ศิริทิพย์ ศรีไพศาล ไม่วิ่งตามแฟชั่น แต่เติมเพื่อดูดี
แม้หมวกใบโตที่สวมอยู่ในฐานะทายาทคนเดียวแห่งอาณาจักรธุรกิจแฟชั่น “แดปเปอร์” (Dapper)
แม้หมวกใบโตที่สวมอยู่ในฐานะทายาทคนเดียวแห่งอาณาจักรธุรกิจแฟชั่น “แดปเปอร์” (Dapper)
โดย... พุสดี สิริวัชระเมตตา
แม้หมวกใบโตที่สวมอยู่ในฐานะทายาทคนเดียวแห่งอาณาจักรธุรกิจแฟชั่น “แดปเปอร์” (Dapper) แบรนด์สัญชาติไทย 100% ที่อยู่คู่คนไทยมานาน 32 ปี จะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิต และขัดแย้งกับตัวตนที่แท้จริงของ แพรวศิริทิพย์ ศรีไพศาล ที่เป็นขาลุย ไม่ห่วงเรื่องความสวยความงาม และตั้งใจว่าจะเกษียณตัวเองตั้งแต่อายุ 45 ปี เพื่อออกท่องโลก แต่สาวน้อยร่างเล็ก ปราดเปรียว ก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ณ วันนี้ พร้อมแล้วที่จะเข้ามาสานยอดความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
แพรว ในวัย 27 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายแผนและพัฒนาธุรกิจ บริหาร บริษัท แดพเพอร์ เจ็นเนอรัล อะแพเร็ล เล่าว่า งานของเธอคือการดูแลในส่วนงานเรื่องการพัฒนาธุรกิจ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร โดยเฉพาะเรื่องภาพลักษณ์ และแบรนด์อิมเมจของแดปเปอร์ ตั้งแต่การจัดวินโดว์ดิสเพลย์ การจัดร้าน การเลือกยูนิฟอร์มของพนักงานขาย พัฒนาภายในองค์กรควบคู่ไปด้วย รวมทั้งการสร้างสรรค์โครงการหรืออีเวนต์ต่างๆ ให้ล้อกับแบรนด์ และล่าสุด เธอยังเข้าไปมีบทบาทในการปลุกปั้นแบรนด์ลูกของแดปเปอร์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้อย่างเต็มตัวอีกด้วย
ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง ไม่กลัวแดด กล้าว่ายน้ำตอนเที่ยง โดยไม่ทาครีมกันแดด มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่า ชีวิตนี้ขอใช้ให้คุ้มด้วยการออกไปสัมผัสโลกกว้าง และห่างไกลจากคำว่า “แฟชั่น” แต่วันหนึ่งต้องเข้ามาบริหารธุรกิจที่ต่างจากไลฟ์สไตล์สุดขั้ว แพรว ยอมรับว่า ช่วงแรกก็อึดอัดเหมือนกัน เพราะไม่อินกับเรื่องพวกนี้ แต่เพราะคุณพ่อคุณแม่เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ลูกสาวคนเดียวจะต้องเข้ามาสืบทอดกิจการ เลยตามใจคุณพ่อคุณแม่ และเริ่มปรับตัว จนรู้สึกชอบแฟชั่นมากขึ้น
“ช่วงที่มาทำแรกๆ ก็ต้องปรับตัว ช่วงแรกๆ ไม่แต่งหน้า คุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าไม่ได้นะ เพราะเรามาทำงานตรงนี้ ด้วยหน้าที่เราต้องทำให้เหมาะสม เราก็พยายามศึกษา อ่านแมกกาซีน ดูเทรนด์ แต่ก็ไม่ได้ตามกระแสนะ แต่จะดูเรื่องโครงสร้างในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้า การใช้สี ไม่ได้ดูว่านางแบบใส่อะไรแล้วก็วิ่งไปซื้อมาใส่ตาม ซึ่งจากตรงนั้นเราก็เริ่มอินมากขึ้น เอาสิ่งที่ศึกษามาใช้ในการคุมงานออกแบบดีไซน์ บวกที่ใช้กับตัวเอง แต่แพรวจะไม่ทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง เพื่อแค่จะโชว์ออฟว่า ฉันอยู่ในวงการแฟชั่นเท่านั้น”
ทว่าด้วยลุคที่ดูเด็ก แต่ได้มีโอกาสเข้ามาจับงานใหญ่ในฐานะ “ลูกเจ้าของ” ย่อมทำให้แพรวรู้สึกกดดัน และต้องใช้ความพยายามพิสูจน์ตัวเองเป็น 2 เท่า ซึ่งแพรวก็ยอมรับตรงๆ ว่ามีปัญหาบ้าง แต่น้อยมาก ซึ่งวิธีที่สาวแพรวเอามาใช้เป็นไม้เด็ดรับมือ ก็ไม่ต่างจากผู้บริหารรุ่นใหม่ทั่วไป นั่นคือ ใช้ความสุขุมเข้าสู้ วางตัวให้ถูกต้อง คือไม่ได้พยายามจะเป็นอะไรมากกว่าที่ตัวเองเป็น คงจุดยืนพื้นฐานของตัวเองไว้ เพราะสุดท้ายถ้าคนอื่นมาพบเจอ ถึงอย่างไรก็รู้อยู่ดีว่ายังเด็ก ยังอายุน้อย แต่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ความเป็นเด็กนั้นยังเป็นที่เคารพในเรื่องของความคิด ในสิ่งที่จะพูด หรือนำเสนอ
