พุฒิอมร อุณหะนันทน์+ชัยวัฒน์ เอื้ออมาวนิช หลงมนต์เสน่ห์ของกลิ่นหอม
รูปรส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ชีวิตรื่นรมย์มากขึ้น และกลิ่นเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศ
โดย อณุสรา ทองอุไร, จิรวัฒน์ กล้ากะชีวิต ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
รูปรส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ชีวิตรื่นรมย์มากขึ้น และกลิ่นเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศ โดยเฉพาะกลิ่นที่ดีย่อมส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกด้านบวกตามมา ซึ่งแต่ละกลิ่นก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป
ฉะนั้น น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับกลิ่นทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ ไอเท็มเพิ่มความหอมต่างๆ แลดูเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้ชีวิตมากขึ้น
จุดประกายให้ พุฒิอมร อุณหะนันทน์ (หวาย) และชัยวัฒน์ เอื้ออมรวนิช (มาร์ช) สองเพื่อนซี้ที่หลงใหลในกลิ่นหอมของเทียน จับมือกันสร้างธุรกิจเครื่องหอมสไตล์ยุโรปขึ้นมาภายใต้แบรนด์ “มาฌองแดล” พุฒิอมร เล่าว่า
“ตอนเรียนอยู่ฝรั่งเศส เป็นคนที่ชื่นชอบเทียนมาก กระทั่งว่ามีแบรนด์ประจำที่ต้องซื้อใช้ตลอด แต่พอกลับมาประเทศไทยปรากฏว่าราคาที่นี่ค่อนข้างแพงกว่าที่ฝรั่งเศสมาก เนื่องจากต้องเสียภาษีเรื่องการนำเข้าต่างๆ และเพื่อนเราเอง (มาร์ช) ก็เป็นคนชอบทดลองชอบทำอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว จึงเสนอขึ้นมาว่าลองทำเทียนใช้กันเองดีไหม เพราะถ้าชอบขนาดนี้ซื้อแต่ละทีก็หลายพันบาท ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มศึกษาวิธีทำการทำลองทำใช้กันเองก่อนช่วงปีแรก”
พุฒิอมร เล่าต่อว่า เดิมทีเป็นคนที่ชื่นชอบกลิ่นของน้ำหอมมาตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้งยังเรียนที่ฝรั่งเศสเห็นเขามีเปิดเป็นคอร์สสั้นๆ เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับการทำน้ำหอม ด้วยรสนิยมที่ชอบเป็นทุนเดิมยิ่งทำให้เกิดความสนใจและตัดสินใจไปลงเรียน
เมื่อไปเรียนถึงได้รู้ว่ากว่าจะมาเป็นน้ำหอมที่เราใช้กันอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านกรรมวิธีที่ยากพอสมควร เนื่องจากน้ำหอมแต่ละขวดแต่ละกลิ่นมีอุณหภูมิการต้ม รวมถึงระยะเวลาในการผลิตต่างกัน สำหรับสถานที่ในการผลิตใช้บริเวณส่วนของบ้านก่อนจะต่อเติมจนกลายเป็นโรงงานขนาดเล็กขึ้นมา
ทางด้านชัยวัฒน์เสริมจากเพื่อนว่า แม้จะเติบโตและเรียนจบที่เมืองไทย แต่รสนิยมความชอบในเครื่องหอมกลับคล้ายกัน สาเหตุหนึ่งที่คิดจะทำแบรนด์ขึ้นมาเอง เป็นเพราะว่าเราอยากทดลองและอยากรู้วิธีการทำ ซึ่งเมื่อทำออกมาแล้วกลิ่นที่ได้ค่อนข้างลงตัว จึงเริ่มทำแจกเพื่อนและคนใกล้ตัวในวาระสำคัญต่างๆ เหมือนเป็นของขวัญ และทุกคนก็จะชื่นชมว่ากลิ่นหอมน่าใช้ถูกใจทุกคน
ขณะที่ลองผิดลองถูกนานนับปี ในระหว่างนั้นก็ยังคงพัฒนากลิ่นหอมอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะได้กลิ่นที่พอใจและดีที่สุด
“กระทั่งแม่ของเพื่อนเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่เราทำค่อนข้างดีเนื่องจากเขาใช้ทุกครั้งที่นำไปแจก จึงชักชวนให้ไปออกบูธที่เควิลเลจเพื่อลองเปิดตลาดดู ก่อนจะพัฒนามามีหน้าร้านในห้างสรรพสินค้าที่แรกอย่างพารากอน แม้จะเริ่มจากการมีหน้าร้านเล็กๆ แต่ทว่าผลตอบรับกลับเป็นที่น่าพอใจ มุมมองของผู้สร้างที่เห็นธุรกิจของตนค่อยๆ เติบโตและขยายออกไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง ภายในระยะเวลาสี่ปีสามารถเปิดได้ถึงสิบสี่สาขา” ชัยวัฒน์ กล่าว
ภายในปีนี้เขาทั้งคู่มีแพลนที่จะเพิ่มสาขาที่สิบห้าขึ้นมาอีก นั่นคงเปรียบได้เก็บยาวิเศษที่ทำให้หายเหนื่อย ปัจจุบันมีสินค้าใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รีฟิลเตอร์ ถุงหอม รูมสเปรย์ เครื่องอัลตราโซนิก แต่จุดเด่นก็ยังคงเป็นเทียน และยังคงคอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมแฮนด์เมดระดับพรีเมียม ดังนั้นทุกขั้นตอนต้องผ่านความละเมียดและความใส่ใจเป็นพิเศษ พุฒิอมร เผยว่า
“รู้สึกเราจะเป็นแบรนด์แรกเลยในเมืองไทยที่ผลิตเทียนแล้วพิมพ์ชื่อตามที่ลูกค้าสั่งได้ และยังสามารถเลือกกลิ่นเฉพาะได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังรับปรุงกลิ่นใหม่ให้องค์กรต่างๆ ตามต้องการปัจจุบันนี้มีกลิ่นสแตนดาร์ดทั้งหมดสิบแปดกลิ่น
แม้ในตอนนี้จะไม่ผลิตเองทุกชิ้นเหมือนตอนเริ่ม แต่ซิกเนเจอร์ที่เป็นภาพจำของแบรนด์อย่างพวกเครื่องหอมเราก็ยังผลิตเองอยู่ ภายในปีนี้จะพัฒนาโปรดักต์เกี่ยวกับพวกสกินแคร์มากขึ้น อาทิ โลชั่น บอดี้ มาสซาจ ออยล์ บอดี้โลชั่น แฮนด์ครีม และสบู่ก้อนเพิ่มด้วย”
เมื่อมองถึงคู่แข่งด้านการตลาดทั้งคู่ เผยว่า แม้จะมีคู่แข่งเยอะแต่เมื่อเทียบกันเรื่องของกลิ่นแล้ว มาฌองแดลค่อนข้างมีความแตกต่าง ด้วยวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากฝรั่งเศส ประกอบกับนำมาปรุงกลิ่นเอง และนำมาสร้างกลิ่นเองอีกทีจนกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน
“อย่างตอนนี้มีธุรกิจร้านดอกไม้ที่ทำร่วมกันขายผ่านออนไลน์ ชื่อร้านว่าลูฟร์เฟอร์ริช เหมือนเราอยากทำสิ่งที่ชอบให้ครบวงจร นอกจากนี้ยังความฝันจะเปิดร้านกาแฟที่ตกแต่งด้วยดอกไม้และกลิ่นหอมเป็นหลัก” พุฒิอมร กล่าว
แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
ทางด้านความสัมพันธ์ของเพื่อนที่รู้จักกันมากว่าแปดปีจากการทำงานที่เดียวกัน ทำให้ทั้งคู่สามารถที่จะดึงศักยภาพในตัวของแต่ละคนออกมาใช้กับงานชนิดที่เรียกว่าลงตัวทีเดียวกับธุรกิจนี้
ชัยวัฒน์ กล่าวถึงคู่หูธุรกิจของเขาว่า ในรายละเอียดของการทำงานแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องทะเลาะกันหรือถ้ามีก็จะช่วยกันแก้
“ส่วนความเห็นที่ไม่ตรงกัน ด้วยสัมพันธ์ของเพื่อนสุดท้ายมันก็จะมาเจอกันที่ตรงกลางพอดี ถามถึงข้อดีข้อเสียของการทำงาน เนื่องจากแต่ละคนมีความถนัดกันคนละด้าน พอมาอยู่รวมกันจึงกลายเป็นว่าช่วยซัพพอร์ตกันมากกว่า ส่วนข้อเสีย ในตอนนี้ยังไม่มีเนื่องจากเราเป็นคนขยันกันทั้งคู่ ไม่ชอบอยู่นิ่ง เวลาว่างก็ไปออกอีเวนต์ตลอด
ส่วน พุฒิอมร กล่าวเสริมจากเพื่อนว่า อย่างที่บอกว่าแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน เรื่องการตลาดก็ต้องยกให้ชัยวัฒน์
“ส่วนผมก็จะดูแลเรื่องของการผลิต การออกแบบต่างๆ มาร์ชเป็นคนชอบพัฒนาอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือเขาเป็นคนที่รอบคอบมาก จะห่วงก็แต่เรื่องสุขภาพอย่างเดียว เนื่องจากปีที่ผ่านมาโหมงานหนักจนเขาล้มไม่สบายเลย” พุฒิอมร กล่าวอย่างห่วงใย
ทางด้านชัยวัฒน์เล่าถึงเพื่อนว่า
“เขาเป็นคนโน้มน้าวใจเก่ง มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีเข้ากับผู้ใหญ่ง่าย เขาเหมาะกับด้านสื่อสารองค์กร งานต่างๆ ก็จะผ่านเขาก่อน เหมือนเป็นด่านหน้า เขาจึงเหมาะกับการทำประชาสัมพันธ์ การตลาดให้แบรนด์ ส่วนผมอยู่เบื้องหลังดูการผลิต ดูสต๊อกสินค้า เราถนัดและแบ่งงานกันคนละด้าน ซึ่งก็ลงตัวดีมาก” เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี
อนาคตอันใกล้ ทั้งคู่อยากโฟกัสที่ตลาดต่างประเทศ ในตอนนี้ตลาดต่างประเทศอย่างมาเลเซีย เกาหลี เมียนมา หรือแม้แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็นำเข้าแบรนด์ของทั้งคู่ไปขายแล้ว
สำหรับตลาดในประเทศไทยราคายังจับต้องได้ มาฌองแดลมีขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป โดยมีช็อปที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เอ็มควอเทียร์ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และพยายามทำราคาให้เหมาะกับคนไทยมากขึ้น


