posttoday
The Uncoachable แม้แต่โค้ชยังเมิน

The Uncoachable แม้แต่โค้ชยังเมิน

19 กันยายน 2554

โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

ในขณะที่ทั้งองค์กรชั้นนำและผู้บริหารหลายคนต้องการเสาะแสวงหา Executive Coach หรือโค้ชผู้พัฒนานักบริหารระดับสูง ปรากฏว่ามีนักบริหารเป็นจำนวนไม่น้อยที่เหล่าโค้ชเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า

“พวกโค้ชไม่ได้” หรือโค้ชให้ไม่ไหวซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า “The Uncoachable” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุคคลที่ได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งเป็นผู้บริหารขององค์กรต่างๆ ย่อมเป็นบุคคลที่มีสติปัญญาความฉลาดและมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขางานของตนมากจนถึงมากที่สุด กระนั้นก็ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialigation) อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสิ่งท้าทายและความรับผิดชอบที่กว้างขึ้นในฐานะ “ผู้บริหาร” คนที่เคยเป็นนักกฎหมาย หรือแพทย์ที่เก่งกาจ พอได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งให้ทำหน้าที่บริหารแล้วต้องเจอโครงการหินๆ เช่น ปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมกิจการ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร การทำ Talent Manage ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกลยุทธ์ การบริหารกระบวนการ การบริหารทีมและจูงใจคนหลายๆ อย่างรวมกัน ก็อาจออกอาการเบลอแล้วล้มเหลวไปก็ได้ เรื่องของการจ้าง Executive Coach มาทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้ จึงเป็นทางออกที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับโลกการบริหารยุคปัจจุบัน แต่ก็อย่างที่กล่าวมาข้างต้นนะคะว่า ก็ยังมีกลุ่มคน The Uncoachable ที่เหล่าโค้ชขอยกธงขาวไม่อยากโค้ชให้ แม้ว่าทาง HR และองค์กรจะให้ค่าตอบแทนอย่างงามก็ตามที

ดิฉันจึงขอนำเสนอในคอลัมน์นี้เสียเลยว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้ Executive Coach ถอดใจไม่รับงาน และโทษสมบัติของ The Uncoachable ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่โค้ชไม่ได้มีอะไรบัง มาอ่านดูกันเผื่อว่าทาง HR จะได้หาทางปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ของการจ้าง Executive Coaching ให้ดีขึ้น

 

The Uncoachable แม้แต่โค้ชยังเมิน

1.ขาดการประสานงานระหว่าง HR และผู้บริหารแผนกอื่นๆ HR ขององค์กรสมัยใหม่มักมีพลังในการทำงานมาก และมีความปรารถนาดีอยากจัดหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารให้กับองค์กรในบางกรณี ทั้ง HR และผู้บริหารแผนงานมิได้สอบถามความสมัครใจของพนักงานก่อนว่าอยากเข้าหลักสูตรพัฒนาตนเองหรือไม่ แต่ HR และผู้บริหารได้ตัดสินใจเลือกพนักงานที่ทั้ง HR และผู้บริหารได้ตัดสินใจเลือกพนักงานที่ทั้ง HR และผู้บริหารมองว่าเป็นผู้มีศักยภาพ (HiPo) ว่าสามารถเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ ดังนั้นพอส่งพนักงานผู้นี้มาให้โค้ชทำการให้คำแนะนำ โค้ชต้องรับกรรมเจอพนักงานที่ทำหน้ายักษ์บอกบุญไม่รับตะคอกโค้ชว่า “ผมทำงานอยู่ที่เดิม ตำแหน่งเดิมก็ดีอยู่แล้ว ผมไม่อยากเป็นผู้บริหารต้องยุ่งกับคนเยอะๆ ส่งผมมาโค้ชทำไมกัน!?” เจอแบบนี้โค้ชได้แต่เงียบแล้วถอยทัพกลับไปคุยกับ HR ใหม่ว่า ทีหน้าทีหลังกรุณาคุยกันกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ถี่ถ้วนทั่วก่อน เพื่อตรวจสอบความพร้อมและความสมัครใจของผู้เข้ารับการโค้ช

