How to เที่ยวเกาหลียังไงให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

How to เที่ยวเกาหลียังไงให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย

รวมเคล็ด (ไม่) ลับ 5 วิธีไปเที่ยวเกาหลียังไง ให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย

 

เกาหลี เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวที่น่าสนใจสุด ๆ ในช่วงหน้าหนาวตอนปลายปี  ไปเที่ยวเกาหลีฉลองเทศกาลปีใหม่  รับหิมะและลมหนาวแรกของปีน่าจะฟินดีไม่น้อย ถึงแม้ว่าข่าวคราวความโหดของการตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี  (โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่เหมือนจะเข้มงวดมากเป็นพิเศษ)  ดูเหมือนจะซา ๆ ไปบ้างแล้ว  แต่เอาเข้าจริง ๆ พอใกล้ถึงวันเดินทาง  ก็คงมีหลายคนที่ยังหวั่น ๆ กลัวจะเสียเงิน  เสียเวลา  ไม่ได้เที่ยว  แล้วยังโดนกักตัวไว้และส่งกลับบ้านอีกต่างหาก  ว่าแล้วเพื่อความมั่นใจก่อนการเดินทางไปเที่ยวเกาหลี  เราต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเอาไว้เป็นอย่างดีก่อน  ว่าแต่จะต้องทำยังไงบ้างนะหรอ  มาส่องทางนี้เลยเพราะ  ทัวร์ครับ (Tourkrub) เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ต่างประเทศที่ดีที่สุดไว้มากมาย เขาลิสต์มาให้แล้ว “5 วิธี ไปเที่ยวเกาหลี ให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย”

 1.เตรียมเอกสารให้ครบก็จบหมดคำถาม

ก่อนอื่นเลยก็ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนการเดินทาง  อย่างเรื่องเอกสารต่าง ๆ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเดินทางเท่านั้น  จะไปเตรียมทีหลังออกเดินทางไปแล้วก็คงจะไม่ได้  แถมยังต้องใช้เวลาในการเตรียมเอกสารต่าง ๆ อีกด้วย  ยิ่งถ้าข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้องยิ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขอีก  ดั้งนั้นควรเตรียมการซะตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งดี

 

โดยเริ่มจากการเตรียมเอกสารสำคัญทั้งที่จำเป็นที่ต้องใช้แน่ ๆ และต้องเตรียมเผื่อไปถึงเอกสารที่ไม่จำเป็น  แต่อาจจะต้องใช้กรณีฉุกเฉินเอาไว้ไปด้วยเลย  ถ้าเจ้าหน้าที่สงสัยไม่มั่นใจอะไร  เอาก็สามารถเอาเอกสารที่เตรียมมาเป็นหลักฐานประกอบซะเลย

 

สำหรับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้แน่ ๆ ได้แก่

 

พาสปอร์ต

 

พาสปอร์ตเป็นบัตรประจำตัวและบัตรผ่านทางใบแรกที่สำคัญมากสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ว่าจะประเทศไหน  ที่สำคัญคืออย่าลืมว่าพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง  และรูปในพาสปอร์ตควรจะต้องเหมือนกันหรือใกล้เคียงกับตัวจริงด้วย  แต่ที่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนเดินทาง  ก็คือ  ต้องเช็คว่าชื่อและนามสกุลในพาสปอร์ตของเรานั้น  จะต้องถูกต้องตรงกันกับที่กรอกไว้ในใบ ต.ม.  กับข้อมูลของสายการบินในตั๋วเครื่องบิน  และข้อมูลการจองที่พัก  เพราะถ้าชื่อและนามสกุลในเอกสารไม่ตรงกัน  ก็อาจทำให้มีโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าประเทศได้  สำหรับผู้ที่ประวัติเคยมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล  ก็จะต้องเตรียมเอกสารการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุลเอาไว้มายืนยันด้วย  ในกรณีที่เพิ่งทำพาสปอร์ตเล่มใหม่เอี่ยมกริ๊บมาเลยนั้น  ขอแนะนำว่าให้พกสปอร์ตเล่มเก่าติดเอาไปด้วย  เผื่อถ้าเจ้าหน้าที่เค้าสงสัยว่าเราเพิ่งเคยเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกเลยรึเปล่า?  เราจะได้เอาพาสปอร์ตเล่มเก่าให้ดูเป็นหลักฐานประกอบด้วยเลย  และอีกหนึ่งทริคแนะนำเลย  คือ  ถ้าใครเคยมีตราประทับการผ่านเข้า – ออกเกาหลีมาก่อนแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ตเล่มเก่าหรือเล่มใหม่  ให้เตรียมเปิดพาสปอร์ตหน้านั้นยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย  แต่ถ้ายังไม่เคยไปเกาหลีเลย  ก็สามารถเลือกเปิดหน้าที่มีตราประทับการเดินทางไปประเทศอื่น ๆ มาแล้วให้เจ้าหน้าที่ดูแต่แรกเลยก็ได้  จะได้รู้ว่าเราเป็นสายเที่ยวขาประจำ  มาเพื่อการท่องเที่ยวจริง ๆ เชื่อถือได้นะ

