รู้ยัง? ‘งานกาชาด’มาจัดสวนลุมฯ (นะ)

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 12:30 น.

รู้ยัง? ‘งานกาชาด’มาจัดสวนลุมฯ (นะ)

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ สภากาชาดไทย

งานกาชาด งานการกุศลที่เก่าแก่ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศนี้ รุ่นใหญ่หากให้มองย้อนไป จะได้เห็นได้ยินอะไรที่คนรุ่นนี้ไม่เคยได้เห็นไม่เคยได้ฟัง ด้วยต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า ช่างเป็นบรรยากาศของความสุขสนุกสบาย ที่อบอุ่นด้วยไมตรีจิต คงมีอยู่เพียงแต่ในความฝันหรือไร บัดนี้งานกาชาดกำหนดจัดมีขึ้น จากเดิมที่สวนอัมพร มาปีนี้เป็นที่สวนลุมพินี ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปีกาชาดไทย

23 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้แล้ว ที่สภากาชาดไทยเชิญเที่ยวงานมหกรรมการกุศลแห่งปี “งานกาชาดประจำปี 2561” ณ สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 ภายใต้แนวคิด “125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษครบรอบ 125 ปี การดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทยและเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2561 เล่าว่า ย้ายสถานที่เนื่องจากความเหมาะสม หลังว่างเว้นการจัดงานไป 1 ปี (2560) ตกมาปีนี้การนำงานกาชาดกลับมาอีกครั้ง จึงประสงค์เรียกความน่าสนใจสำหรับประชาชน ชูธงกาชาดในสวน มหากุศลใจกลางกรุง

“สวนลุมฯ คือความสะดวกของการเดินทาง ประชาชนเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้าหลายสาย อีกคือความน่าสนใจและความแปลกใหม่ของกาชาดในสวนสวย ที่เชื่อว่าจะสร้างความแตกต่าง”

กาชาดที่สวนลุมพินี สวนสาธารณะกลางเมือง ผู้คนที่มาใช้บริการพื้นที่ของสวนสาธารณะ สามารถเดินวิ่งออกกำลังกายได้เหมือนปกติ จัดที่นี่ไม่ต้องปิดการจราจร ถือว่าลงตัว อีกพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 300 ไร่ กำหนดเป็นพื้นที่จัดงานครึ่งหนึ่ง 150 ไร่ ร้านค้ากว่า 200 บูธ บนพื้นที่ประมาณ 1.2 แสนตารางเมตร งานเปิดตั้งแต่ 10.30-22.00 น.ของทุกวัน

อัตลักษณ์ของกาชาด คืองานประจำปีของคนไทย ที่จัดต่อเนื่องมายาวนานถึง 95 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2465 ระหว่างวันที่ 31 มี.ค. 2465-8 เม.ย. 2466 จากนั้นก็มีนัดกันทุกปีสำหรับสาวกงานกาชาด งานที่คนไทยทุกคนตั้งใจมาทำบุญ มาเสี่ยงโชคชิงรางวัลใหญ่ มาดูการแสดงแปลกๆ

“ทุกคนอยากมา เพราะทุกคนรู้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่สนับสนุนสภากาชาดไทย คือทุกบาททุกสตางค์ที่คืนสู่สังคม”

แนวคิดการจัดงานปีนี้ ถือโอกาสที่สภากาชาดไทยดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อประชาชนมาถึง 125 ปี จึงใช้แนวคิด 125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม เรียงร้อยความงดงามแห่งการให้ของภาครัฐ เอกชน รวมถึงภาคประชาชน ที่มีสภากาชาดไทยเป็นศูนย์กลาง ส่งต่อไปยังผู้ทุกข์ยากในพื้นที่ต่างๆ ตามรอยพระยุคลบาทพระบรมราชูปถัมภก องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

“แม้สถานที่การจัดงานจะเปลี่ยนไป แต่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ความสนุกสนาน และมนต์เสน่ห์ของงานกาชาดในอดีต ที่จะย้อนวันวานกลับมาให้ได้ประทับใจ”

ไฮไลต์อันดับหนึ่ง คือการจำลองกระบวนแห่รถกาชาด ซึ่งจำลองมาจากงานกาชาดปีแรก ชมการตกแต่งประดับประดากระบวนรถหลากหลายทั้งจากกระบวนรถม้า รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งชมการแสดงกระบวนธงแปรอักษรภารกิจของกาชาด กระบวนแห่ฯ มีเฉพาะแค่วันแรก 23 พ.ย. จากนั้นจะจอดไว้บริเวณงานสำหรับถ่ายรูปเช็กอิน

