posttoday
อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

09 กันยายน 2554

วิกฤตการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยที่ประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้

โดย...โยธิน อยู่จงดี

วิกฤตการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยที่ประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ใช่เพียงเราประเทศเดียวที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางความขัดแย้งบนทางออกของปัญหาพลังงาน ในเวลาที่ผู้คนต่างเรียกร้องแหล่งพลังงานสะอาด เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ยังไม่พอเพียงกับความต้องการพลังงานของคนทั้งประเทศ และนี่คือความจริงที่เราคนไทยต้องรับรู้ร่วมกันว่า จากนี้ไปอีกประมาณ 5 ปี เรากำลังเผชิญกับภาวะการขาดแคลนพลังงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ตัดสินใจหาแหล่งพลังงานทดแทนที่แน่ชัด

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดที่ได้มาอย่างไร้ความขัดแย้ง

“ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเรากำลังมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าหลายๆ แห่ง จนอาจส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงักได้ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีทางเลือกใดที่ไม่มีความขัดแย้ง เพราะในชีวิตประจำวันของเราก็ไม่สามารถทำให้คนอื่นรักและเคารพการตัดสินใจของเราได้ทุกคน

การตัดสินใจด้านพลังงานก็เช่นกัน ถ้าในวันนี้เราไม่ตัดสินใจเดินหน้าแผนพลังงานของประเทศ ในอนาคตเราอาจจะต้องเผชิญกับภาวะการขาดแคลนด้านพลังงาน เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้น 1 แห่ง ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-10 ปี ทำให้ไม่ทันต่อความต้องการของประเทศ และทำให้เราต้องเสียเงินซื้อพลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น แสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานภายในประเทศ เพราะในแง่การลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าสักแห่งจะต้องมีความขัดแย้งในด้านใดด้านหนึ่ง

อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้านั้นแทบจะล้มพับโครงการในทุกครั้ง เพราะต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนกันหลายปี ไม่นับรวมม็อบต่อต้านการสร้างโรงงานไฟฟ้า ในขณะที่โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึงความปลอดภัย ทำให้ไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าอย่างจำกัด

ในขณะความต้องการพลังงานของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แม้จะมีการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน แต่นั่นก็ทำได้แค่เพียงชะลอตัวเลขการใช้พลังงานไม่ให้สูงจนน่าใจหาย กับความจริงที่ว่าเราทุกคนจำเป็นต้องใช้พลังงานเติบโตไปพร้อมๆกับตัวเลขประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

แหล่งพลังงานผสม ทางออกของประเทศ

อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

“ทางออกพลังงานของประเทศที่ผมเห็นว่าเหมาะสมที่สุด คือเราต้องไม่พึ่งพาพลังงานด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป หากเกิดปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน เราจะต้องมั่นใจได้ว่าประเทศเรายังคงเดินหน้าต่อ ด้วยพลังงานทางเลือกอื่นๆ ผสมผสานในสัดส่วนที่เหมาะสม ถึงวันนี้อยากให้รัฐบาลรีบตัดสินใจ เพราะหากปล่อยช้านาน ประเทศจะยิ่งเข้าสู่ภาวะการขาดแคลนพลังงานในอนาคตเร็วขึ้น” ดร.ไพลิน ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “อนาคตพลังงานไทย” จัดโดย สมาคมไทย-ญี่ปุ่น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ที่ผ่านมา

เหตุผลที่ทำให้ ดร.ไพลิน สนับสนุนการใช้พลังงานแบบผสมผสาน เพราะมีตัวอย่างให้เห็นในหลายๆ ประเทศที่พึ่งพิงพลังงานทางใดทางหนึ่งมากไป เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่เคยนำเข้าน้ำมันเป็นแหล่งพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าหลักของประเทศ จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำมันในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นทบทวนนโยบายด้านการจัดการพลังงาน และตัดสินใจเลือกใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เป็นแหล่งพลังงานรองรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 30-40% แต่แหล่งพลังงานหลักยังคงเป็นพลังงานน้ำมัน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

