
เที่ยวไปในชุมชน
พวกเราไม่ค่อยได้เที่ยวไปกับชุมชนมากนัก
โดย...จำลอง บุญสอง
พวกเราไม่ค่อยได้เที่ยวไปกับชุมชนมากนัก เพราะนอกจากจะไม่มีใครค่อยเชิญไปแล้ว ความสนใจของนักท่องเที่ยวต่อชุมชนก็มีไม่มากอีกด้วย ผมไปงานเที่ยวไทยหลายครั้ง ผมก็ไม่เคยเห็นทางราชการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมการไปเยือนไปพักนอนที่โฮมสเตย์กันสักเท่าใด
วันนี้โฮมสเตย์เปลี่ยนแปลงไปเชิงโรงแรมขนาดเล็กมาก แม้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพยายามที่จะ “ตีกรอบ” หรือให้ “คำจำกัดความ” เป็นแนวกำกับไว้ก็ตาม แต่ใครจะไปห้ามชาวบ้านไม่ให้เพิ่มเติม ไม่ทำห้องให้ดูทันสมัยต่างจากความเป็นบ้านๆ แบบดั้งเดิมได้ ในเมื่อพวกเขาก็ต้องการเงินที่เพิ่มขึ้นเช่นคนรวย
ผมก็ไม่สนใจกรอบ เพราะมันฝืนต่อความจริงแท้ของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ตราบใดที่การเมืองไม่เอื้อความเสมอภาคให้กับคนในชาติได้แล้ว ต่อให้มีกฎหมายมากดหัวเอาไว้ ชาวบ้านก็ต้องฉีกกฎหมายอยู่ดี
วันก่อนไปเยือนโฮมสเตย์ที่เมืองชุมพร จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นเมืองทะเลและสวนกันมาครับ ชุมพรเป็นเมืองสงบ ด้วยเพราะการคมนาคมที่ไม่สะดวก จึงทำให้ชุมพรยังรักษาความเป็นชนบทที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติเอาไว้ให้คนเที่ยวได้ดีจังหวัดหนึ่ง ส่วนจันทบุรีกับตราดออกจะวุ่นวายในหลายๆ อำเภอ แต่ก็มีหลายอำเภอที่สงบ
เกาะของชุมพรมีกว่า 45 เกาะ เป็นแหล่งพักอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด คนชุมพรไม่ได้มีเครื่องมือจับสัตว์น้ำมหากาฬแบบ 3 สมุทร ดังนั้นจึงถูกกองเรือจากจังหวัดอื่นๆ เข้ามาจับสัตว์น้ำในน่านน้ำของชุมพรเสมอ ซึ่งตามกฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด
โฮมสเตย์เกาะพิทักษ์ เป็นโฮมสเตย์ที่ขึ้นชื่อของหลังสวน ชุมพร เช่นเดียวกับโฮมสเตย์บ้านท้องตมของ อ.สวี ทั้งคู่เป็นโฮมสเตย์ที่ใช้ทรัพยากรท่องเที่ยวคือทะเลชุมพรเดียวกัน ต่างกันว่าบ้านเกาะพิทักษ์เป็นบ้านประมงบนเกาะ ส่วนท้องตมเป็นบ้านประมงบนฝั่ง ทั้งคู่สามารถใช้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลคือหมู่เกาะชุมพรร่วมกัน จะไปตกปลาดำน้ำลึกน้ำตื้นได้ที่เดียวกัน มีอาหารทะเลอร่อยๆ ได้กินเหมือนกัน ห้องนอนก็ยื่นไปในทะเลเหมือนๆ กัน สามารถไปตกหมึกได้เช่นเดียวกันถ้าเพิ่มเงินให้เขา ทั้งคู่ไปแล้วติดใจครับ สงบ อากาศดีและผู้คนมีจิตใจงดงาม
ไม่แน่ใจว่าสองหมู่บ้านที่ผมไปนี่ทำโฮมสเตย์มานานหรือยัง แต่เท่าที่สังเกตดูว่าพวกเขาคล่องตัวกับการต้อนรับมาก อาหารก็เป็นแพตเทิร์นคือมี กุ้งเผา ปลาเผา น้ำพริก ไข่เจียว อะไรทำนองนี้ อาหารพวกนี้ถือได้ว่าเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับคนกรุงหรือพวกฝรั่งต่างชาติ ด้วยเหตุนี้นอกจากบรรยากาศชายทะเลที่ดี มีลมที่มีโอโซนชั้นยอด ฝุ่นและคราบน้ำมันในอากาศน้อยกว่าเมืองกรุงแล้ว อาหารยังอร่อยอีกด้วย อาหารทะเลนั้นถ้าสดเสียอย่าง ฝีมือไม่ดีอย่างไรก็อร่อยได้เสมอ
ผมเอาภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ชื่นชมบรรยากาศ บรรยากาศที่พบหาไม่ได้ในสังคมอุตสาหกรรม ยืนยันว่าทั้งสองหมู่บ้านโฮมสเตย์ “เยี่ยมทั้งคู่” โฮมสเตย์เกาะพิทักษ์ ติดต่อ 08-1093-1443 โฮมสเตย์บ้านท้องตม ติดต่อ 08-1345-6743 คุณวัชรินทร์
