Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กร

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 06:55 น.
Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กร
การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียว

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหาภาวะผู้นำในปัจจุบันคืออะไร

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เคยหยุดนิ่ง ซับซ้อน คลุมเครือ เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดด สังคมทุกระดับเกิดการสั่นคลอน ระบบเก่าถูกทำลายไม่อาจอยู่ในสภาวะเดิมได้ การบริหารงานจึงมีความเสี่ยง มีทิศทางสู่วิกฤติ และที่ท้าทายยิ่งกว่าคือ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น บทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดอย่างมั่นคงยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

ความท้าทายของผู้นำองค์กร

เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายของผู้นำองค์กรมักมีประเด็นต่อไปนี้

  1. ไม่สามารถโน้มน้าวให้ทีมงานเปลี่ยนกรอบความคิดด้วยตนเอง จึงขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงขับเคลื่อนภายใน ไม่สามารถสร้างศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ ทีมงานจึงไม่สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น ไม่สามารถสร้างการนำตนเองให้เล่นเชิงรุกได้
  2. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานพัฒนามุมมองเชิงระบบ ขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงขาดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ขาดองค์ความรู้ แก้ปัญหาไม่ตก ขาดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ จึงไม่อาจสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้
  3. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานเห็นคุณค่าตนเอง บุคลากรขาดความเชื่อมั่นขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดภูมิต้านทาน ภายในเปราะบาง หวั่นไหวแม้มีอะไรเล็กน้อยเข้ามากระทบ จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานให้ออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่
  4. ไม่สามารถสร้างบรรยากาศให้เห็นคุณค่าในความแตกต่างทีมงาน จึงขาดศรัทธากัน ไม่เข้าใจกัน ขาดความไว้วางใจกัน การทำงานจึงแยกส่วน ขาดการมีส่วนร่วม เล่นไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว
  5. ไม่สามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานสร้างภาพเป้าหมายร่วม จึงไม่สามารถนำองค์กรให้ไปในแนวเดียวกันได้ ขาดเอกภาพ องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย
  6. การบริหารงานขาดความสมดุล เน้นแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการ แต่ละเลยและมองข้ามทักษะชีวิต

ทั้งหมดนี้จึงไม่สามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างยั่งยืน

 

ภาวะผู้นำคืออะไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำเราได้ยินและใช้คำๆ นี้จนเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่เราไม่ค่อยได้ถามว่าภาวะผู้นำมีธรรมชาติเป็นอย่างไร เราจะพัฒนาภาวะผู้นำขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ มันเป็นการแสดงออกของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะนี้คืออะไร ในการทำความเข้าใจถึงธรรมชาติดังกล่าว ประการแรก เราต้องเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิตที่ดำเนินไปในรูปของความรู้สึกนึกคิด ในขณะที่บุคคลมีความรู้สึกนึกคิดนั้น ความเป็นตัวตนของเขาก็เกิดขึ้นทันที ตัวตนนั้นสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ มันคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย

ประการที่สอง ภาวะผู้นำเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องเป็นการที่ฝ่ายหนึ่งให้การยอมรับอีกฝ่ายหนึ่ง การยอมรับที่ว่านี้ต้องผ่านการฟังการฟังจึงเป็นเครื่องมือที่สะท้อนว่าเราให้ความสำคัญแก่อีกฝ่ายหนึ่ง การฟังที่ถูกต้องเราต้องเปิดใจโดยเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่เราเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลางนั้น นั่นคือเราต้องฟังอย่างเข้าอกเข้าใจด้วยการใส่ใจ การใส่ใจจะแสดงออกมาโดยให้ความสำคัญในเรื่องและเนื้อหาที่เขาพูด เข้าใจความหมายในเนื้อหาที่เขาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด นั่นคือเราให้ความสำคัญแก่ผู้พูด

ในขณะนั้นเองผู้พูดจะรู้สึกได้ว่าเขาได้รับการยอมรับ เมื่อเขาได้รับการยอมรับเขาจะรู้สึกถึงความมีคุณค่าและความหมายในชีวิต เมื่อเขาได้รับการเห็นคุณค่า เขาจึงให้การยอมรับตอบ “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” การยอมรับนี้เองคือการยอมรับในความเป็นตัวตนที่สะท้อนถึงภาวะผู้นำ และเมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เขาจึงมีทั้งตำแหน่งผู้นำ และภาวะผู้นำที่สอดคล้องกัน เมื่อเขาแนะนำให้ทำอะไรเราจึงทำตาม เกิดการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีเอกภาพ

ความเป็นหนึ่งเดียวคืออะไร สำคัญอย่างไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้น หากเราต้องการให้ใครเห็นคุณค่าเรา เราก็ต้องให้คุณค่าเขาก่อน เพราะเราฟังเขา ให้เกียรติเขา ให้ความสำคัญแก่เขา มอบอำนาจให้เขาตัดสินใจ โดยให้เขาเป็นศูนย์กลาง เขาจะรู้สึกดี เขาจะรู้สึกว่าเขามีค่า เมื่อเขารู้สึกว่ามีค่าเขา ก็จะให้คุณค่าตอบ เมื่อภาวะนี้เกิดขึ้นทั้งสองทาง นั่นย่อมหมายความว่าต่างก็ให้คุณค่าระหว่างกัน เมื่อต่างฝ่ายเห็นคุณค่ากันทั้งสองจึงเกิดความเข้าใจกัน ไว้วางใจกัน เกิดเป็นศรัทธาระหว่างกัน เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทั้งสองจึงหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเป็นเนื้อเดียวกันทีมงานจึงมีความเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีพลังร่วม

การจะรักษาภาวะนี้ได้ต้องมีผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในการสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถสร้างทีมงานที่มีความเชื่อมั่น ศรัทธา มีเป้าหมายร่วม เพื่อยกระดับคุณค่าองค์กร และนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร

ผมมั่นใจว่าหัวข้อที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงจะเป็นประโยชน์นะครับ

บทความแนะนำ