
3 ปัญหารุมเร้า...ทำฟอร์มแกว่ง
ใครจะไปนึกว่าอภิมหาโปรอย่าง “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ จะฟอร์มรูดมหาราชได้เพียงนี้
ใครจะไปนึกว่าอภิมหาโปรอย่าง “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ จะฟอร์มรูดมหาราชได้เพียงนี้
หลังจากได้เห็นเขาคว้าแชมป์เป็นว่าเล่นมาตลอดนับแต่เทิร์นโปรมา 15 ปี
ยอดโปรสหรัฐวัย 35 ปี กวาดแชมป์ไปร้อยกว่าครั้งแล้ว แบ่งเป็น 71 ยูเอส พีจีเอ ทัวร์, 38 ยูโรเปียน ทัวร์, 2 เจแปน ทัวร์, 1 เอเชียน ทัวร์, 1 ออสเตรเลียน ทัวร์ และรายการอื่นๆ อีก 15 แชมป์
แต่ตอนนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ไทเกอร์ ที่เคยครองบัลลังก์กอล์ฟโลกรวมแล้วถึง 623 สัปดาห์ จะร่วงหล่นลงมารั้งอันดับ 21 โลกในปัจจุบัน
หลายคนคงสงสัยว่า อะไรเป็นสาเหตุให้ ไทเกอร์ ฟอร์มตกต่ำซะขนาดนั้น ซึ่งบางคนอาจจะพอทราบสาเหตุอยู่บ้างแล้ว แต่จะขอแจงคร่าวๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 ปัญหาหลักๆ ก็แล้วกัน
1.สภาพจิตใจ
คนเราที่ต้องเผชิญกับสภาพครอบครัวแตกแยกล่มสลาย ใครจะมีกะจิตกะใจไปทำอะไร หรือแม้ต้องทำ ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ดี
เช่นเดียวกับ ไทเกอร์ ที่โดน เอลิน นอร์เดเกรน เมียชาวสวีดิชที่แต่งงานกันในปี 2004 ฟ้องหย่าขาดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2010 พร้อมจบการใช้ชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันมาราว 6 ปี โดยเหลือความผูกพันเพียงแค่ช่วยกันดูแลลูกทั้งสอง คือ แซม อเล็กซิส (ลูกสาว เกิดปี 2007) และชาร์ลี (ลูกชาย เกิดปี 2009)
จนทำให้ ไทเกอร์ ถึงกับออกมายอมรับผิดทุกอย่างที่เขาก่อขึ้นมาเอง และหลังจากนั้นก็ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2009 ว่า ขอหยุดลงแข่งขันกอล์ฟแบบไม่มีกำหนด ซึ่งทำเอาแฟนๆ ถึงกับงงเลยทีเดียวที่เขายอมรามือจากกีฬาดวลวงสวิงที่รักที่สุด
หลังจากนั้น 3 เดือน ไทเกอร์ ก็หวนคืนสนามอีกครั้งในศึกเมเจอร์ “เดอะ มาสเตอร์ส 2010” หลังจากพักใจที่อ่อนล้าและเสียใจจากการกระทำนอกใจภรรยา ทรยศกับครอบครัว แล้วก็ทำได้ไม่เลวเลยท่ามกลางใจที่กำลังปวดร้าว โดยคว้าที่ 4 ร่วมมาครอง
ไทเกอร์ ลงเล่นอีก 3 เมเจอร์ที่เหลือในปี 2010 จนครบ ด้วยผลงาน อันดับ 4 ร่วม “ยูเอส โอเพน”, อันดับ 23 ร่วม “บริติช โอเพน” และอันดับ 28 ร่วม “พีจีเอ แชมเปียนชิพ”
และก็ดูเหมือนว่าการล่าแชมป์แรกนับแต่บุกไปคว้าชัย “ออสเตรเลียน มาสเตอร์ส” ถึงแดนจิงโจ้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2009 ก็เริ่มเห็นเค้าลางมากขึ้น
แต่แล้วก็ต้องมาเจอข่าวเรื่อง เอลิน อดีตเมียรัก กำลังคบหาดูใจอยู่กับ เจมี ดิงแมน นักธุรกิจระดับมหาเศรษฐี ซึ่งลำพังเมียจะมีแฟนใหม่มันไม่เท่าไหร่หรอก เพราะหย่าขาดกันแล้วก็ย่อมเป็นสิทธิของเธอ แต่ ดิงแมน ดันเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ราเชล อูชิเทล อดีตกิ๊กระดับท็อปๆ ของ ไทเกอร์ นี่ซิ ทำเอาใจพญาเสือยิ่งรู้สึกเจ็บใจไม่น้อยแน่ (สงสัย ไทเกอร์ คงเป็นห่วงว่า เอลิน จะหนีเสือปะจระเข้ โดยไปเจอคนที่ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าตัวเขาเองมั้ง)
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกวันนี้สภาพจิตใจของ ไทเกอร์ น่าจะกลับสู่สภาพใกล้เคียงกับสมัยที่เขาเคยรุ่งโรจน์สุดๆ แล้ว เหลือรอก็แค่แชมป์แรกจะมาเมื่อไหร่เท่านั้น เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา และแล้วเมื่อนั้นแหละคงได้เห็น ไทเกอร์ กวาดแชมป์ระเบิดระเบ้ออีกครั้ง...ฟันธง
2.อาการบาดเจ็บ
ไทเกอร์ มีแม่เป็นคนไทย คือ นางกุลธิดา น่าจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” มาบ้างก็เป็นได้ และก็เป็นจริงแท้แน่นอน เพราะตอนนี้เขากำลังเจอกับตัวเองอยู่ด้วย
อดีตโปรมือ 1 โลกมีอาการเจ็บเข่าซ้ายและเอ็นร้อยหวายมาตั้งแต่รอบแรก “เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ” วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเพิ่งเล่นไปได้แค่ 9 หลุมก็ต้องถอนตัวกลางคัน ซึ่งจริงๆ แล้วเริ่มมีอาการมาตั้งแต่ศึกมาสเตอร์สก่อนหน้านั้น แต่ดันฝืนลงแข่งโดยไม่รอให้หายดีเสียก่อน เลยส่งผลให้ต้องพักยาวมาถึง 11 สัปดาห์เลยทีเดียว
และที่สำคัญคือ ไทเกอร์ ต้องถอนตัว 2 เมเจอร์รวด คือ ยูเอส โอเพน ที่สหรัฐ (16-19 มิ.ย.) และ บริติช โอเพน ที่อังกฤษ (14-17 ก.ค.)
ตอนนี้เขากำลังจะรีเทิร์นเข้าร่วมแข่ง “ดับเบิลยูจีซีบริดจสโตน อินวิเตชันแนล” ในฐานะแชมป์เก่า 7 สมัย ที่โอไฮโอ วันที่ 4-7 ส.ค.นี้ เพื่อขอทดสอบทั้งฝีมือและสภาพร่างกาย ก่อนที่จะพกดีกรีแชมป์ 4 สมัย ลงเล่นศึกเมเจอร์สุดท้ายของฤดูกาล “พีจีเอ แชมเปียนชิพ” ที่จอร์เจีย, สหรัฐ (11-14 ส.ค.)
“ผมรู้สึกฟิตดีแล้ว และพร้อมที่จะลงเล่นที่สนามไฟร์สโตน (ดับเบิลยูจีซี-บริดจสโตนฯ) สัปดาห์หน้า ผมตื่นเต้นที่จะได้ออกไปเล่นอีกครั้ง” ไทเกอร์ โพสต์ผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ก็ไม่รู้ว่า ไทเกอร์ หายสนิทรึยัง แต่เขาเคยบอกไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าจะไม่เสี่ยงเล่นอีกแล้วถ้าอาการยังไม่หายดีจริงๆ
3.วงสวิง-แคดดี
ทั้งวงสวิงและแคดดี ต่างถือเป็นเรื่องสำคัญของนักกอล์ฟ เพราะวงสวิงที่เหมาะสมและลงตัวสำหรับโปรแต่ละคน ย่อมส่งให้ผลงานออกมาดี ส่วนแคดดีนั้นถือเป็นคนรู้ใจที่ต้องอยู่เคียงข้างจอมสวิงทั้งหลายตลอดเวลาในยามที่ออกไล่ล่าความสำเร็จในสนาม โดยเป็นที่ปรึกษาแผนการเล่น รวมทั้งช่วยดูไลน์บนกรีนด้วย
เป็นที่ทราบกันดีว่า ไทเกอร์ ดีกรีแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย มักพยายามปรับเปลี่ยนวงสวิงอยู่เสมอ เพราะมือระดับเขานั้น ต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยล่าสุด ณอน โฟลีย์ โค้ชสวิงจากแคนาดา กำลังเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้ ไทเกอร์ ซึ่งเริ่มงานมาตั้งแต่ “พีจีเอ แชมเปียนชิพ” ปีที่แล้ว โดยเข้ามาแทน แฮงก์ ฮานีย์ โค้ชสวิงคนเก่าที่ขอแยกทางกับ ไทเกอร์ เมื่อเดือน พ.ค. 2010 หลังร่วมงานกันมา 6 ปี
โฟลีย์ ค่อนข้างเซ็งพอสมควร ไม่ได้เซ็ง ไทเกอร์ นะ แต่เซ็งที่นายจ้างดันมาเจ็บยาวนะซิ
“ผมยังไม่ได้เห็นเขา (ไทเกอร์) สวิงลูกกอล์ฟแม้แต่ครั้งเดียวเลย ทำให้ผมไม่มีไอเดียในการแก้ไขวงสวิงของเขาแม้แต่น้อย และผมก็ไม่ได้เจอกับเขามานานเหมือนกัน ก็ตั้งแต่เขามีปัญหาบาดเจ็บนั่นล่ะ ซึ่งแพทย์ได้ห้ามเขาเสี่ยงทำหลายๆ อย่าง และเมื่อเขาพร้อม ผมก็จะเริ่มสานงานต่อทันที” โฟลีย์ กล่าว
สำหรับเรื่องแคดดีนั้น อย่าเพิ่งงง หากจะบอกว่าตอนนี้ ไทเกอร์ ไม่มีใครช่วยแบกถุงกอล์ฟให้ เพราะเขาเพิ่งปลด สตีฟ วิลเลียมส์ แคดดีคู่ใจชาวนิวซีแลนด์ที่ร่วมงานกันมาถึง 12 ปี ทั้งที่มีส่วนในการคว้าแชมป์เมเจอร์ถึง 13 ครั้ง จากทั้งหมด 14 ครั้ง
ทั้งที่ ไทเกอร์ กำลังจะคืนสนามในสัปดาห์หน้า แต่เขาก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาว่าใครคือแคดดีคนใหม่ แต่ก็มีสื่อบางฉบับคาดเดาว่าน่าจะเป็น ไบรอน เบลล์ เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของเขานั่นเอง ส่วน วิลเลียมส์ ได้งานใหม่กับ อดัม สกอตต์ ยอดโปรออสเตรเลีย เรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า บิลลี ฟอสเตอร์ คนแบกถุงของ ลี เวสต์วูด (มือ 2 โลก/อังกฤษ) จะไปทำหน้าที่แคดดีให้ ไทเกอร์ แต่แล้วโปรผู้ดีก็ออกมาปฏิเสธทันที
“บิลลี ยืนยันกับผมว่ายังมีความสุขดี และไม่เคยคิดที่จะแยกทางเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือเขาไม่ชอบที่จะทำงานร่วมกับคนอเมริกัน และจะยังคงอยู่ร่วมทีมกับผมต่อไป เพื่อช่วยให้ผมสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์เป็นครั้งแรกได้เสียที” เวสต์วูด กล่าว
ไทเกอร์ จะสวิงเฉียบขึ้นแค่ไหน และได้แคดดีเจ๋งกว่าเดิมหรือไม่ เดี๋ยวก็ได้เห็นกันแล้วในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะสัปดาห์ต่อจากนั้นในศึกพีจีเอ แชมเปียนชิพ
หากจะว่าไปแล้ว การที่ไม่มี ไทเกอร์ ร่วมดวลวงสวิง หรือมี แต่อยู่ในสภาพไม่ท็อปฟอร์มนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับแฟนกอล์ฟที่เชียร์โปรคนอื่นๆ อยู่ รวมไปถึงคนที่ไม่ชอบ ไทเกอร์ หลังได้รับรู้พฤติกรรมสุดฉาวติดเซ็กซ์งอมแงม
แต่คนที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ ก็เป็นบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพของ ไทเกอร์ เองนั่นแหละ เนื่องจากทำให้การลุ่นแชมป์ระดับเมเจอร์ยิ่งเปิดกว้างขึ้น หลังจากก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องอื้อฉาวกับพญาเสือนั้น เขาคือเต็ง 1 ทุกรายการที่ลงแข่งมาตลอด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ซะแล้ว
ไทเกอร์ ได้แชมป์เมเจอร์ครั้งสุดท้ายใน “ยูเอส โอเพน 2008” ซึ่งหากจำกันได้เขาฝืนเล่นทั้งที่เจ็บเข่าซ้ายด้วยซ้ำ แล้วพอชูโทรฟีเสร็จก็ขึ้นเขียงผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นทันที
นับแต่นั้นมาก็มีแชมป์เมเจอร์เกิดขึ้นมากมาย โดยเปลี่ยนหน้าตลอด นับตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน ดังนี้
เมเจอร์แรก “เดอะ มาสเตอร์ส” – อังเคล คาเบรรา (อาร์เจนตินา) 2009, ฟิล มิกเคลสัน (สหรัฐ) 2010 และ ชาร์ล ชวาร์ตเซล (แอฟริกาใต้) 2011
เมเจอร์ที่ 2 “ยูเอส โอเพน” – ลูคัส โกรเวอร์ (สหรัฐ) 2009, แกรม แม็กดาวล์ (ไอร์แลนด์เหนือ) 2010 และ รอรี แม็กอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 2011
เมเจอร์ที่ 3 “ดิ โอเพน” – สจวร์ต ซิงก์ (สหรัฐ) 2009, หลุยส์ อุสธุยเซน (แอฟริกาใต้) 2010 และ ดาร์เรน คลาร์ก (ไอร์แลนด์เหนือ) 2011
เมเจอร์สุดท้าย “พีจีเอ แชมเปียนชิพ” – ยางยองอึน (เกาหลีใต้) 2009, มาร์ติน เคย์เมอร์ (เยอรมนี) 2010 และ ... (รู้ผลวันที่ 14 ส.ค.นี้)
นอกจากนี้ หลังจาก ไทเกอร์ ตกบัลลังก์โลกเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ก็ทำให้มือ 1 โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปถึง 3 คนแล้ว เริ่มจาก ลี เวสต์วูด (พ.ย. 2010-ก.พ. 2011), มาร์ติน เคย์เมอร์ (เยอรมนี/ก.พ.-พ.ค. 2011) และล่าสุด ลุค โดนัลด์ (อังกฤษ/พ.ค. 2011-ปัจจุบัน)







