กันยกร คุณากร นำดีไซน์ไทยไปโตเกียว

วันที่ 21 ม.ค. 2553 เวลา 16:07 น.
หญิงทรอปิคัลคอสโม คือเอกลักษณ์ดีไซน์ของเสื้อผ้าแบรนด์ไทยแท้ "Amata" ผลงานของสาวบุคลิกหวานมั่นใจในความเปรี้ยว "แหวน" กันยกร คุณากร

โดย...ปอย

หญิงทรอปิคัลคอสโม คือเอกลักษณ์ดีไซน์ของเสื้อผ้าแบรนด์ไทยแท้ "Amata" ผลงานของสาวบุคลิกหวานมั่นใจในความเปรี้ยว "แหวน" กันยกร คุณากร เวลานี้เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากไปใช้ชีวิตล่าฝันในประเทศญี่ปุ่นอยู่ร่วมปี ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Amata (อมตะ) บอกว่า ตั้งแต่อายุ 14 ปี เธอก็ตั้งเป้าหมายแล้วว่า อยากเรียนทางด้านการออกแบบ แต่พ่อแม่ก็บอกห่วง ลูกว่าเรียนดีไซน์แล้วจะไปทำงานอะไร?

กันยกร คุณากร

จึงทำให้แหวนหันมาเอาดีเรียนปริญญาตรีบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นพื้นฐานปูการ "รุกตลาดแฟชั่น" โดยแหวนใช้วิธีจัดเอกซิบิชันแล้ว&O5533;ีบายเออร์มาซื้อสินค้าของเธอ ทำให้ถึงแม้ไม่ได้จบด้านออกแบบแฟชั่นโดยตรง แต่ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จรวดเร็ว

แหวนบอกเธอเป็นดีไซเนอร์ตัวเล็กๆ รายย่อยๆ เช่นเดียวกับคนที่เปิดช็อปขายอยู่เต็มสยามสแควร์ แต่เขาไม่ได้มาถึงโตเกียวคงเพราะไม่มีใครคิดถึงการทำตลาดวิธีนี้

สาวบีบีเคมาแล้ว!!! : กฎของแฟชั่นข้อหนึ่งที่ต้องไม่ปฏิเสธ คือไปเร็วมาเร็ว แต่วิธีการดีไซน์ของเสื้อผ้าแบรนด์ไทย "Amata" แหวนบอกคือ Modern Yet Vintage ผสมผสานบาลานซ์ไปกับ Tropical Cosmopolitan เพราะอยากให้ชุดอยู่คู่ตู้เสื้อผ้าคุณไปได้นานๆ ให้สมชื่อแบรนด์

เดรสวินเทจปกโค้งใหญ่ๆ ซ้อนกัน 2 ปก จะกี่ซัมเมอร์ก็หยิบมาสวมใส่ได้สบายๆ สไตล์จึงเด่นชัด และได้ใจสาวกรุงโตเกียว

"แหวนอยากนำเสนอการแต่งตัวแบบสาวกรุงเมืองไทย (หัวเราะ) คือผู้หญิงที่อยู่ในประเทศเมืองร้อน แต่อยู่ในเมืองนะคะ ไม่ใช่อยู่ในชนบท หรือบีชจัดๆ แดดแรงๆ บุคลิกสนุกสนาน ซึ่งเป็นสไตล์ที่ไม่เห็นใน ผู้หญิงญี่ปุ่น ซึ่งจะแต่งตัวแบบเน้นแพตเทิร์นมาก เคยใส่อะไรก็ใส่กันอย่างนั้น เช่น ไม่กล้าใส่สีสันแรงๆ แหวนจึงอยาก นำเสนอสไตล์ที่เราไม่เคยเห็นในโตเกียว" แหวน เริ่มต้นบทสนทนา และวันนี้เธอสวมชุดจัมพ์สูทเกาะอกสีโอลด์โรสหวานกลมกลืนกับกางเกงทรงฮาเร็มสีพาสเทล ชุดสวยของ "Amata" ที่สไตลิสต์ที่นั่นสั่งซื้อไปเยอะที่สุดอีกชุดหนึ่ง

แหวนฝันมาตลอดอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง เมื่อโอกาสมาถึงก็รีบทำเลย แหวนบอกว่า "Have nothing to lose. - - ถ้าจะล้มตอนนี้ก็อายุแค่ 23 ปีเท่านั้น ไม่เป็นอะไรหรอกนะคะ" การเริ่มต้นยากอยู่ที่ใจ แต่ต้องรู้เป้าหมาย และมั่นใจรู้ตลาด ณ ตรงนั้นให้มากที่สุด

"แหวนโชคดีที่ได้มีโอกาสทำเสื้อผ้าให้บริษัท บาโรค ซึ่งเป็นบริษัททำเสื้อผ้า มัลติแบรนด์ชื่อดังในญี่ปุ่น ซึ่งแฟชั่นกับมาร์เก็ตติงจัดเป็นเรื่องใหม่มากของญี่ปุ่น การทำตลาดวิจัยเขาไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ แหวนเรียนมาทางด้านนี้จึงรู้วิธีการ จึงเริ่มทำรีเสิร์ชให้เขาและทำให้ได้รู้รสนิยมแฟชั่น เข้าใจตลาด เข้าใจเทรนด์ของประเทศเขาด้วย แล้วทำให้แหวนลองทำแบรนด์ตัวเอง โดยเริ่มตั้งแต่คอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2009 แหวนทำออกมา 17 ชุด ต่อเนื่องมาสปริง 2010 อีก 19 ชุด โดยจัดโชว์เป็นเอกซิบิชันเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เพราะเป็นช่วงโตเกียว แฟชั่น วีก ทั้งบายเออร์ ทั้งแมกกาซีน สไตลิสต์เข้ามาดู ชอบตัวไหนก็จะช็อปหรือซื้อไปลงนิตยสารของเขา" แหวน บอกเล่าพร้อมรอยยิ้ม

แมกกาซีนเซตเทรนด์ : ทันที ที่จัดนิทรรศการโชว์ผลงาน ซึ่งมีทั้งบรรณาธิการแฟชั่น สไตลิสต์ สนใจเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าพะยี่ห้อ "อมตะ" ไปลงนิตยสารหลายๆ ฉบับ และแล้วดีไซเนอร์สาวไทยก็ถูกจับตาได้รับความสนใจจาก สื่อมวลชนปลาดิบที่เข้ามาสัมภาษณ์ลงคอลัมน์ Body & Soul นิตยสาร Metro polis ฐานะยังดีไซเนอร์ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

"รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ค่ะ เพราะตอนจัดนิทรรศการแหวนก็ส่งบัตรเชิญไป แต่เขาก็ไม่มาเพราะเราก็เป็นแค่แบรนด์เล็กๆ เท่านั้น แต่ทันทีที่เสื้อผ้าของเราได้ลงแมกกาซีน หลายๆ ร้านในฮาราจูกุ ก็จะเข้ามาซื้อเสื้อผ้าเราไปวางขายที่ร้าน ซึ่งนั่นคือเทรนด์ใหม่ได้สตาร์ตทางการตลาดไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ แฟชั่นเซตเทรนด์โดยบรรณาธิการนิตยสารประมาณ แอนนา วินทัวร์ ค่ะ" แหวน บอกพร้อมเสียง หัวเราะ

คอลเลกชันสปริง 2010 แหวนโชว์เสื้อผ้าคอนเซปต์ A petal of rose , Victorian tender และชุดที่เธอสวม Flowerosophy สไตล์หวานปนมั่นสุดตัว
"ช่วงนี้คือการเริ่มต้นยอดจำหน่ายยังไม่เข้าค่ะ แต่สิ่งที่แหวนได้คือส่งเสื้อผ้าไปลงนิตยสารต่างๆ แล้วร้านแฟชั่นมัลติแบรนด์ที่ดังมากของฮาราจูกุเขาก็เห็นเสื้อผ้าเรา คือ ร้านลาฟอร์เรส ก็เข้ามาขอ เสื้อผ้าเราไปเป็นส่วนหนึ่งในแฟชั่นโชว์ในเดือนธ.ค. และนิตยสารวัยรุ่นอันดับ 1 คือ สวีทแมกกาซีน ก็ขอเสื้อผ้าไปลงหนังสือ แหวนเลยมีกำลังใจว่าจะจัดนิทรรศการใหญ่อีกครั้งพร้อมแฟชั่นโชว์ด้วย เดือน เม.ย. ปีหน้าค่ะ" แหวน กล่าว

เอนจอยครีเอทีฟ : อาชีพดีไซน์คน วงการ "อาร์ติสต์" ไม่มีเงินหรอก! คือ คำคาดการณ์แกมขู่ของคุณพ่อคุณแม่ แต่แหวนก็บอกว่าวัยนี้ไฟกำลังแรง ไม่กลัวเกรงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทุกๆ วินาทีขอเอนจอยครีเอทีฟ เมื่อถึงยามว่างช่วงเวลาพักผ่อน หนังสือ Icons of Fashion จึงเป็นเล่มโปรดติดมือเสมอ

"ตั้งแต่มาทำแบรนด์เสื้อผ้าต้องดูตัวเลขบัญชีเอง แต่ถ้าอยากพักแหวนขอพักกับหนังสือแฟชั่นพวกนี้ ทำให้เราได้อ่านประวัติกูตูร์แฟชั่น หรืออย่างเสื้อสูทไหล่ตั้งที่กำลังเป็นชิ้นเด็ดของซีซันนี้ แหวนก็ได้อ่านเอาความรู้ว่าจุดเริ่มต้นคือยุค 20s กลับมาดังอีกรอบ เพราะซูเปอร์แบรนด์ เช่น บาลแมง ชาแนล นำกลับมาเสนออีกในลุคมัสคูลีน (ผู้ชาย) ในยุคของผู้หญิงทำงานที่ต้องการความเข้มแข็ง จึงหยิบเสื้อเสริมบ่ามาใส่ที่โปรโมตผู้หญิงเป็นลีดเดอร์ แต่ต้องใส่กับกางเกงทรงเล็กลีบเพื่อไม่ให้ดูตัวใหญ่ไปเสียทั้งหมด" แหวน กล่าว

หนังสือแฟชั่นไซส์คอฟฟีเทเบิล แหวนอ่านแล้วบอกว่ากลับได้คำเล็กๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจใหญ่ๆ เลยก็ว่าได้ "วิเวียน เวสต์วูด บอกว่า กฎเรโทรคือต้องแกะความหรูของยุคนั้นๆ ให้ออก เพราะคนจะเลิฟสิ่งนี้"

แหวน บอกด้วยว่า กลับเมืองไทยคราวนี้มาเลือกซื้อผ้าในเมืองไทยด้วย "ของติดตัวที่เป็นสไตล์บอกความเป็นแหวนคือ สายวัดตัว (หัวเราะ) เพราะไปไหนมาไหนก็ต้องวัดขนาดกันตลอดเวลา สำเพ็ง คือย่านที่มีผ้าดีที่สุดในเมืองไทย แต่ระวังเขียนแปะว่า ผ้าเครป แต่กลับเป็นต่วน (หัวเราะ) แหวนใช้ผ้าจากเมืองไทยทั้งหมดเลยค่ะ เช่น ผ้าลายดอกกุหลาบ แต่ก็ไม่ได้ผลิตในเมืองไทยนะคะ เพราะคนขายที่เป็นคนอินเดียบอกสั่งจากไต้หวัน ซึ่งสั่งมาจากเกาหลี แล้วเกาหลีก็สั่งมาจากญี่ปุ่นอีกทอด สนุกดีค่ะ งานตรงนี้" แหวน บอกกลั้วเสียงหัวเราะ

ต้องไม่ลืมถามถึงจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น แหวนบอกตอนนี้เธออยู่กับ "นานามิ" เพื่อนสาวคนสวยที่ได้รู้จักกันตอนไปเรียนเอ็มบีเอที่เบิร์กเลย์ยูนิเวอร์ซิตี สหรัฐอเมริกา นานามิชวนแหวนมาตามความฝัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่โตเกียว และแรงบันดาลใจ คำว่า "อมตะ" เมื่อเธอนำมาปรับใช้ดีไซน์เสื้อผ้า ที่สุดก็คือสไตล์เด่นชัดที่เริ่มต้นพร้อมปลายทาง ที่วันนี้แบรนด์ไทยบุกโตเกียวอย่างที่แหวนตั้งเป้าหมายหวังเอาไว้