 

บัตรเข้า - ออกเมือง  หรือใบ ต.ม.

 

ควรกรอกข้อมูลให้ละเอียดครบถ้วน  และอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่กรอกด้วยว่าตรงกันกับข้อมูลในเอกสานอื่น ๆ เช่น  ชื่อและที่อยู่ของที่พักระหว่างที่พำนักอยู่ในเกาหลี  ก็ควรจะต้องตรงกันกับที่อยู่ของโรงแรมที่พักที่ระบุไว้ในเอกสารการจองที่พัก  อย่ากรอกข้อมูลแบบผ่าน ๆ ไม่ควรเว้นช่องว่างเอาไว้เลย  เพราะข้อมูลในบัตรเข้า – ออกนี้จะได้เป็นหลักฐานเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการท่องเที่ยวของเราได้  จะให้ดีคือเตรียมตัวกรอกเอกสารมาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินเลยก็ได้  จะได้มีเวลาตรวจทานข้อมูล  เช็ครายละเอียด  หรือถ้ากรอกข้อมูลบนเครื่องบินไม่ทัน  ก็สามารถลงมากรอกข้อมูลเพิ่มเติมต่อที่สนามบินได้  เอาแบบที่ชัวร์ ๆ ชิลล์ ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะ  เอาที่พร้อมและมั่นใจจะดีกว่า

 

ตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ

 

ตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ  เป็นหลักฐานยืนยันช่วงเวลาที่เรามาเที่ยวในประเทศเกาหลี  โดยเฉพาะตั๋วเครื่องบินขากลับนี่แหละ  เป็นการรับรองว่าเราแค่มาเที่ยว  แล้วก็เดินทางกลับแน่ ๆ ตามวันที่ ๆ ระบุเอาไว้ในตั๋วเดินทางกลับนั่นแหละ  ไม่ได้แอบหนีมาอยู่เกาหลียาว ๆ แน่ ๆ ไม่งั้นไม่เสียตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินกขากลับเอาไว้หรอกนะเห็นมั้ย

 

หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก  พร้อมหลักฐานการชำระเงินค่าที่พัก

 

เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ  สำหรับยืนยันที่พำนักของเราระหว่างท่องเที่ยวในเกาหลี  ว่าเรามาเพื่อการท่องเที่ยวจริง ๆ จองที่พักเอาไว้เรียบร้อยล่วงหน้าว่าจะพักที่ไหน  มีหลักฐานการชำระเงินค่าที่พักเอามาให้ดูด้วย  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้มั่นใจว่าเรามาเที่ยว  มีที่พักที่แน่นอน  หากไม่มั่นใจเจ้าหน้าที่ก็สามารถโทรสอบถามข้อมูลการจองห้องพักของเรากับทางโรงแรม  ให้โรงแรมช่วยการันตีได้อีกทางด้วย  จะได้ชัวร์ว่าไม่ได้เข้าประเทศมาเพื่อแอบหลบไปอยู่ในสถานที่ผิดกฎหมายแน่ ๆ

 

เตรียมแลกเงินวอนเอาไว้ก่อนเดินทางพอประมาณ

 

อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนมองข้าม  หรืออาจจะคุ้นชินกับการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดจนมองผ่านเรื่องเล็ก ๆ อย่างการแลกเงินก่อนเดินทางเอาไว้  แต่เจ้าหน้าที่เค้ามองว่าในการท่องเที่ยวยังไงก็ต้องมีการใช้เงินสดบ้างไม่มากก็น้อย  ดังนั้นเราจึงควรทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวมืออาชีพที่ดี  เตรียมการแลกเงินวอนของเกาหลีไปประมาณหนึ่งที่มีจำนวนพอดีกับระยะเวลาการท่องเที่ยวของเราเอาไว้เลย  ส่วนแลกเอาไว้เท่าไหร่ดี  ก็ต้องขึ้นกับสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคน  และระยะเวลาที่ท่องเที่ยวอยู่ในเกาหลี  แต่ขอแนะนำว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีเงินวอนติดตัวไว้สักประมาณ 350,000 วอนเป็นอย่างต่ำ  เป็นเงินไทยก็ประมาณ 9,000 บาท (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้น ๆ )

 

แผนการท่องเที่ยวแบบละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ

 

อีกหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนมักจะพลาด  หรือไม่เห็นความสำคัญ  แต่เจ้าแผนการท่องเที่ยวที่เราทำไว้นี่แหละ  จริง ๆ แล้วเป็นตัวช่วยอย่างดีที่สุด  โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง  เพราะนี่แหละคือคำตอบของคำถามของเจ้าหน้าที่ว่า  มาทำอะไร  ที่ไหน  ยังไง  แต่ต้องขอเน้นนะว่าต้องเป็นแพลนการเที่ยวที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ  เพราะถ้ามีแต่ภาษาไทยก็คงไม่ช่วยอะไร  ก็เจ้าหน้าที่ชาวเกาหลีเค้าไม่เข้าใจภาษาไทยอยู่ดี  ส่วนใครที่เที่ยวเองแบบเดินทางเป็นกลุ่ม  ไปกันหลาย ๆ คนขอแนะนำให้พิมพ์แผนการท่องเที่ยวภาษาอังกฤษมาพกติดตัวกันไว้คนละ 1 ฉบับเลย

ครบแล้วสำหรับเอกสารจำเป็นสำคัญ ๆ ที่ต้องมีห้ามขาดโดยเด็ดขาดเลย  ว่าแล้วก็มาต่อกันเลยกับเอกสารที่ควรเตรียมไปด้วยเผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน  เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยอะไรจะได้เอาหลักฐานออกมาแสดงให้ดูได้เลย 

 

สำหรับเอกสารที่ควรเตรียมติดตัวไปด้วยเผื่อจำเป็น  ซึ่งได้แก่

 

- เอกสารรับรองการทำงาน หรือเอกสารรับรองการศึกษา  (ภาษาอังกฤษ)

 

ควรมีเอาไว้กันเหนียว  เพื่อบอกให้ทราบแน่ว่า  เรามีภารกิจ  มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องกลับมายังเมืองไทยจริง ๆ และยิ่งถ้าในหนังสือรับรองการทำงานระบุเอาไว้ด้วยว่า  ทางบริษัททราบเรื่องการขอลาหยุดเพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีเป็นจำนวนกี่วัน  ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่  ถึงวันที่เท่าไหร่ด้วยยิ่งดี  จะได้แทบไม่ต้องตอบคำถามใด ๆ ยื่นเอกสารให้ดูแค่นั้นพอเลย

 

- สำเนาบัญชีออมทรัพย์  หรือรายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)

 

อาจจะดูเหมือนเป็นหลักฐานชิ้นเว่อร์วังอลังการไปซะหน่อย  ราวกับไปขออนุมัติวงเงินกู้  ขอสินเชื่อ  หรือขอวีซ่าทำงานระยะยาว  แต่เชื่อเถอะว่า  รายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)  หรือสำเนาบัญชีออมทรัพย์ที่แสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชี  เป็นอีกหนึ่งเอกสารที่ควรพกไว้  เพื่อบอกว่าเรามียอดเงินพอสำหรับการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว  ไม่ได้มาเพื่อหารายได้หรือทำงานอย่างผิดกฎหมาย

 

- เอกสารประจำตัวอื่น ๆ

 

