แนวทางวางแผน เป้าหมายการเกษียณ
กำหนดเป้าหมายในการลงทุนเพื่อการเกษียณ
เรื่อง กั๊ตจัง ภาพ pixabay
ในโลกของการทำงาน เราทุกคนมีเป้าหมายในแต่ละปีให้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ หากเป็นไปตามแผนก็จะทำให้การทำงานในปีต่อไปง่ายขึ้น แต่ถ้าหากแผนงานในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เราก็ต้องปรับแผนการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายในการลงทุนเพื่อการเกษียณก็เช่นกัน เพราะถือเป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างในระยะยาวและจำเป็น
หากไม่ต้องการที่จะเป็นภาระของลูกหลาน อยากใช้ชีวิตในการเดินทาง ท่องเที่ยวศึกษาธรรมะ ตามความฝัน ข้อดีอย่างหนึ่งของการวางแผนเกษียณ ก็คือช่วยลดภาระให้กับลูกที่ต้องดูแลพ่อแม่ ให้เขาได้มีช่วงเวลาในการสร้างชีวิตของพวกเขา เมื่อมั่นคงแล้วถึงค่อยกลับมาดูแลพ่อแม่ได้เต็มกำลัง
1.การคำนวณเงิน
ในการวางแผนชีวิตหลัง 60 สิ่งแรกที่เราต้องทำคือคำนวณเงินที่ต้องใช้ หรือจำนวนเงินที่อยากใช้ในแต่ละเดือน แต่สิ่งที่คิดยากที่สุดคือเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ไม่แน่นอน วันนี้เราอาจจะคิดว่ามีรายได้ดอกเบี้ยต่อเดือน 1 หมื่นบาท ก็เพียงพอแล้ว แต่เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ ในอีก 20 ปีข้างหน้า 1 หมื่นบาท อาจมีค่าเหลือแค่ 5,000 บาท และเหลือเพียง 2,000 บาท ในอีก 40 ปีข้างหน้า ลองคิดง่ายๆ ราคาอาหารเมื่อ 20 ปีก่อน ชามละ 20-25 บาท วันนี้ขึ้นเป็น 40-50 บาท เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้น การคำนวณเงินจะต้องใช้ฐานเงินเดือนที่คิดว่าจะได้ในช่วงอายุ 55-60 ปี แล้วคูณด้วย 2-4 เท่า ถึงจะเป็นรายได้ต่อเดือนที่เพียงพอกับอนาคตที่คิดว่าจะไม่แตะงานใดๆ อีกต่อไป
2.ขั้นตอนการวางแผนเกษียณ
ขั้นตอนการวางแผนเกษียณนั้น เราจะเริ่มวางแผนตามช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนเกษียณของแต่ละคน ไม่ใช่ช่วงเวลาที่คิดว่าจะมีชีวิตอยู่ หลายคนอาจสับสน ตอนนี้อายุ 40 ปี เราน่าจะมีชีวิตอยู่ถึง 80 ปี ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 40 ปี ซึ่งเราแนะนำว่าเราควรจะวางแผนเกษียณตั้งแต่ที่อายุยังน้อย เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ได้ยิ่งดี เพื่อที่จะได้มีเวลาทำตามแผนตามเป้าหมายที่ต้องการมากยิ่งขึ้น กำหนดตัวเองว่าจะต้องทำงานอะไร แล้วหาเงินให้ได้มากขนาดไหนถึงจะเพียงพอกับการสร้างชีวิต และเผื่อเงินสำหรับการเกษียณ วางไว้เป็นสเต็ปที่ชัดเจน ตั้งแต่การหางาน เปลี่ยนงาน เงินเดือนที่ต้องการ งานเสริม แล้วค่อยๆ ทำให้เป็นจริงไปทีละอย่าง ไม่เกิน 10 ปี หากคุณมีความพยายามมากพอเชื่อว่าต้องทำได้ตามขั้นตอนชีวิตที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน
3.กำหนดเป้าหมายให้สูงกว่าที่ฝัน
ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการคิดเรื่องเป้าหมาย บางคนฝันไว้อยากมีเงินเก็บ 20 ล้านบาท แต่มองตัวเองแล้วคิดว่าคงทำไม่ได้ เพราะเป็นลูกจ้างรายวันอยู่เลย อย่าไปคิดแบบนั้น เราควรมองให้สูงแล้วค่อยๆ หาช่องทางขยับขยายไปเรื่อยๆ เพราะแนวคิดในการตั้งเป้าหมายเราคิดได้ 2 แบบ แบบแรกก็คือ กำหนดเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน หากทำได้ก็ถือว่าสำเร็จ แต่หากไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไร เพราะส่วนต่างที่ยังไปไม่ถึงก็ยังมากกว่าหรือใกล้เคียงเป้าหมายที่ต้องการอยู่ดี
อีกกลุ่มคือคนที่กำหนดเป้าหมายให้ใกล้เคียงมากที่สุด หรือแนวฝันจริงไม่อยากฝันไกล คนกลุ่มนี้จะมองโลกในความเป็นจริงเสมอ มีเป้าหมายแต่ไม่ตั้งสูงมาก กลัวผิดหวัง กลัวความเครียด ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะการเดินในเส้นทางชีวิตที่มั่นคงย่อมดีกว่าออกไปเสี่ยง โดยพาคนข้างหลังลำบากไปกับเราด้วย สำหรับคนกลุ่มนี้มักจะไม่ย้ายงานประจำ แต่เลือกหางานเสริมควบคู่กัน ซึ่งพวกเขาต้องแบ่งเวลาให้ดี ไปถึงเป้าหมายช้าแต่ว่าแน่นอน
สุดท้าย การกำหนดเป้าหมายทางการเงินของการบริหารการเงินส่วนบุคคลนั้นก็ไม่แตกต่างกับการกำหนดเป้าหมายดำเนินการขององค์กรเท่าไรนัก คือเป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายว่าเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน เป็นเรือลำน้อยที่แข็งแกร่ง สามารถโต้คลื่นได้โดยไม่
หวั่นไหว อาจจะเป็นพวกที่เชื่อถึงความไม่แน่นอนของอนาคต การเตรียมตัวไว้ก่อนจึงเป็นการสร้างความไม่ประมาทให้กับชีวิตเรานั่นเอง