โฮมสเตย์จันทบุรี แม้ว่าจะไม่ได้เที่ยวทะเลแบบชุมพร เป็นชายทะเลป่าชุมชน แต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ เช่นเดียวกับที่ตราด โฮมสเตย์ทั้งสามจังหวัดที่ไป อาหารอร่อยเหมือนๆ กัน ต่างกันก็แต่เรื่องการต้อนรับขับสู้เท่านั้น แต่ถ้าจะไปเที่ยวชุมชนกันแล้ว อย่าไปติดในเรื่องนั้นมาก เพราะอาชีพหลักของพวกเขาไม่ใช่อาชีพต้อนรับขับสู้ รอให้เขาเปลี่ยนจากอาชีพดั้งเดิมมาเป็นอาชีพที่ต้องรับแขกเป็นหลักเสียก่อนค่อยว่ากัน
สาเหตุที่โฮมสเตย์ในบ้านเราเริ่มเฟื่องฟูนั้น ส่วนหนึ่งเพราะกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา มีการออกกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติพร้อมจัดอบรมสัมมนาดูงานให้กับผู้ประกอบการโฮมสเตย์อย่างต่อเนื่อง เน้นการใช้สื่อไฮเทคให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำ EMarketing หรือการทำเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าสนใจ แถมออกใบประกาศนียบัตรให้สำหรับโฮมสเตย์ที่ผ่านมาตรฐานรับรอง อีกเหตุผลหนึ่งคือรายได้เสริมที่เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งถ้าอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแล้ว ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงเทศกาล รับรองลูกค้ามาใช้บริการตลอด
กรมการท่องเที่ยวได้ให้นิยาม “โฮมสเตย์” ว่าหมายถึง ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมคือ การท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องพักรวมกับเจ้าของบ้านในชายคาเดียวกัน ศึกษาธรรมชาติ วิถีชีวิตไทย วัฒนธรรมไทย โดยมีการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร และต้องขึ้นทะเบียนต่อกรมการท่องเที่ยว
ปัจจุบันมีโฮมสเตย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจำนวนทั้งสิ้น 156 แห่ง ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย แบ่งเป็นภาคเหนือ 41 แห่ง ภาคอีสาน 37 แห่ง ภาคตะวันออก 38 แห่ง ภาคใต้ 19 แห่ง และภาคกลาง 21 แห่ง
โฮมสเตย์ติดทะเลติดป่า
“แหลมสิงห์โบทเฮ้าสโฮมสเตย์” ซึ่งมีการรวมกัน 6 หลัง ของเครือญาติ โดยมีที่ตั้งติดป้อมไพรีพินาศในวนอุทยานเขาเเหลมสิงห์ อ่าวเสม็ดเเดง อ.เเหลมสิงห์ จันทบุรี ที่นี่เปิดมาได้ 2 ปีแล้ว จุดเด่นก็คือ เป็นบ้านหลังใหญ่มีหลายห้อง และมีอาณาบริเวณกว้างขวางอยู่ติดทะเล ใครมานอนมานั่งเล่นก็จะได้ยินเสียงคลื่นเสียงลมตลอดเวลา ทั้งยังได้รับรางวัลอันดับ 2 ในการประกวดมาตรฐานโฮมสเตย์ระดับประเทศเมื่อปี 2552 ซึ่งย่อมทำให้ผู้มาพักอบอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง
คุณอรุณ เจ้าของบ้านบอกว่า “จุดเด่นของเราคือบ้านพักจะยื่นลงไปในทะเล สามารถตกหมึกตกปลาได้ที่หน้าบ้านพัก มีความเป็นส่วนตัว อยู่ติดวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ด้านหลังมีกำแพงเป็นภูเขา ด้านหน้าเป็นทะเล สามารถเดินไปท่องเที่ยวในบริเวณอุทยานได้ มีน้ำตก มีอ่าวกระทิง ซึ่งห่างออกไป 600 เมตร ด้านหน้าเป็นเกาะ สามารถพายเรือไปที่เกาะจุฬาและเกาะนมสาวได้ แต่ถ้าอยากเรียนรู้วิธีการต่อเรือโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน คือใช้ไม้เป็นหมุด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่ 100 ปีที่แล้วก็มาดูกันได้
ใครจะไปเที่ยวทะเล ไปเกาะนมสาว ไปดำน้ำดูปะการัง ไปน้ำตกพลิ้ว ไปน้ำตกคลองนารายณ์ ฯลฯ ก็มีไกด์พาไป