เอกสารประจำตัวอื่น ๆ ที่ควรต้องพกไปด้วยเพื่อยืนยันตัวตน  หรือหน้าที่การงาน  อาทิเช่น  บัตรประจำตัวประชาชน  ใบขับขี่  สำเนาทะเบียนสมรส  บัตรนักเรียน – นักศึกษา  หรือแม้แต่บัตรประจำตัวพนักงาน  และนามบัตร  เผื่อเอาไว้ในกรณี  เช่น  เจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจว่ารูปในพาสปอร์ตเหมือนตัวจริง  เราก็สามารถเอารูปจากบัตรอื่น ๆ ที่เจ้าหน้าที่ราชการของไทยออกให้มาเทียบให้ดูได้  หรือถ้าไม่มั่นใจว่าเรามาแค่ท่องเที่ยวแล้วกลับ  ก็สามารถเอาบัตรพนักงานไม่ว่าจะสำเนา  หรือตัวจริง  อออกมาโชว์ให้ดูเทียบกับเอกสารรับรองการทำงานเลย  ว่าเรามีงานการทำเป็นหลักแหล่ง  ขอลางานมาเที่ยวแค่ไม่กี่วันแล้วก็ต้องกลับไปทำงานจริง ๆ นะ

 

ถ้าเอกสารครบแบบมีทั้งที่สำคัญ  ไม่สำคัญเผื่อไว้ครบทุกกระบวนท่าแบบแทบยกทั้งตู้เอกสารมาโชว์แบบนี้  รับรองได้ว่าไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีคนไหน  จะตรวจเข้มงวดโหดเบอร์ไหน  หรือมีคำถามอะไร  เอกสารต่าง ๆ ก็เอาอยู่  สามารถช่วยยืนยันและเคลียร์ให้ได้จบหมดทุกข้อสงสัยแน่นอน

2.ทำความเข้าใจขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า  และเก็งคำถามพร้อมเตรียมคำตอบเอาไว้ก่อนด้วย 

ไม่ว่าเอกสารที่เตรียมไว้จะพร้อมสรรพครบครันขนาดไหน  ถึงยังไงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็อาจจะต้องมีคำถาม  ถามเราสักหน่อยให้พอเป็นพิธี  ถ้าเตรียมเอกสารมาอย่างดี  แต่ดันตกม้าตายเพราะคำถามนิด ๆ หน่อย ๆ ก็คงจะเสียใจแย่  ดั้งนั้นเราควรต้องเตรียมตัวสำหรับคำถามทั่ว ๆ ไปเกี่ยวการการเที่ยวเกาหลีที่เจ้าหน้าที่น่าจะสอบถาม  หรือซักถามอีกครั้งเพื่อเป็นการย้ำว่าข้อมูลตรงกันกับในเอกสาร   โดยทั่วไปแล้วคำถามที่เจ้าหน้าที่จะถามนั้นก็ไม่ใช่คำถามยาก ๆ สิ่งที่เจ้าหน้าที่น่าจะสอบถาม  อาทิเช่น

 

  •  คุณทำอาชีพอะไร
  • คุณมากันกี่คน  มากับใคร
  • คูณมาทำอะไรที่เกาหลี
  • คุณพักที่ไหน  โรงแรมชื่ออะไร
  • คุณจะอยู่ที่เกาหลีนานแค่ไหน
  • คุณเคยมาเกาหลีมาก่อนมั้ย
  • คุณมีแผนการท่องเที่ยวอย่างไร จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
  • คุณแลกเงินมาเท่าไหร่

 

โดยเฉพาะเรื่องแผนการการท่องเที่ยวที่หลาย ๆ คนละเลย  ยิ่งสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยวกับทัวร์ด้วยแล้ว  อาจจะปล่อยผ่านไม่สนใจรายละเอียดการเดินทาง  ดั้งนั้นเอา Save Save ก็ควรต้องดูเอาไว้สักหน่อย  ส่วนคนที่เดินทางเที่ยวเอง  ยิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียดการเที่ยวให้ดี  สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มก็ควรเตรียมตัว  เตรียมข้อมูล  และคำตอบเอาไว้ให้เหมือน ๆ ไม่ใช่ว่าเดินทางพร้อมกัน  เที่ยวด้วยกัน  กรุ๊ปเดียวกัน  แต่พอสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว  กลับตอบไม่เหมือนกัน  อันนี้ก็อาจจะงานเข้าเอาได้นะ

3.เตรียมสัมภาระและกระเป๋าเดินทางเที่ยวเกาหลี ให้พอดีกับจำนวนวันที่ท่องเที่ยว 

ขนาดสัมภาระก็เป็นอีกหนึ่งเกร็ดเล็ก ๆ ที่พลาดกันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะนักเที่ยวสายถ่ายรูปที่นิยมพกพร็อพ  เตรียมเสื้อผ้าหน้าผม  และอุปกรณ์แบบจัดเต็มไปเที่ยวด้วย  ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีเข้าใจผิดเอาได้  ว่ามาเที่ยวแค่ 3 -7 วันแต่กระเป๋าสัมภาระหอบหิ้วเหมือนเตรียมมาอยู่กันหลายเดือน  ยิ่งไม่น่าเชื่อถือไปใหย๋ว่านี่สรุปมาเพื่อท่องเที่ยว  หรือตั้งใจจะมาแอบหลบทำงานในเกาหลีกันแน่  เพราะฉะนั้นขอแนะนำว่ากระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว  น่าจะเป็นไซส์ที่กำลังพอดีกับการท่องเที่ยว

4.ควรแต่งตัวให้ภูมิฐาน  สมฐานะ  กาลเทศะ  และเหมาะกับสภาพอากาศ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาสักหน่อยสำหรับสายชิลล์  ที่ชอบแต่งตัวสบาย ๆ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า  ด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ราชการ  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเองก็เป็นข้าราชการเช่นกัน  ดังนั้นจึงควรแต่งตัวให้เกียรติสถานที่  และกาลเทศะด้วย  อย่าให้ถึงขั้นใส่กางเกงอยู่บ้านขาสั้นลากแตะเดินทาง  เพราะเจ้าหน้าที่  ต.ม.  คงจะไม่เข้าใจและเพ็งเล็งเอาแน่ ๆ หรือไปเที่ยวเกาหลีหน้าหนาว  หิมะตก  แต่ใส่เสื้อกล้ามขาสั้น  ก็น่าจะถูกหมายหัวเอาได้  ว่าน่าจะมุ่งหวังมาหารายได้ที่เกาหลีแล้วค่อยไปซื้อเสื้อผ้าเอาก็ได้   เป็นว่าแต่งตัวพอดี ๆ ให้ดูภูมิฐานเท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว

5.ควรตอบคำถามเที่ยวเกาหลี อย่างชัดเจน  มีสติ  ไม่ตื่นเต้น

และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีเลยเมื่อไปเที่ยวเกาหลี  คือ  สติ  ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ซักถามข้อมูลต้องมีความมั่นใจ  ตอบคำถามอย่างชัดเจน  ฉะฉาน  ด้วยใบหน้าสดใสยิ้มแย้ม  ไม่วอกแวก  ตื่นกลัว  และควรต้องสบสายตาเจ้าหน้าที่  เพื่อแสดงความมั่นใจและจริงใจในการตอบคำถามด้วย  ส่วนใครที่ภาษาอังกฤษไม่คล่องแคล่วสักเท่าไหร่  ก็ควรฝึกฝนคำง่าย ๆ ทั่วไปที่ต้องใช้เอาไว้เพิ่มเติมสักหน่อย  เพื่อให้พอสามารถสื่อสารได้  ถ้าเดินทางกันเป็นครอบครัว  แนะนำว่าให้ยื่นพาสปอร์ตพร้อมกันไปเลย  จะได้ให้คนที่ภาษาแข็งแรงเป็นคนตอบคำถาม  หรือเดินทางเป็นกลุ่มพร้อมกันหลายคน  ให้คนที่เก่งภาษาที่สุดยื่นพาสปอร์ตก่อนในแถวเดียวกัน  แล้วบอกเจ้าหน้าที่ไปก่อนเลยว่ามากันกี่คน  กับใครบ้างที่ต่อคิวอยู่ด้านหลัง  จะได้ถือเป็นการตอบคำถามแทนเพื่อน ๆ ข้างหลังที่ภาษาไม่แข็งแรงด้วยเลย

 

ครบกันแล้วกับยุทธวิถีการเตรียมตัวเที่ยวเกาหลี ให้ผ่านต.ม.  แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด  อย่าลืมว่าต้องพกเอาความมั่นใจไปด้วยนะ  เพียงเท่านี้รับรองว่าทริปเกาหลีคราวนี้ไม่มีพลาด  ไม่ว่าจะเดินทางเอง  เดินทางกับแก็งเพื่อน  หรือเดินทางกับทัวร์  ก็มั่นใจได้แล้วว่าได้ออกไปลุยหิมะ  เล่นสกี  ตระเวนชอปปิ้งท้าลมหนาว  ให้ฟินสุด ๆ แน่นอนเลย

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