
รักหม่นในวันฝนพรำ
“ไมใช่หนังที่ดูเอาเพลิน” “ไม่ใช่หนังบันเทิงจ๋า”
“ไมใช่หนังที่ดูเอาเพลิน” “ไม่ใช่หนังบันเทิงจ๋า”
โดย.. วิชชญะ ยุติ
“ไมใช่หนังที่ดูเอาเพลิน” “ไม่ใช่หนังบันเทิงจ๋า” แม้หน้าหนังจะออกไปในโทนกรุ่นกลิ่นรัก แต่มันก็คือ “รักรสแปร่งปร่า” ผสม “อารมณ์ขื่นๆ” โดยละทิ้งลีลาหวานแหววจนหมดสิ้น
“ความอึมครึม” ปกคลุมทั่วทั้งเรื่อง หลังจากนั้น บรรยากาศก็ตกอยู่ที่ “ความอึดอัด” และ “ความมืดหม่น” ฝ้าหมอกของละอองฝนชวนให้รู้สึกเหงาจับใจ ตัวละคร “สามีภรรยา” กำลังจะแยกทางกันกลายเป็นจุดโฟกัสใหญ่ที่ทุกสายตาเฝ้าจับจ้อง
ไม่รู้หรอกว่า ก่อนหน้าทั้งคู่เริ่มระหองระแหงในความสัมพันเช่นไร รู้แค่เพียงฝ่ายหญิงที่เป็นนักเขียนด้านอาหารบอกจะย้ายข้าวของไปอยู่ที่อื่น ส่วนฝ่ายชายที่เป็นสถาปนิกก็นิ่งรับกับคำร้องขอของภรรยา หาได้ฉุนเฉียวเกรียดกราดใส่เธอแต่อย่างใด
บทสทนาที่ไม่หือหวา หรือเร่งเร้า เรียบเรื่อยค่อยๆ เปิดเผยให้เห็นสิ่งที่ตัวละครครุ่นคิด มันล้วงลึกถึงความในใจที่ทั้งคู่ปกปิดไว้ตลอด 5 ปีที่ร่วมเรียงเคียงหมอน
หนังใช้ประโยชน์กับโลเคชัน “บ้านหลังเดียว” ได้คุ้มค่า โดยให้ตัวละครเปลี่ยนมุมไปตามอารมณ์ที่รื่นไหล ถ้าวัดจากการแสดง นี่คือวิธีแสดงแบบ “ทำน้อยแต่ได้มาก” พระเอกและนางเอกไม่ได้ฟูมฟาย หรือปะทะคารมอย่างเอาเป็นเอาตาย ความรู้สึกของการจากลา หรือห่วงหาอาทร มันถูกแสดงผ่านสีหน้าที่นิ่งเฉย
การค้นหาความหมายในชีวิตคู่ถูกตั้งคำถามพร้อมๆ กับการรอให้สายฝนหยุดตก สายฝนนั้นเป็นเสมือนคีย์เวิร์ดสำคัญที่นำไปสู่คำตอบสุดท้าย ซึ่งเป็นอะไรที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้
ขนาดพยากรณ์อากาศยังไม่แม่นเป๊ะ นับประสาอะไรกับใจคนเล่า (ใช่ป๊ะ?)
หลายๆ คำถามยังติดค้างคาใจและค่อนข้างจะคลุมเครือ กระทั่งตอนเดินออกจากโรง ก็ไม่กระจ่าง มึนๆ งงๆ เล็กน้อยถึงปานกลาง ยิ่งเฉพาะ การจบแบบไม่ประนีประนอมความรู้สึคนดู (ผู้กำกับใจร้ายมากกกกกกอ่ะ)
น่าสนใจว่า หนังเล่นกับแสงและเงาได้ดี แสงจากหลอดไฟ หรือทางเดินที่มืดสนิท สะท้อนค่า “มุมมืด” กับ “มุมสว่าง” ก็ไม่ต่างจากชีวิตแต่งงานของพวกเขา นั่นอาจหมายรวมมนุษย์ทุกผู้ทุกนามย่อมมีมุมมืดมุมสว่างในตัวเอง
นอกจากนี้ ม่านฝนก็ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งซ่อนนัยของการมีชีวิตคู่อย่างมีชั้นเชิง ตราบใดที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเปิดปากเปิดใจถึงปัญหา ความรักที่เคยหวานชื่นต่อกันก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นความจืดชืดได้
แง่งามที่จับใจความได้จากตัวละคร ตลอดจนองค์ประกอบอื่นๆ ขาดไม่ได้คือ สายฝนพรำ ล้วนมีคำตอบในการตีความที่แตกต่างกัน
สายฝนมักสร้างความโดดเดี่ยวอ้างว้างให้กับใครจำนวนไม่น้อย ทว่า เมื่อฝนหยุดตกแล้วไซร้ ฟ้าก็มักสดใส บางครั้งอาจมีรุ้ง 7 สีปรากฏเป็นบุญตา
เช่นความรักของทั้งคู่ (และอีกหลายๆ คู่) ก็มักมีทางเลือก (ใหม่) ให้ก้าวเดินต่อไป
“จบวันนี้” ดีกว่า “เจ็บวันหน้า”
Come Rain, Come Shine
ประเภท ชีวิต
ประเทศ เกาหลีใต้
ภาษา เกาหลี
เรตติ้ง น 15+ (เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป)
กำกับ ลียุนกิ
แสดงนำ ฮยอนบิน / อิมซูจอง / คิมจีซู / คิมจุงกิ
(หมายเหตุ หนังเข้าฉายเฉพาะลิโด สยามสแควร์ และ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ)
&<2288;
&<2288;
&<2288;







