นั่งท่าเดิมนานกว่า 90 นาที เสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

  • วันที่ 15 ส.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

นั่งท่าเดิมนานกว่า 90 นาที เสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ไลฟ์สไตล์มนุษย์ออฟฟิศกับความเสี่ยงตายรายบุคคล เมื่อ "8 ชั่วโมงของการทำงาน" เป็นเวลากำหนดชะตากรรมของทั้งชีวิตที่เหลือ เราจะเลือกปฏิบัติตัวอย่างไรให้ห่างไกลโรค

ในขณะที่คนทำงานออฟฟิศอย่างเราใช้ชีวิตที่เคยชินไปกับกิจวัตรประจำวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นสาย รีบเร่งเคร่งเครียดกลัวรถติดจนไม่ทันกินอาหารเช้า จบที่การหิ้วกาแฟเติมน้ำตาลติดมือไปจิบที่ออฟฟิศ เติมพลังด้วยชาไข่มุกอีกแก้วในช่วงบ่าย และอดไม่ได้กับบรรดาขนมนมเนยที่เรียงรายคล้ายกวักมือเรียก ซึ่งสวนทางกับพฤติกรรมขาออก ที่แทบจะไม่ได้ลุกจากเก้าอี้ด้วยปริมาณงานที่รัดตัว พฤติกรรมเหล่านี้นำมาซึ่งโรคภัยที่ทำให้เราต้องแอดมิดใกล้ชิดหมอแบบไม่รู้ตัว

จากผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า จากการติดตามสุขภาพของอาสาสมัครชาวอเมริกันอายุ 45 ปีขึ้นไป จำนวน 8,000 คน ต่อเนื่องนานกว่า 4 ปี พบว่า คนที่นั่งท่าเดิมต่อเนื่องกันนานกว่า 90 นาที มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่าผู้ที่เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ

เพราะเมื่อไม่ขยับตัว อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็ต่ำ ทำให้ไขมันจากอาหารที่กินเข้าไปเกาะหลอดเลือดหัวใจ เมื่อสะสมนานวันเข้าก็เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน และเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

กรณีของการกินจุบจิบระหว่างวัน รวมถึงใครที่ติดการดื่มกาแฟแบบใส่นม เติมครีมเทียมเยอะๆ ให้หวานๆ มันๆ หรือห้ามใจไม่ได้กับเครื่องดื่มหวานๆ เย็นๆ เน้นเติมน้ำตาลในเลือด ระวังโรคอ้วนถามหา ตามมาด้วยเบาหวาน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ฟังแล้วไม่อยากเป็น แต่จากตัวเลขสถิติระบุ ร้อยละ 32 ของคนไทยวัยผู้ใหญ่เป็นผู้ที่มีภาวะอ้วน และประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีประชากรอ้วนสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียอาคเนย์อีกด้วย

ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ เมื่อเป็นโรคอ้วนแล้ว ก็มักจะตามมาด้วยโรคอื่นๆ เป็นแพ็คเกจ ทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ยังไม่รวมสาเหตุอันเกิดจากความเครียด การสูบบุหรี่ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงของคนวัยทำงานที่ส่งผลให้เส้นเลือดแตกจนถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย พิการ หรือหัวใจวาย

ดังนั้น ใครที่ไม่อยากเจ็บป่วยจากพฤติกรรมเดิมๆ ก็ต้องลุกมาปฏิวัติตัวเอง ด้วยการลดปริมาณการกินอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด ให้น้อยลง ดื่มน้ำให้มากขึ้น หมั่นลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันจนเป็นนิสัย และออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพียงเท่านี้โรคภัยก็ห่างไกลจากตัวคุณไปอีกหลายสเต็ปแล้ว

 

 

ภาพ freepik

ข่าวอื่นๆ