
ตำนานหมูหก
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับบททดสอบสำคัญของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับบททดสอบสำคัญของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โดย..มิวโกโตะ
เปิดโรงละครแห่งความฝันต้อนคู่ปรับแย่งแชมป์อย่าง เชลซีไปถึง 31 สกอร์ที่ออกมาก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะ “ยูไนเต็ด” ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงไฟลุกท่วมขนาดนั้น
สิ่งที่น่าพูดถึงเกมนี้ไม่ใช่ผลการแข่งขัน แต่กลับเป็นรายละเอียดของเกมซะมากกว่า เรื่องน่าแปลกใจเรื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อ “ถั่วน้อย” ชิชาริโต วิ่งเข้าซ้ำจากจังหวะบอลกระดอนเสาออกมา แต่ถูก แอชลีย์ โคล แบ็กซ้ายเชลซี สไลด์จนตัวลอย ผู้ตัดสินวิ่งมาชักใบเหลืองให้กับแบ็กทีมชาติอังกฤษ
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ งง ว่ามันแปลกตรงไหน นักบอลเสียบสกัดกันแล้วโดนใบเหลือง จริงๆ ไม่แปลกหรอกครับ ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลูกจุดโทษ
เพราะจังหวะที่ ชิชาริโต ลงไปชักดิ้นชักงอนั้น อยู่ในกรอบเขตโทษชนิดที่ห่างจากเสาประตูไปไม่กี่คืบเท่านั้น
กล้องจับไปที่ใบหน้าแฟนบอล ก็ดูมึนๆ งงๆ ว่าตกลงมันฟาวล์หรือไม่ฟาวล์เนี่ยนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้มีใครเดินไปหยิบลูกมายิงจุดโทษเหมือนกัน
ใบเหลืองใบนั้นจึงสร้างความประหลาดใจให้คนดูได้ไม่น้อย งานนี้หวังว่าคงจะมีกูรูเรื่องกฎกติกามาไขข้อข้องใจให้ทราบบ้างนะคร้าบ!!!
แต่แล้วประเด็นใบเหลืองประหลาดก็มีอันต้องเงียบซาไป เมื่อเกิด ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เรื่องใหม่ นั่นก็คือกรณี “หมูหกกกก...” ของ พี่ เฟอร์นานโด ตอร์ไม้ เอ๊ย ตอร์เรส
หลังจากชิพแบบเหนือชั้น ทำประตูตีไข่แตกให้ทีมได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง ใบหน้าพี่ตอร์ก็ดูมุ่งมั่นประดุจดั่งฟอร์มฮอตจะกลับมาแว้ว ทำเอาแฟนเชลซีกลับมามีลุ้นอีกครั้ง
แต่แล้วพระเอกก็มาตกม้าตาย เมื่อจังหวะจ่ายทะลุช่องของเชลซีนำพาให้ ตอร์เรส หลุดเดี่ยวไปดวลกับ ดาวิด เด เคอา นายทวารแมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง
งานนี้ เด เคอา หรือ ตอร์เรส จะเป็นฝ่ายชนะกันนะ??? และก็เป็นศูนย์หน้า 50 ล้านของเชลซีที่โชว์เหนืออีกครั้ง ตอร์เรส สับขาล็อกหลบ เด เคอา ซะหัวทิ่มหัวตำ
ทีมงานกราฟฟิกเตรียมใส่เลข 32 แฟนบอลเชลซีเตรียมเฮ ผู้บรรยายบอกเรียบร้อย อ่าวววเห้ยยย ไม่เป็นประตูครับ ตอร์เรส ทำหมูหกไปเต็มๆ ชนิดแฟนบอลไม่อยากให้อภัย
แหม! ก็คงอภัยกันยากสักหน่อยล่ะ เพราะปากประตูมันโล่งโจ้งขนาดนั้น แต่พี่แกกลับซัดเต็มข้อด้วยซ้ายหลุดกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ
สุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” วันนี้ตอร์เรสคือคำแปลที่ดีที่สุดของสุภาษิตคำนี้ไปซะแล้ว บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็ว่าน่าสงสาร
แต่เชื่อเถอะครับ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอกับกีฬาที่เรียกว่าฟุตบอล
ไม่เชื่อลองทบทวนความทรงจำในอดีตกันดูหน่อย ว่าใครบ้างที่เคยทำ “หมูหก” เกลื่อนสนามกันมาแล้วบ้าง
เริ่มด้วย ไรอัน กิกส์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) ในแมตช์ที่แพ้อาร์เซนอล 02 เมื่อปี 2003 โดยจากจังหวะผิดพลาดของกองหลังคู่แข่ง กิกส์รีบฉกบอลไปแตะหลบ เดวิด ซีแมน และ โซล แคมป์เบลล์ นายทวารและกองหลังทีมปืนใหญ่
ทว่ากลับซัดข้ามคาน ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบศึกเอฟเอคัพ รอบ 5 แถมหลังเกมดังกล่าว เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผีแดงถึงกับระเบิดอารมณ์เตะสตั๊ดพลาดไปโดนคิ้ว เดวิด เบคแฮม เรียกว่าเสียหายหลายแสนเลยทีเดียว
เอ็นวานโก คานู (เวสต์บรอมวิช อัลเบียน) กองหน้าหัวใจอ่อนแอชาวไนจีเรีย ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะจอมเทคนิค อย่างไรก็ตาม ในเกมกับ มิดเดิลสโบรช์ ปี 2004 เขาเคยแปลูกบอลระยะเผาขนแค่ 3 หลา หน้าปากประตูคู่แข่งแล้วข้ามคานไปแบบเหลือเชื่อ จนส่งผลให้ต้นสังกัดแพ้คารังหวิว 12
งานนี้ ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือ “แบ็กกีส์” เวสต์บรอมฯ คงอุทานว่า “โอ้วทำไปได้”
เฟรดริก ลุงเบิร์ก (อาร์เซนอล) ในเกมเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2005 ลุงเบิร์ก ดีกรีปีกทีมชาติสวีเดนน่าจะบวกสกอร์เพิ่มให้กับอาร์เซนอล ในนาทีสุดท้ายของเกม เมื่อสามารถหาพื้นที่รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมได้อย่างเหมาะเจาะแบบไร้อุปสรรค แต่กลับแปบอลระยะ 6 หลา ข้ามคาน ทว่ายังพอให้อภัยได้ เนื่องจากเขาเป็นคนยิงให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่หัววัน
รอนนี โรเซนธาล (ลิเวอร์พูล) ซึ่งต้องย้อนไปถึงปี 1992 โดยกองหน้าทีมชาติอิสราเอลรับลูกเปิดยาวของ เดวิด เจมส์ นายทวารมือกาวทีมหงส์แดงยุคนั้น ก่อนจะแตะหลบ ไนเจล สปริงก์ ผู้รักษาประตู วิลลา ไปแล้ว และเหลือแค่ตัวเขากับกรอบประตูโล่งๆ เท่านั้น แต่นักเตะชาวยิวกลับยิงบอลไปชนคานดังสนั่นหวั่นไหว
และลูกนี้นี่แหละ ที่ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นตำนานแห่ง “หมูหก” เลยทีเดียว







