
มะเร็งเม็ดเลือดขาว-ต่อมน้ำเหลือง รักษาได้
ความรุนแรงของโรค ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัย
ความรุนแรงของโรค ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัย
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
มะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มมะเร็งระบบเลือด ที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของไขกระดูก หรือจากต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยสองโรคนี้มากเป็นอันดับ 1 หรือ 2 คู่คี่กันมาในกลุ่มของโรคมะเร็งระบบเลือด แม้เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ จะมีอัตราส่วนที่น้อยกว่ามาก แต่ความอันตรายของมะเร็งกลุ่มนี้คือ ความรุนแรงของโรค ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ บางครั้งอาจไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนอีกด้วย
รู้จัก 2 มะเร็งระบบเลือด
นพ.วิเชียร มงคลศรีตระกูล แพทย์อายุรศาสตร์ โลหิตวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บอกเล่าชนิดของ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มี 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลัน โดยอาการแสดงของโรคจะปรากฏในระยะเวลาสั้นๆ ราว 1-3 เดือน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว และชนิดเรื้อรัง ซึ่งไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่จะค่อยๆ ลุกลามใช้เวลานานนับปี ผู้ป่วยหลายรายจึงไม่ทราบว่าตนเป็น และไปพบแพทย์เมื่อสายเกินไปแล้ว
“ส่วนมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีสาเหตุจากความผิดปกติของต่อมน้ำเหลืองซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่พบที่บริเวณลำคอ เนื่องจากการติดเชื้อ เป็นไข้ เจ็บคอ ไอ หรือมีน้ำมูกเรื้อรัง ที่ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของอาการต่อมน้ำเหลืองโต และลุกลามเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองโดยตรง หรือเกิดจากการลุกลามของมะเร็งในตำแหน่งอื่น แล้วกระจายมายังต่อมน้ำเหลืองก็เป็นได้”
แนวทางการรักษาโรคในกลุ่มมะเร็งระบบเลือดทุกวันนี้ สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบเลือดโดยตรง เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มีภาวะแทรกซ้อนมาก และรุนแรงกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ
ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด
มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่เติบโตผิดปกติเป็นจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งการแบ่งตัวไม่หยุดของเซลล์เหล่านี้ ได้ทำลายการสร้างเม็ดเลือดปกติของไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดลดทอนจำนวนลง ส่งผลให้เกิดอาการโลหิตจาง มีเลือดออกผิดปกติ มีจ้ำเลือดตามร่างกาย ติดเชื้อง่าย การรักษาเบื้องต้นจึงต้องให้ยาเคมีบำบัดเพื่อลดเซลล์มะเร็งลงให้เหลือน้อยที่สุด จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือเรียกอีกอย่างว่า การปลูกถ่ายไขกระดูก
“หลักการของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด คือ เมื่อพบว่ามีเซลล์มะเร็งจำนวนมากอยู่ในร่างกายผู้ป่วย แพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดในปริมาณสูงเพื่อไม่ให้เซลล์มะเร็งสร้างตัวต่อไปได้ จากนั้นนำเซลล์ต้นกำเนิดที่ปราศจากเซลล์มะเร็งใส่เข้าไปในตัวผู้ป่วยแทน แล้วเซลล์ใหม่ที่เข้าไปก็จะเจริญเติบโตขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตจากมะเร็งและรอดพ้นจากการเสียชีวิตด้วยการให้ยาเคมีบำบัดได้” นพ.วิเชียร พูดถึงหลักการของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด
อย่างไรก็ตาม การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด เดิมจะใช้เซลล์จากไขกระดูกมาเปลี่ยนถ่าย แต่ทุกวันนี้สามารถนำมาได้จากหลายแหล่ง ตั้งแต่การแยกเซลล์ต้นกำเนิดออกจากกระแสเลือด โดยนำเลือดที่รับบริจาคไปเข้าเครื่องปั่น แยกนำเฉพาะส่วนที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดไปให้ผู้ป่วย โดยผู้บริจาคเลือดไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด ดมยาสลบ หรือเจาะไขกระดูกแล้วดูดออกมาเช่นวิธีเดิมๆ อีกแหล่งหนึ่งคือใช้รกเด็ก โดยแพทย์จะนำรกของเด็กแรกเกิดที่มีเลือดขังตัวอยู่มานวด ซึ่งในนั้นมีสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดค่อนข้างมาก เมื่อรีดออกมาแล้วนำไปเก็บไว้รอปลูกถ่ายสู่ผู้ป่วยในลำดับถัดไป
“ในอดีต การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดต้องใช้เซลล์ผู้บริจาคที่เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน มีลักษณะทางพันธุกรรมจากการตรวจที่เรียกว่า HLA เหมือนกัน 100% จึงจะทำได้ แต่ปัจจุบันผู้บริจาคมี HLA เหมือนกับคนป่วยเพียงครึ่งเดียวก็สามารถทำได้ สามารถใช้เซลล์ของพ่อแม่หรือลูกมาปลูกถ่ายให้กับคนป่วยได้ แต่ก็ต้องเลือกใช้วิธีการและยากดภูมิต้านทานที่เหมาะสม การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในกรณีของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง จะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคร้ายได้”
ในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังที่ผ่านมา แพทย์จะใช้วิธีการปลูกถ่ายไขกระดูกเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันมีการค้นพบตัวยาชนิดใหม่ๆ ที่สามารถช่วยควบคุมโรคให้สงบได้ ทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการปลูกถ่ายไขกระดูก ยกเว้นบางกรณีที่ผู้ป่วยดื้อยา หรืออาการของโรครุนแรงมาก จึงจะพิจารณาให้เข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นทางเลือกถัดไป
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ดูแลตัวเอง
การรักษาต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระยะของโรค หากพบในระยะแรกสามารถหายขาดได้ ด้วยการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก ป้องกันการกระจาย หรือหากโรคลุกลามเกินระยะแรกไปแล้ว ก็ต้องใช้วิธีฉายรังสีและการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรือการให้ยาที่เป็นภูมิต้านทาน ซึ่งสามารถไปจับตรงตำแหน่งของพื้นผิวต่อมน้ำเหลือง แล้วช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ อีกวิธีหนึ่ง คือการนำรังสีไปติดไว้บนยาภูมิต้านทานแล้วฉีดเข้าร่างกาย โดยยาภูมิต้านทานจะไปจับที่พื้นผิวของต่อมน้ำเหลือง และรังสีที่ติดไปด้วยจะฉายแสงตรงส่วนที่เป็นเซลล์มะเร็งโดยตรง
“นอกจากนี้ยังมีวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก ที่สามารถรักษาโรคในกลุ่มมะเร็งระบบเลือดได้หลายชนิด โดยนอกจากใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังแล้ว ยังสามารถใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้อีกด้วย ทั้งนี้ การพิจารณาเพื่อกำหนดวิธีการรักษาผู้ป่วยในแต่ละกรณี ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและระยะของโรคเป็นสำคัญ”
คุณหมอฝากว่า การรักษามะเร็งที่ดีที่สุดคือ การป้องกันตนเองให้พ้นจากโรค โดยดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารก่อมะเร็ง และหมั่นตรวจเช็กความผิดปกติในร่างกายด้วยตนเอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งมาก่อน ควรได้รับการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ CBC ตามวาระ