“การแต่งตัวให้เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมบุคลิกและความน่าเชื่อถือ เพราะการแต่งตัวก็เปรียบเหมือนการพรีเซนต์ตัวเองเหมือนกัน อย่างที่รู้ว่าสมัยนี้คำว่า แฟชั่นมันก็มีเยอะแยะมากมาย สิ่งที่แพรวคิดว่าไม่ค่อยดีหรือไม่เห็นด้วย คือ การที่คนพยายามจะเป็นอะไรมากกว่าที่ตัวเองเป็น โดยการแต่งเติม หรือเสริมเติมอะไรเข้าไป อันนั้นคือ สิ่งที่แพรวจะไม่ทำ ถามว่าเราใช้แฟชั่นยังไง เราต้องใช้มันให้ถูกต้อง แต่ต้องไม่ตามแฟชั่นมากเกินไปจนเราไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วกลายเป็นอะไรไม่รู้”
สำหรับเป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่ทายาทหญิงหนึ่งเดียวของแดปเปอร์ตั้งไว้ คือ จะเกษียณตัวเองในวัย 45 ปี แล้วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวรอบโลก ไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ที่ไม่ใช่สถานที่ท็อปฮิตของโลก อย่างลอนดอนอาย หรือ หอไอเฟล แต่เป็นการลงไปสัมผัสชีวิตของคนในมุมที่แตกต่าง
“นี่เป็นความฝันที่ยังไม่เคยบอกใครเลย และรู้ว่าถ้าคุณพ่อ (ศิริชัย ศรีไพศาล) ทราบ อาจจะแย้งว่าทุกวันนี้ท่านยังทำงานอยู่ แต่แพรวก็จะอธิบายให้คุณพ่อฟังว่า นี่มันคนละยุคกันแล้ว แพรวจะทำหน้าที่ทุกอย่างในความรับผิดชอบของแพรวให้ได้ภายในอายุ 45 ปี แล้วก็จะไปเที่ยวรอบโลก จะไม่ทำงานแบบฟูลไทม์แล้ว”
สาวสวยพูดจาฉะฉานตรงหน้า ยังปิดท้ายการสนทนาในวันนี้อย่างน่าประทับใจว่าไม่ได้แค่ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเปล่าๆ แค่ให้ได้ใช้เงิน แต่จะเอาประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้ไปเห็นมาถ่ายทอด แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่อยากให้คนที่ไม่ได้มีโอกาสไปแบบเธอ มีดวงตาที่เห็นกว้างขึ้นเท่านั้น
5 ชิ้นคู่กายสาวแฟชั่น
1.กล้องถ่ายรูป ต้องพกติดตัวตลอดเวลา ใช้ถ่ายบรรยากาศ คน หรืออะไรก็ตามที่สามารถเอามาประยุกต์ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้า และการตกแต่งร้านได้ เช่น การจับคู่โทนสีแปลกใหม่ที่เข้ากันได้อย่างที่คาดไม่ถึง
2.เข็มขัด ด้วยความที่เป็นคนแต่งตัวเรียบ และไม่ชอบแอกเซสซอรีเยอะ เลยเลือกใช้เข็มขัดเส้นเล็กๆ เป็นตัวจบในการแต่งกายให้ดูสมบูรณ์ อารมณ์คล้ายๆ ผักชีใบสุดท้ายที่เราใส่ลงไปในจานให้ดูกลมกล่อมกำลังดี
3.รองเท้าสองความสูง จะมีรองเท้าติดไว้ 2 คู่เสมอเสมอ เพื่อเอาไว้สลับสับเปลี่ยนระหว่างวัน ที่เราไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง
4.เชิ้ตขาว เป็นคนชอบเสื้อเชิ้ตสีขาว มีติดตู้หลายตัว ส่วนใหญ่จะเลือกแบบที่มีดีไซน์ แพตเทิร์น เก๋ มิกซ์แอนด์แมตช์ได้เยอะ ใส่หลายครั้งคนก็จำไม่ได้
5.หนังสือ A Life Of Style ของ Rebecca Moses เป็นคนชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีสไตล์ของตัวเอง แต่เราไม่ได้อ่านไปเพื่อที่เราจะเป็นแบบนั้น แต่เพื่อเข้าใจความชอบของผู้หญิงที่ไม่เหมือนกัน ว่าจริงๆ แล้วแตกต่างกันไปตามสีผิว วัฒนธรรม ซึ่งช่วยทำให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น


