เรือนไทย...พักใจ ‘ไพโรจน์ ชื่นครุฑ’

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2559 เวลา 09:55 น.

เรือนไทย...พักใจ ‘ไพโรจน์ ชื่นครุฑ’

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

เรือนไทยขนาดกะทัดรัดหลังนี้ แม้จะไม่ได้ดูโอ่อ่าหรืออลังการเหมือนกับเรือนไทยหลังอื่น แต่มันก็เต็มไปด้วยเรื่องราวและความผูกพันของครอบครัว “ไพโรจน์ ชื่นครุฑ” เมื่อมันให้ความรู้สึกมากกว่าแค่บ้านหลังหนึ่ง

ปัจจุบัน ไพโรจน์ ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และดูแลบริษัทในเครืออยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส หรือกรุงศรี ออโต้ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งถึงแม้ว่ายอดขายรถป้ายแดงในปีนี้คาดกันว่าจะติดลบ 6-7% แต่ภายใต้การบริหารงานของ “ไพโรจน์” ก็ยังทำให้กรุงศรี ออโต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าเมื่อจบสิ้นปีนี้ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่จะเติบโตได้ถึง 6% หรือปล่อยกู้ได้ 1.33 แสนล้านบาท

ไพโรจน์ บอกว่า ในยุคที่มีการแข่งขันสูง การทำงานก็ต้องมีความเครียดหรือมีเรื่องกดดันเป็นธรรมดา ซึ่งตัวเขาเองก็มีวิธีการบริหารความเครียดจากงานด้วยการออกกำลังกาย ด้วยการขี่จักรยาน ซึ่งก็ปั่นมานานแล้ว ปั่นมาก่อนที่จะมาฮิตติดลมบนอย่างในปัจจุบันเสียอีก ถึงขั้นที่ว่า แม้จะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงและต้องพักรักษาตัวแรมเดือนมาแล้ว แต่ถึงยังไงก็ไม่เข็ด และยังคงเป็นนักปั่นยามว่างมาจนถึงปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตาม เขายังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่ใช้เป็นที่พักกายพักใจให้กับตัวเอง เมื่อเป็นทั้งความฝันและความต้องการส่วนตัวที่อยากจะมีบ้านเรือนไทยสักหลังเป็นของตัวเอง

ไพโรจน์ เล่าต่อว่า จนเมื่อ 4 ปีก่อน มีเพื่อนแนะนำว่ามีที่ดินกลางกรุงจะขาย 100 ตารางวา สนใจไหม ซึ่งพอมาดูด้วยตัวเองก็ตอบตกลงทันที เพราะตรงกับความต้องการเดิมอยู่แล้ว มีขนาดที่พอเหมาะและตั้งอยู่หัวมุมพอดี

“ความคิดแรกก็กะว่าจะซื้อเพื่อเอาที่ดินเพียงอย่างเดียว ส่วนบ้านเก่าที่มีอยู่ก็จะรื้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่แทน เพราะเห็นสภาพจากนอกบ้านแล้ว ต้องบอกว่าโทรมมากๆ ต้นไม้ขึ้นรกไปหมด ไม่น่าดูเลย เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งไว้มานาน แต่พอได้เข้าไปสำรวจตัวบ้านจริงๆ ก็เปลี่ยนใจทันที รื้อทิ้งไม่ลง เพราะตัวบ้านที่เป็นไม้และโครงสร้างหลักยังอยู่ในสภาพดี ที่สำคัญเป็นทรงเรือนไทยยกใต้ถุนสูง ไม้ที่ใช้ก่อสร้างก็ยังไม่ผุ เป็นบ้านไม้โบราณที่เจ้าของเดิมยกมาจากราชบุรีมาปลูกบนที่ดินแห่งนี้ จึงอยากเก็บอนุรักษ์เอาไว้” ไพโรจน์ บอก

 

ในที่สุดก็ได้ทำการปรับปรุงตกแต่งเสียใหม่ โดยแทบไม่ต้องรื้อโครงสร้างของเก่าออกเลย มีเพียงชั้นล่างใต้ถุนสูงก็ทำเป็นผนังเพิ่มเติมให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย จะได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งภาพโดยรวมที่ออกมาก็ตรงกับใจที่ต้องการด้วย  

ไพโรจน์ บอกว่า เรือนไทยหลังนี้ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำ แต่เป็นบ้านหลังที่สองในกรุงเทพฯ มีเอาไว้เป็นที่ผ่อนคลายมากกว่า เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ เครียดๆ ก็จะแวะมาเรือนไทยหลังนี้ มานั่งสงบจิตสงบใจ ให้ผ่อนคลายลงบ้าง หรือไม่ก็นอนค้างที่นี่สักคืน ก่อนกลับบ้านอีกหลัง 

ส่วนสไตล์การตกแต่งเรือนไทยหลังนี้ จะเน้นการตกแต่งให้เรียบง่ายที่สุด ไม่ต้องมีโทรทัศน์ ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ ให้จดจ่ออยู่กับมันอีก ไม่ต้องมีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากมาย ในเมื่อเราต้องการมาพักที่นี่อย่างเงียบสงบ สบายๆ

 

ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งส่วนใหญ่ในเรือนไทย อย่างชุดเก้าอี้หวาย โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้โชว์ของ ก็เป็นของคุณแม่ที่จากไปแล้ว นาฬิกาไขลานโบราณก็เป็นของคุณพ่อ

ส่วนชุดโซฟาก็เป็นของลูกชายที่ปัจจุบันไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเวลาได้เห็น ได้สัมผัส ได้นั่งลง ก็ทำให้เรานึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ความรู้สึกดีๆ ของเจ้าของเก่าได้เป็นอย่างดี เรือนไทยหลังนี้จึงเป็นมากกว่าแค่บ้านธรรมดา

ข่าวอื่นๆ