ค่าที่พักบริการ ราคาต่อหัวรวมค่าอาหารมีตั้งแต่ 800-2,000 บาท แล้วแต่อาหารที่สั่งว่าจะวิลิศมาหรามากน้อยแค่ไหน เมนูอาหารทะเลที่นี่จึงมีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ปลาพล่า ปลากระบอกต้มส้ม กุ้ง หมึก ปลา หอย ปิ้งย่าง น้ำพริกปูไข่ หรือจะรับประทานอาหารพื้นเมืองแบบหมูชะมวงก็มี
เจ้าของบ้านมีอาชีพต่อเรือซ่อมเรือ หันมาทำโฮมสเตย์เสริม ซึ่งทำท่าว่าจะไปด้วยดี รับจองผ่านเว็บไซต์ www.lamsing.in.th และwww.lamsingboathouse.pg.in.th หรือโทร.ติดต่อได้ที่ 08-6666-5423, 039-456-500
นั่งเรือชมวิถีชีวิตชาวประมง
“จิตนาวาโฮมสเตย์” อยู่บ้านอีมุย ต.หนองชิ่ม อ.แหลมสิงห์ เป็นพื้นที่ติดทะเลติดคลอง มีป่าชายเลนที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงหอย และเลี้ยงกุ้งกันเป็นอุตสาหกรรมเลยทีเดียว โฮมสเตย์แห่งนี้อยู่ในกลุ่ม “บ้านปูวังปลา” มีสมาชิกทั้งหมด 7 หลัง มีคุณสมนึกและคุณปองรจิต จิตนาวา สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของ มีทั้งที่พักแบบรวมและแยกเป็นห้อง ค่าใช้จ่าย 2 วัน 1 คืน รวมค่าอาหารและกิจกรรมต่างๆ ตกคนละ 1,200 บาท จุดเด่นของบ้านอีมุยคือป่าชายเลน และชาวบ้านที่นี่ก็มีความเชี่ยวชาญในการทำลอบ ตีอวน ถ้ามาพักที่โฮมสเตย์แถวนี้จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงที่คลองหก ชมป่าเลน ดูการเลี้ยงหอยนางรม งมหอยแครง หรือถ้าใครชอบตกปลาก็มีบริการ และหากมาตรงกับวันสำคัญทางศาสนา ก็พาไปทำบุญที่วัด เวียนเทียน ช่วงกลางวันก็พาไปโอเอซิสที่แหลมสิงห์ ไปน้ำตกพลิ้ว ไปวัดช้างใหญ่ ไปเที่ยวสวนผลไม้อิ่มละ 99 บาท (โทร.ติดต่อที่ 08-4779-4549)
คุณปองรจิตผลิตชาใบขลู่ลดเบาหวาน และถ้าใครเป็นโรคทาลัสซีเมีย หรือโลหิตจางที่เป็นพาหะ ชงดื่มหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ จะช่วยขับธาตุเหล็ก
‘เขาสมิง’ กินผลไม้เพียบ
“บ้านสวนวิวสวยโฮมสเตย์” ของคุณสุเมธ มีเกียรติ ประธานเกษตรอินทรีย์และโฮมสเตย์เขาสมิง อยู่ที่ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด ที่หลายคนต่างติดใจอยากจะมานอนค้างคืน เพราะชื่นชอบบรรยากาศสวนผลหมากรากไม้ที่ร่มรื่น มีโต๊ะให้นั่งประชุม มีครัวเล็กๆ ไว้ทำอาหารให้ลูกค้า ที่สำคัญเรือนพักมีแอร์ มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย เหมือนรีสอร์ตย่อมๆ
จุดเริ่มต้นของโฮมสเตย์ที่นี่เกิดจากการทำกลุ่มเกษตรอินทรีย์ โดยรวมกลุ่มกันตั้งแต่ปี 2546 รณรงค์ให้ลดการใช้สารเคมี รวมสมาชิกกันได้ 20 ครัวเรือน พื้นที่ 2,000 ไร่ ใน ต.ท่ากระท้อน หมู่ที่ 1 ตรงนี้ โดยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เคมีมาเป็นอินทรีย์ทั้งหมด จากเรื่องการทำปุ๋ยมาเชื่อมโยงกับโฮมสเตย์ เพราะสมาชิกคิดกันว่าน่าจะมีที่พักให้กับผู้มาดูงานจากต่างจังหวัด เลยคิดว่าต้องมีโฮมสเตย์จึงรวมกลุ่มกันได้ 5 หลัง แต่ละหลังพักได้กว่า 20 คน โดยคิดค่าหัวพร้อมอาหารเช้ากาแฟและข้าวต้ม 350 บาทต่อคืนต่อคน แต่ถ้าเพิ่มอาหารทะเลก็คิด 700 บาท (สนใจโทร. 08-1940-4215 หรือ 08-4362-4019)
คุณนิยม พลราชม เลขานุการกลุ่มโฮมสเตย์เขาสมิง เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำโฮมสเตย์ด้วย ชื่อ “บ้านสวนแสนรักษ์” เธอเล่าว่า กลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเขาสมิง ที่เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดให้กับ จ.ตราด
เขาร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ส่งลูกค้าของธนาคารจากทั่วประเทศมาศึกษาดูงาน ซึ่งจะทำให้มีการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สนใจโทร. 08-4362-4019







