มีอะไรในสงครามและสันติภาพ
พิพิธภัณฑสถานและหอศิลป์นิววอล์ก เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
พิพิธภัณฑสถานและหอศิลป์นิววอล์ก เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
โดย..อฐิณป ลภณวุษ
พิพิธภัณฑสถานและหอศิลป์นิววอล์ก เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ จะพาทุกคนไปพบกับความน่าหวาดกลัวของสงคราม ตามด้วยพลังแห่งความสงบสุขและสันติภาพ ในนิทรรศการ Spirits of War to Hands of Peace ที่รวบรวมไว้ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพดรออิง ที่บอกเล่าถึงผลกระทบจากสงคราม รวมทั้งสิ่งที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะ ความแพ้พ่าย สันติภาพ ความสงบสุข และความปรองดอง
ในนิทรรศการมีตั้งแต่ภาพจิตรกรรมศตวรรษที่ 16 ที่ ฟิลิปป์ เจมส์ เดอ ลูเทอร์เบิร์ก จิตรกรชาวอังกฤษเชื้อสายฝรั่งเศส วาดเกี่ยวกับสงครามครูเสด โดยเฉพาะภาพเด่นๆ ของ พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ หรือ ริชาร์ด เดอะ ไลออนฮาร์ต และซาลาดิน ในสนามรบ
นอกจากนี้ ยังมีผลงานขนาดใหญ่ของอดีตทหารเยอรมัน ที่ผันตัวมาเป็นจิตรกร โยฮานเนส โคเอลซ์ กับภาพ Thou Shalt Not Kill ที่ตกมาเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานและหอศิลป์นิววอล์ก ที่เมืองเลสเตอร์นี้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นภาพประเภท ทริปทีกซ์ (Triptych) ประกอบด้วยภาพ 3 ภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราวต่อเนื่องกัน อย่างศิลปะประดับแท่นบูชาของศาสนาคริสต์ในอดีต
ภาพเขียนทริปทีกซ์ จากต้นศตวรรษที่ 20 Thou Shalt Not Kill นับเป็นภาพไฮไลต์ของงานอีกครั้ง หลังจากร่วมแสดงในนิทรรศการ A Life Divided ณ พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์แห่งเดียวกันนี้มาแล้ว โดยเมื่อปี ค.ศ. 2001 นับว่าภาพดังกล่าวที่เคยกระจัดกระจายหายไปคนละทิศละทาง ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นับว่าได้กลับมาเรียงตัวกันอย่างครบสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง
โยฮานเนส โคเอลซ์ แอบสร้างสรรค์ชิ้นงานชุด 3 ชิ้นขนาดมหึมานี้ในสตูดิโอของเขา ใกล้ๆ กับเมืองมิวนิก ในแคว้นบาวาเรีย โดยมิให้ใครล่วงรู้ ระหว่างปี ค.ศ. 1930–1937 ซึ่งเป็นภาพเขียน 3 ตอนที่แสดงออกถึงการต่อต้านสงครามอย่างโจ่งแจ้ง ภาพทั้งสามเล่าความวุ่นวายในเยอรมนี ในช่องแรก เล่าเรื่องของผู้ปกครองเยอรมนีช่วงนั้น ส่วนภาพกลางเป็นภาพทหารสวมหน้ากากกันแก๊สพิษ ที่หมายถึงตัวเขาเอง หลังได้รับเหรียญกล้าหาญ (Iron Cross) ในปี ค.ศ. 1916 จากวีรกรรมในบังเกอร์ที่แวร์ดุง ประเทศฝรั่งเศส และช่องสุดท้าย อุทิศให้น้องชายของเขา ฮานส์ ซึ่งเสียชีวิตในการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี ค.ศ. 1914
ประสบการณ์ในชีวิตของจิตรกรชาวเยอรมันเอง คือ แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จิตรกรรมต้านสงคราม แม้จะเคยได้เหรียญกล้าหาญจากวีรกรรมมากมายในสงครามมาแล้ว ทว่า หลังสร้างสรรค์ Thou Shalt Not Kill เสร็จในปี ค.ศ. 1937 โยฮานเนส กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏต่อรัฐบาลนาซี เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ที่มาจับเขากลายเป็นทหารที่เขาเคยช่วยชีวิตเอาไว้จนได้รับเหรียญกล้าหาญดังกล่าว จึงบอกให้เขาและครอบครัวรีบอพยพออกจากเยอรมนีภายใน 48 ชั่วโมง
ด้วยเกรงว่าภาพเขียนมาสเตอร์พีซของเขาจะถูกทำลายแน่ๆ โยฮานเนส จัดแจงแยก Thou Shalt Not Kill ออกจากกัน แล้วนำไปซ่อนตามที่ต่างๆ ในที่สุดเขาและครอบครัวก็อพยพมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
ผลงานชิ้นเอกหายไปจากโลกอยู่หลายศตวรรษ ก่อนที่ เอวา ฟาร์ริงตัน ลูกสาวของจิตรกรเอง จะเริ่มออกตามหาชิ้นส่วนต่างๆ ของภาพเขียนชิ้นสำคัญซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ตามคำบอกเล่าของบิดาก่อนจะเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1971 หลังจากที่ โยฮานเนส สามารถค้นเจอไปแล้ว 6 ชิ้นด้วยกัน ในที่สุดเธอก็ตามหาอีก 4 ชิ้นที่เหลือจนครบในปี ค.ศ. 1998 ก่อนที่จะมีการบูรณะให้กลับมาเป็นมาสเตอร์พีซประเภททริปทีกซ์ของจิตรกรเยอรมันดังเดิม และ เอวา ก็มอบให้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานและหอศิลป์แห่งเมืองเลสเตอร์
นอกจาก Thou Shalt Not Kill แล้วยังมีประติมากรรมที่ดูแล้วเต็มไปด้วยความเศร้าสลดหดหู่ของ นิโคไล อีวาโนวิช ลิเบอร์ริช ประติมากรชาวรัสเซีย ที่ปั้นกลุ่มนายทหารชาวโปแลนด์นอนตายทับซ้อนกัน อันเป็นภาพที่ขัดแย้งกันกับ A Roman Triumph ภาพเขียนของ แฟรงก์ ท็อปแฮม ที่เล่าเรื่องของกองทัพโรมันที่เดินเท้ากลับบ้านเกิดอย่างฮึกเหิม หลังจากนำชัยชนะกลับสู่บ้านเกิด
ในด้านของศิลปะที่พูดถึงสันติภาพก็มีอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรมแกะไม้ ของ บิล มิง A Less ที่เป็นรูปคู่รักกอดกันอย่างเปี่ยมด้วยความรัก นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายครอบครัวผลงาน อลับ พาร์เกอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น ความซื่อสัตย์ และความสงบสุข ปราศจากสงคราม