“ห้ามพลาดขบวนรถแห่กาชาดในความทรงจำ ทั้งรูปแบบและการตกแต่ง ถอดแบบกระบวนรถกาชาดในอดีต ยังมีการแสดงขบวนธงแปรอักษรเกี่ยวกับ 4 ภารกิจสภากาชาดไทย ที่ต้องชมให้ได้”

งานกาชาดปีนี้ยังได้ดึงกิจกรรมที่โดดเด่นซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีต ได้แก่ การแข่งขันว่าวโบราณ ชมการจัดประกวดและแสดงนิทรรศการว่าวไทยโบราณที่หาชมได้ยาก เช่น ว่าวประจำภาค ว่าวดุ๊ยดุ่ย ว่าวควาย ว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ฯลฯ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอิน ที่สำคัญคือการแสดงมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง การแสดงที่คนกรุงเทพฯ ไม่ได้เห็นกันนานแล้ว

“การแสดงมอเตอร์ไซค์ไต่ถังเหล็ก ที่หาชมได้ยาก เพื่อย้อนวันวานที่เคยจัดแสดงในงานกาชาดครั้งแรกจากปี 2472 จากคณะของนายเลื่อน พงษ์โสภณ ที่สร้างความสนุกสนาน หวาดเสียว ตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจชนิดที่พูดกันไปทั้งเมืองในครั้งนั้น”

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ขวัญใจงานกาชาด” รูปแบบการประกวดเหมือนการประกวด “ธิดากาชาด” ครั้งแรกเมื่อปี 2504 ผู้เข้าประกวดจะเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคมที่มาร่วมออกร้านนั่นเอง เน้นความงดงามในจิตใจ การมีจิตอาสาทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดย 24 พ.ย.เป็นรอบคัดเลือก และ 1 ธ.ค.เป็นรอบตัดสิน ชี้ขาดจากคะแนนโหวตประชาชนผู้มาร่วมงาน

ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุด คือ นิทรรศการพระบรมราชูปถัมภก 6 แผ่นดิน 125 ปีสภากาชาดไทย จัดแสดงแสงสีเสียงอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระบรมราชูปถัมภก ที่ทรงมีต่อสภากาชาดไทยตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา นิทรรศการฯ จัดขึ้นบริเวณหอสมุดของสวนลุมพินี อย่าลืมไปเช็กอินกันให้ได้

มนต์เสน่ห์งานกาชาด ได้แก่ การมาเที่ยวชมการแสดงต่างๆ สำหรับปีนี้คือการแสดง ณ เวทีกลางตลอด 9 วันเต็ม เช่น การแสดงบัลเล่ต์มโนราห์ และการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินค่ายต่างๆ การสอยดาว เสี่ยงโชค ชิงรางวัล รูปแบบต่างๆ มหกรรมสินค้าราคาถูก รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากร้านโครงการส่วนพระองค์

“ปีนี้ไม่เน้นอาหารการกินการดื่ม เพราะจัดงานในสวนสาธารณะ แต่รับรองว่าจะมีของอร่อยพร้อมกินตลอดงาน ส่วนสอยดาวปีนี้ มีคละกันทั้งแบบเก่า เช่น สอยดาว ล้วงไข่ในไห และสอยผลกัลปพฤกษ์ รวมทั้งสอยดาวแบบ 4.0 สอยดาวคิวอาร์โค้ด กับอีกหลายรูปแบบ”

งานกาชาดปีนี้ไม่มีการจำหน่ายบัตรผ่านประตู จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาคผ่านตู้บริจาค ที่ออกแบบเป็นพิเศษ มี 3 ตู้ ตั้งกระจายอยู่ในงาน เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ประชาชนจะได้ร่วมถ่ายรูป ทำบุญ และบอกบุญต่อๆ กันไปในโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็ก #ทำดีพี่ขอแชร์

“จากค่าบัตรผ่านประตูที่เคยเก็บได้ต่อปี ประมาณ 14 ล้านบาท ปีนี้ก็คาดหวังว่าคนจะร่วมทำบุญผ่านตู้บริจาคนี้แทน รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย ให้กับประชาชนผู้ยากไร้”

บทความนี้ขอจบด้วยภาพแห่งความทรงจำจากหนังสือ “วิวิธกิจกรรมแห่งอดีต” ซึ่งตอนหนึ่งได้เล่าไว้ถึงงานกาชาด งานกุศลที่จัดขึ้นเพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย แม้ระยะเวลาจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ข้อมูลคำบอกเล่าจากผู้ใช้นามปากกา “แม่วาด” ตีพิมพ์ในหนังสือนิสิตนักศึกษา ฉบับกาชาด 2513 มีตอนหนึ่งว่า

“...ประเดี๋ยวคลื่นคนเคลื่อนไหวและมีเสียงอื้ออึงผิดหูผิดตา ฉันชะเง้อคอมองตามไปบ้างก็ไม่เห็นอะไร แม่ว่า ‘มาแล้ว’ แม่อุ้มเอนกน้องชายไว้และจับมือฉันแน่น เสียงคนอื้ออึงมากขึ้นตามลำดับ ต่างคนต่างแย่งไปยืนออริมบาทวิถี ฉันได้ยินแต่เสียงเครื่องยนต์หึ่งๆ มา แต่สักประเดี๋ยวก็เห็นกระบวนรถยนต์ที่ประดับประดาเป็นรูปร่างต่างๆ วิ่งมามากมาย กะประมาณสัก 50 คันได้

จำได้ว่าบางคันแต่งเป็นรูปภูเขาสรรพยา และมีหนุมานไปเก็บ บางคันแต่งเป็นรูปหม้อต้มยาของเซียน มีคันหนึ่งที่แปลกคือแต่งเป็นแปรงสีฟันกับสบู่ยา จากกระบวนรถก็เป็นกระบวนม้า แล้วก็เป็นกระบวนจักรยานประมาณ 30 คัน มีคันหนึ่งแต่งเป็นโลงผี...

...แม่พาจ้ำอ้าวๆ เพราะกลัวไม่ทันดูจำอวด บ่ายวันนั้นมีจำอวดถึง 3 โรง ของกรมมหรสพโรงหนึ่ง ของนายเกริ่นโรงหนึ่งและของนายพันธ์โรงหนึ่ง ดนตรีก็มีแตรวงทหารบก ทหารเรือ พวกข้าราชการและคนหนุ่มๆ สาวๆ ฟังเพลงกันแยะ แม่บอกพวกนี้ฟังเป็นของโก้ แต่ฉันกลับคิดว่ามันครึกครื้นเร้าใจดี...

...งานกาชาดวันสุดท้ายของทุกปีที่ผ่านมา จะต้องมีงิ้วยี่ห้อต่างๆ มาประชันกันถึง 4-5 โรง แถมด้วยการเชิดสิงโต งิ้วที่มาประจำเห็นจะเป็นยี่ห้อเล่าโซโปฮัง ยี่ห้อเล่าไล้ชุน ยี่ห้อคงเจี๊ยงเฮง ดนตรีก็มักจะเป็นของวังบางขุนพรหม และของกระทรวงวัง ของวังบางขุนพรหมนั้นดูเป็นที่ติดอกติดใจมาก ถ้าเครื่องฝรั่งก็มักจะเป็นแตรวงทหาร...

...มีอยู่ปีหนึ่งที่งานออกจะครึกครื้น และผู้คนตื่นเต้นมากหน่อย เห็นจะเป็นปีที่นายเลื่อน พงษ์โสภณ มาแสดงการขี่จักรยานยนต์ในถังเหล็ก คนเฒ่าคนแก่ดูแล้วลงจับตามๆ กัน บอกหวาดเสียว กลัวรถจะกระดอนมาถูกบ้าง แต่ฉันว่าสนุกดี...”

“เที่ยวสนุก สุขใจ ได้กุศล เที่ยวงานกาชาดประจำปีที่สวนลุมพินี” ปีนี้ครบ 125 ปีกาชาดไทย ขอเชิญคนไทยเที่ยวกาชาด ร่วมสัมผัสความสุขจากการเป็นผู้ให้ และร่วมส่งต่อความงดงามแห่งการให้ อ้อ! อย่าลืมช่วยกันลดปริมาณขยะด้วยการพกถุงผ้า แยกขยะ และลดการใช้พลาสติก เพื่อดูแลสวนลุมพินีของเราด้วย

กาชาดในสวนสวย ปีนี้สถานที่จัดงานใหม่ แต่บรรยากาศและความสนุก ยังฟินเหมือนเดิม และหัวใจ (แห่งการให้) ก็ยังดวงเดิม

ข่าวอื่นๆ