2.ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหาร ไม่จำเป็นเลยที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำ หรือผู้บริหาร จึงจะถือว่าเขาหรือเธอผู้นั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและในชีวิต คนบางคนมีความสามารถเฉพาะทางที่โดดเด่นและสามารถใช้ความเชี่ยวชาญนั้นนำพาตนเองสู่การเป็นมืออาชีพด้านใดด้านหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องไปบริหารคนให้ยุ่งยากใจ ปล่อยให้ผู้บริหารเขาบริหารไป ส่วนตัวเราก็ทำเฉพาะงานที่เราชอบและถนัดจะแฮปปี้กว่า HR และองค์กรก็พึ่งเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย และเมื่อรับพนักงานใหม่เข้ามาก็ควรทำการสัมภาษณ์ ทดสอบและประเมินเสียก่อนว่าพนักงานแต่ละคนมีความถนัดและสนใจด้านใด จะได้จัดแผนการพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) ให้เหมาะสม บางองค์กรรอจนพนักงานอายุ 50 กว่าปีแล้วค่อยมาทำการประเมินความถนัด อยากจะบอกจังเลยว่า บางทีพนักงานก็แก่เกินจะพัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วเจ้าข้าเอ๊ย

ทั้งสองประการที่กล่าวเบื้องต้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องโทษองค์กรและแผนก HR มากกว่าตัวพนักงานแต่สาเหตุต่อไปเป็นเรื่องโทษสมบัติของพนักงานผู้เข้ารับการโค้ชโดยเฉพาะ โทษใครอื่นไม่ได้ค่ะ

3.อัตตาสูง (Ego) หรือมีอีโก้จัด ประมาณว่าฉันเก่ง ดีเลิศประเสริฐศรี ไม่มีข้อบกพร่องต้องแก้ไข หรือถึงมีก็ยังเถียงโค้ชคอเป็นเอ็นว่า “ใครๆ เขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ สำหรับตัวผมนั้นถือว่าไม่เลวร้ายนะ ...จะบอกให้!” แค่เถียงก็ยังพอทำเนานะคะ บางคนยังพาลโกรธโค้ชอีกว่ามีอคติกับตัวเขาเป็นงั้นไป!

4.ชอบพูดมากกว่าฟัง เคยโค้ชคนที่ตลอดเวลา 1 ชม. ที่อยู่ด้วยกันหรือเธอคนนั้นพูดเสีย 45 นาที แต่โค้ชได้พูดเพียง 15 นาทีไหมคะ? พนักงานบางคนกลัวว่าโค้ชจะดูถูกหรือเห็นว่าเขาไม่เก่งไม่ดีพอ ก็เลยเล่าเรื่องความสำเร็จ ความเก่งกล้าสามารถของตนเองให้โค้ชฟังจนหูชา แบบนี้ไม่ต้องโค้ชดีกว่ามั้ง?

5.มองโลกมีแต่ทางตัน บางคนก็มองโลกแต่ในแง่ร้าย เช่น “ดิฉันแก่และเหนื่อย และไม่มีเวลาพัฒนาตนเองหรอกค่ะ” และพอโค้ชแนะแนวทางเรื่องการบริหารเวลาและการมอบหมายงานให้เธอผู้นั้นก็บอกว่า “ถึงพัฒนาไปก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ทักษะใหม่ เพราะว่าผู้บังคับบัญชาเป็นคนใจแคบ แถมไม่ชอบหน้าดิฉันด้วย” กระนั้นโค้ชก็ยังไม่ถอยด้วยการแนะนำแนวทางในการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาให้ แต่เธอผู้นี้ก็ไม่ถอยเหมือนกัน ด้วยการพูดว่า “โอ๊ย! องค์กรนี้มันเป็นแบบนี้มาสิบๆ ปีแล้ว เปลี่ยนไม่ได้หรอก! งานนี้โค้ชเลยตัดสินใจถอย...ดีกว่า

6.ใจร้อนอยากเห็นผลเร็วๆ บางคนก็อยากเห็นผลลัพธ์เร็วๆ เช่น พอโค้ชแนะนำให้ปรับพฤติกรรมในการจูงใจลูกน้อง พอทำได้แค่สัปดาห์เดียวก็บ่นว่ายังไม่เห็นลูกน้องขยันขึ้นเลย โถ...คุณขา ของแบบนี้มันต้องใช้เวลากันบ้าง ก็เหมือนจีบหญิงไงคะ จะมีสักกี่คนที่จีบสัปดาห์เดียวหรือเดือนเดียวแล้วได้แต่งงานเลย สาเหตุเหล่านี้แหละค่ะที่ทำให้โครงการ Coaching ไม่ประสบผลสำเร็จและโค้ชหลายคนขอโบกมือลาไปก่อน

คราวนี้คงพอเข้าใจกันนะคะว่า The Uncoachable มีหน้าตาเป็นอย่างไร?


 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69