posttoday
India 1 : วันนี้ที่อินเดีย

India 1 : วันนี้ที่อินเดีย

13 กุมภาพันธ์ 2553

 ...ปวีณา  สิงห์บูรณา

 ...ปวีณา  สิงห์บูรณา

ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา โลก 360 องศา เดินทางสู่ประเทศอินเดียหลายครั้งเพื่อเยี่ยมชมเมืองต่างๆ ในประเทศนี้ เรียกได้ว่าเกือบจะทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นับรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าสิบเมือง และเมืองต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันไป การกลับมาประเทศอินเดียอีกครั้งในคราวนี้จึงนับเป็นการสำรวจความเปลี่ยนแปลงของประเทศอันหลากหลายไปด้วยวัฒนธรรมซึ่งมีความน่าสนใจในทุกครั้งที่มาเยือน การเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้นที่กรุงนิวเดลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดีย

กรุงนิวเดลีในวันนี้ดูแปลกตาไปจากเดิม ถนนหนทางดูสะอาดขึ้น แม้ว่าจะยังมีความคับแคบอยู่บ้างในบางเส้นทาง แต่หลายพื้นที่ก็ดูเหมือนว่ากำลังมีการปรับปรุงขนานใหญ่ ส่วนที่ไม่แตกต่างไปจากเดิมคือเรื่องเสียงที่คุณผู้อ่านหลายท่านคงจะคุ้นเคยกันเมื่อมาเยือนอินเดีย เพราะถึงแม้ว่าถนนหลายสายโดยเฉพาะในเขตที่ตั้งของหน่วยงานราชการ จะมีป้ายแจ้งว่าเป็นเขตปลอดเสียง งดใช้แตรติดไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครปฏิบัติตาม และคนอินเดียที่นี่ซึ่งเป็นผู้นำคณะก็เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า การบีบแตรเป็นเรื่องความเคยชิน ถ้าไม่บีบแตรก็คงไม่ใช่อินเดีย

สิ่งที่ดูจะสะดุดตาที่สุดคือการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินที่กำลังเกิดขึ้นในเดลี เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเตรียมตัวในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในเครือจักรภพ หรือ Commonwealth Games ในเดือนต.ค. 2010 ที่กำลังจะมาถึง การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ของอินเดียทำให้เป็นที่มาของนโยบายหลายๆ อย่างที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การเร่งก่อสร้างโรงแรมใหม่อีกหลายสิบแห่งเพื่อรองรับผู้มาเยือน การตัดถนนสายใหม่ และการก่อสร้างหมู่บ้านนักกีฬาขนาดใหญ่ รวมถึงปรับปรุงสนามกีฬาที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แล้วนโยบายสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการขจัดขอทานให้หมดไปจากกรุงนิวเดลี ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับทั่วเมือง โดยเฉพาะตามสี่แยกไฟแดงที่อาจจะเคยเห็นขอทานอยู่ทั่วไปเมื่อเดินทางมายังอินเดีย โดยนโยบายนี้มีการตั้งศาลเคลื่อนที่รับแจ้งความเรื่องขอทาน และดำเนินการจับกุมแล้วตัดสินโทษในทันที

นโยบายในการปรับปรุงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในเฉพาะเมืองหลวงของประเทศอย่างนิวเดลี แต่ยังได้ขยายออกไปยังเมืองต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอินเดีย ซึ่งรวมถึงโกลกาตา (Kolkata) เมืองหลวงเก่าของประเทศอีกด้วย

โกลกาตา หรือชื่อเดิมว่ากัลกัตตา (Calcutta) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และยังเป็นเมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดียสมัยอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ จนกระทั่งอินเดียได้รับเอกราชจึงได้ย้ายเมืองหลวงกลับไปยังนิวเดลี หลังจากการย้ายเมืองหลวงทำให้โกลกาตาประสบกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นสมัยอังกฤษปกครองอินเดียก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่รัฐบาลของอินเดียก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของโกลกาตาที่จะเป็นประตูสู่หลายรัฐทางด้านตะวันออกของประเทศ จึงนำมาสู่โครงการปรับปรุงสนามบินครั้งใหญ่ของโกลกาตา ซึ่งอาจจะเป็นการพลิกโฉมความเจริญของอินเดียในเร็วๆ นี้

นอกเหนือไปจากเมืองหลวงอย่างนิวเดลี หรือเมืองใหญ่อย่างโกลกัตตาแล้ว ประเทศอินเดียยังมีเมืองสำคัญที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Silicon Valley Of Asia นั่นคือ บังคาลอร์ (Bangalore) ซึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เบ็งกาลูรู (Bengaluru) แต่ยังไม่ค่อยมีคนนิยมเรียกมากนัก เป็นเมืองหลวงของรัฐกรณาฏกะ (Karnataka) และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีทางด้าน IT ไปทั่วโลก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยบังคาลอร์นั้นเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรด้านไอทีโดยเฉพาะ และเป็นที่มาของการได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนที่ผลิตโปรแกรมเมอร์ได้เป็นอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ที่เมืองบังคาลอร์ยังเป็นที่ตั้งของ Electronic City เมืองอุตสาหกรรมไอทีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีพนักงานทำงานมากกว่า 6 หมื่นคน และมีบริษัทไอทีมากกว่า 300 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงรู้จักกันอย่างดี เช่น Infosys, IBM, Microsoft, Apple, Dell และ Oracle และนอกจากสินค้าด้าน IT แล้วนะคะ บังคาลอร์ยังมีรายได้ในส่วนของการเป็นศูนย์บริการลูกค้าให้กับบริษัทข้ามชาติ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น Back Office of the World

นอกจากบังคาลอร์แล้วยังมีอีกเมืองหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นั่นคือ มุมไบ หรือชื่อเดิมที่เรียกกันว่า บอมเบย์ และได้รับการเรียกขานว่าเป็นประตูสู่อินเดียมาหลายยุคหลายสมัย อันเนื่องมาจากเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปกับทะเลอาหรับ สินค้านำเข้ากว่าครึ่งหนึ่งของอินเดียถูกขนส่งผ่านท่าเรือที่มุมไบ นอกจากนี้มุมไบยังเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเงิน การธนาคาร และตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมถึงยังเป็นแหล่งผลิตภาพยนตร์ฮินดีที่ใหญ่ที่สุด จนได้รับการขนานนามว่าที่นี่คือ Bollywood โดยในแต่ละปีนั้นมุมไบผลิตภาพยนตร์ฮินดีนับพันเรื่องเลยทีเดียว

นอกเหนือจากนิวเดลี โกลกาตา และมุมไบแล้ว เมืองที่มีความสำคัญและน่าสนใจมากอีกเมืองหนึ่ง เป็นเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจในภาคใต้ของอินเดีย นั่นคือ เจนไน (Chennai) หรือชื่อเดิมว่า มัดราส (Madras) เมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) ตั้งอยู่ริมฝั่งอ่าวเบงกอลทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย นับเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ของประเทศอินเดีย นอกจากนี้เจนไนยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT อันดับที่ 3 ของประเทศ รองมาจากบังคาลอร์และไฮเดอราบาดอีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่นที่เจนไน คือด้านที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม โดยในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานฤดูกาลดนตรีมัดราส หรือ Madras Music Season ซึ่งรวมเอาศิลปินนับร้อยคนมารวมกัน และที่เจนไนยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของนาฏศิลป์ชั้นสูงประเภทหนึ่งของอินเดีย นั่นคือ ภารตนาฏยัม ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดของนาฏศิลป์ในแถบสุวรรณภูมิ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

หนึ่งในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและน่าสนใจอีกเมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย คือ เมืองไฮเดอราบาด (Hyderabad) เมืองหลวงของรัฐอานธรประเทศ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งการค้ามุกและเครื่องประดับมุกที่สำคัญ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “City of Pearls” หรือเมืองแห่งไข่มุก แต่ในทุกวันนี้ไฮเดอราบาดเริ่มมีชื่อเสียงรู้จักกันมากขึ้นจากการเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมทางอากาศ และยังเป็นเมืองอันดับ 2 รองจากบังคาลอร์ ในการเป็นผู้ส่งออกซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT

ทุกๆ เมืองของประเทศอินเดียในวันนี้ มองไปทางไหนก็ล้วนแล้วแต่มีความเจริญด้านต่างๆ เกิดขึ้น และแต่ละเมืองก็มีจุดเด่นของตนเอง นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงผู้ประกอบการจากนานาประเทศจะพากันจับตามองประเทศอินเดีย

ความเปลี่ยนแปลงของประเทศอินเดีย และความน่าประทับใจ รวมถึงวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ยังคงอยู่ในดินแดนแห่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลกจะเป็นอย่างไร ติดตามชมหลากหลายเรื่องราวได้ทางรายการโลก 360 องศา วันเสาร์ 21.3022.00 น. ทาง ททบ.5

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน