่ น้ำในเขื่อนก็ไม่เหลือ

การให้ชาวบ้านช่วยกันกักเก็บน้ำไว้ใช้เองในหมู่บ้านน่าจะเป็นวิธีที่แก้โจทย์ทั้งหมดได้ การกักเก็บน้ำด้วยฝายแม้ว ที่ลงมือทำโดยชาวบ้านในหลายพื้นที่ ในหลายหมู่บ้านพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าประสบความสำเร็จ

ชาวบ้านไม่ได้น้ำเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านได้ป่ากลับคืนมาด้วย

การกักน้ำไว้ทำให้แผ่นดินโดยรอบมีความชุ่มชื้น ไม่นานป่าไม้จะเกิดขึ้น เพราะความชุ่มช่ำ ชุ่มชื้น และสุดท้ายเราก็จะได้ฝน

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่สามารถจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ มีน้ำ มีป่า มีฝน ภายในชั่วข้ามคืนหรอกครับ

และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เราจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งแล้ว เมื่อไหร่จะถึงสิบ

ผมไม่อยากเห็นปรากฏการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไทยๆ ในทุกๆ ปี ปรากฏการณ์ที่รัฐบาลตามแก้ปัญหาภัยแล้ง กับปรากฏการณ์แก้ปัญหาน้ำท่วม ครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน