
นิตยสารไรเตอร์ คืนชีพ ! (ฉบับไฉไลเป็นบ้า)
ตั้งหน้าตั้งตาคอยมานาน 13 ปี
ตั้งหน้าตั้งตาคอยมานาน 13 ปี
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ตั้งหน้าตั้งตาคอยมานาน 13 ปี
ในที่สุดบรรดาหนอนนักอ่านก็สมหวังลั้ลลากันถ้วนหน้า เมื่อนิตยสารวรรณกรรมในตำนานที่เคยหลับใหลอย่างไรเตอร์ (Writer) พลันฟื้นตื่นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายใต้การปลุกปั้นของสามนักเขียนหนุ่มแห่งยุค บินหลา สันกาลาคีรี วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และ นราพรชัย วิริยะประภานนท์
ย้อนไปปัดฝุ่นความทรงจำเมื่อครั้งกระโน้น นิตยสารไรเตอร์ ก่อตั้งโดย ขจรฤทธิ์ รักษา วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์เมื่อเดือน ต.ค. 2535 แม้ต่อมาจะปิดตัวลงด้วยเหตุผลบางประการ แต่โชคดีที่ยังได้นักเขียนหนุ่ม กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เข้ารับช่วงต่ออีก 18 ฉบับ ก่อนท้ายที่สุดจะหายหน้าไปจากแผงหนังสืออย่างถาวร เมื่อเดือน ก.ค. 2541
วันนี้ไรเตอร์ต้องกลับมาอีกครั้ง ทำไมและอย่างไร จำเป็นต้องไหว้วานหนึ่งในคณะผู้ก่อการมาช่วยตอบ
“คงเหมือนคนที่จากบ้าน...การกลับบ้านเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์ ในแง่ถ้ามีคนรอคอยเรา การกลับบ้านครั้งนี้ก็เป็นความปีติของคนรอคอย และถ้าเราเชื่อว่าเราดีพอที่จะยืนอยู่ในสังคม ผมว่าการกลับมาจะต้องมีความหมาย”
“ไรเตอร์เป็นสื่อที่มีความหมายต่อวงการนักเขียนในปี 2535-2540 ความที่ไรเตอร์หายไป เราเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงหายไป แต่เรายอมรับไม่ได้ที่สังคมไม่มีหนังสือเล่มนี้ หลายปีที่ผมตระเวนบอกกับผู้คนว่าผมอยากเห็นหนังสือเล่มนี้กลับมา ทำยังไงดี ทุกคนก็บอกว่าไรเตอร์ต้องกลับมา แต่ว่าไม่มีใครพร้อมที่จะทำ จนผมรู้สึกว่ารอต่อไปไม่ไหว ลงมือทำด้วยตัวเองเลยดีกว่า” บินหลา เล่าให้ฟังด้วยอารมณ์ครึกครื้น
นิตยสารไรเตอร์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 เดือน ก.ค. 2554 หรือไรเตอร์ยุคที่สามนี้ กลับมาภายใต้สโลแกนอบอุ่น “โลกนักอ่าน บ้านนักเขียน ห้องเรียนนักฝัน” เป็นพ็อกเกตบุ๊กความหนา 150 หน้า ราคา 100 บาท คับคั่งด้วยคอลัมนิสต์ ช่างภาพ และนักเขียนชื่อดังระดับแถวหน้า
ตั้งแต่ ชาติ กอบจิตติ ประภาส ชลศรานนท์ แดนอรัญ แสงทอง ศุ บุญเลี้ยง อุรุดา โควินท์ ปราบดา หยุ่น อุกฤษณ์ ทองระอา นิ้วกลม ตะวัน วัตุยา ศุภชัย เกศการุณกุล ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ บัวไร โตมร ศุขปรีชา อุทิศ เหมะมูล และดาวดวงใหม่ มาลีวง
ฉบับปฐมฤกษ์พบกับเรื่องเด่นประจำเล่ม The Writer’s Secret - สัมภาษณ์ใหญ่นักเขียนแห่งกระท่อมผู้ชนะ แดนอรัญ แสงทอง ถึงมุมมอง ความคิด ทั้งต่อชีวิตและวรรณกรรม ต่อด้วย “ชาติพม่า บันทึกการท่องเที่ยวแบบรักชาติ และขายชาติ” โดย อิสรีอิน สารคดีท่องเที่ยวพม่าแบบครบรสทั้งสาระและรื่นรมย์ มี ชาติ กอบจิตติ และ เล็ก ฮิป แห่ง “พันธุ์หมาบ้า” ร่วมคณะเดินทาง ฯลฯ พร้อมด้วยความเรียง บทกวี และบทวิเคราะห์วรรณกรรมรอบโลกอย่างครบรส เข้มข้น จุใจ
“โลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไรเตอร์ก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หนังสือทุกเล่มมีความสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ในตัวเอง การกลับมาคราวนี้ เราทำเพื่อให้มันอยู่ต่อไป ไม่ได้ทำเพื่อเอามัน ตั้งใจไว้อย่างน้อยที่สุดคือ 2 ปี”
“ปัญหาของไรเตอร์ไม่ได้อยู่ที่ว่าอยู่นานแค่ไหนเท่านั้น แต่ต้องอยู่อย่างมีความหมาย หนังสือสร้างความทรงจำไว้ในตัวผู้คน สร้างตัวตนของคนทำงาน ซึ่งผมว่าตรงนั้นคือความหมายของหนังสือ”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ได้ยินเช่นนี้แฟนๆ คงเบาใจ
แม้โลกเปลี่ยนไป คนอ่านหนังสือน้อยลง อ่านวรรณกรรมน้อยลง แต่มันก็ยังมีพื้นที่ของมันอยู่ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องอ่าน เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนเราเรียนรู้ชีวิตได้จากการอ่านวรรณกรรม
โปรดฟังอีกครั้ง นิตยสารไรเตอร์ คืนชีพแล้ว