จากเหตุการณ์วิกฤตการณ์โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในจังหวัดฟูกุชิมา ที่เราวิตกกังวลไปว่าญี่ปุ่นกำลังจะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนไฟฟ้า แต่ที่จริงแล้วญี่ปุ่นมีพลังงานไฟฟ้าทางเลือกมาช่วยกู้วิกฤต มีการบริหารจัดการและวินัยของประชาชนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยฟันฝ่าวิกฤตไปได้

เมื่อมองกลับมาที่บ้านเรา ทุกวันนี้เรานำเข้าน้ำมันมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 70-80% ที่เหลือคือเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวลอื่นๆ เป็นตัวเลขที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยทราบมาก่อน เราคิดแต่ว่าไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ได้จากเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งที่จริงแล้วเราผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันและถ่านหินสะอาด ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม มีข้อจำกัดและกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำมาก ในภาพรวมการใช้พลังงานทั้งประเทศ

เปิดปัญหาพลังงานสะอาด

“ไม่มีแหล่งพลังงานใดในโลกที่ดีพร้อม ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย เราต้องศึกษาเรียนรู้และบริหารแหล่งพลังงานเหล่านี้อย่างเหมาะสม” กอบกาญจน์ อธิบายปัญหาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งต่างมีข้อดีข้อเสียและเกิดผลกระทบแตกต่างกันไป

อนาคตพลังงานไทย ทางเลือกบนความขัดแย้ง

ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเริ่มศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานลม แต่ติดปัญหาที่ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่มีลมแรงอย่างสม่ำเสมอมากพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีกังหันลมที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จากลมความเร็วต่ำ แต่ก็เท่ากับความสามารถในการผลิตไฟฟ้าน้อยลงไปด้วย อีกทั้งใบกังหันที่เราเห็นหมุนอย่างช้าๆ นั้น ที่จริงแล้วมีความเร็วใบพัดไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. ส่งผลต่อชีวิตและเส้นทางการบินของนกในบริเวณดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านเสียงที่เกิดจากการหมุนใบพัดต่อชุมชนรอบข้าง การตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลม จะต้องศึกษาเรื่องพื้นที่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วยเช่นกัน แต่ยังมีข้อดีที่ว่าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้น จะทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดลง รวมทั้งความสามารถในการผลิตพลังงานที่ไม่สม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง และมีช่วงที่ผลิตกระแสไฟได้ดีที่สุดเพียงแค่ช่วงประมาณเวลา 10.00-15.00 น. เท่านั้น

ส่วนแหล่งพลังงานธรรมชาติอย่างแหล่งพลังงานใต้พิภพ ซึ่งญี่ปุ่นกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เป็นพลังงานสะอาด สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปริมาณมากเพียงพอ มีผลกระทบต่ำ แต่มีต้นทุนก่อสร้างสูงกว่าแบบอื่นๆ ซึ่งญี่ปุ่นกำลังศึกษาพัฒนาให้เป็นแหล่งพลังงานหลัก มีการคาดการณ์กันว่าหากญี่ปุ่นทำได้สำเร็จ จะมีแหล่งพลังงานไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 50% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งประเทศเลยทีเดียว เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ จึงมีแหล่งพลังงานใต้พิภพอยู่หลายแห่ง

สุดท้ายที่เป็นความหวังของนักวิทยาศาสตร์ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชัน หลักการทำงานคล้ายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์ แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าหากเกิดเหตุขัดข้อง เครื่องจะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติทันที แต่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาถึงผลกระทบด้านกากกัมมันตรังสีต่อไป เราจึงเห็นได้ว่าทุกแหล่งพลังงานต่างมีข้อจำกัดและปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีอะไรที่ดีพร้อม

หากแต่เราสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ร่วมกัน ก็จะเกิดประสิทธิภาพในการบริหารแหล่งพลังงานสูงสุด ติดอยู่อย่างเดียวที่ว่าประเทศเราจะเดินหน้าแก้ปัญหาแหล่งพลังงานในสัดส่วนอย่างไร ต้องให้รัฐบาลตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประชาชน ในความเคารพกติกาและเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี