posttoday
เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

29 กันยายน 2564

สัมภาษณ์พิเศษ แพทย์หญิงธนิตา บุณยพิพัฒน์ กรรมการและเลขานุการร่วม คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ (Service Plan) สาขาโรคหัวใจ (อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลลำปาง) เฝ้าระวัง “ภาวะหัวใจล้มเหลว” พร้อมเผยภาระของโรคที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งตัวผู้ป่วย ผู้ดูแล ตลอดจนการสาธารณสุขของไทย

รู้จัก "ภาวะหัวใจล้มเหลว" อุบัติการณ์ของโรคในประเทศไทย ตลอดจนลักษณะอาการของโรค

ภาวะหัวใจล้มเหลว คือภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามที่ต้องการ ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดการขาดออกซิเจน หรือเกิดจากโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ จนทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบีบตัวของหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอในที่สุด ซึ่งภาวะนี้ถือได้ว่าเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่คร่าชีวิตคนสูงอายุเป็นอย่างมาก

โดยอุบัติการณ์ในประเทศไทย แม้ว่าข้อมูลเรื่องความชุกของภาวะหัวใจล้มเหลวในประเทศจะยังไม่ชัดเจน แต่ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงถึงร้อยละ 5 - 7 ซึ่งอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้อยู่ที่ร้อยละ 10 ต่อปี และครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 5 ปีภายหลังการวินิจฉัย  และจากการศึกษาของ Thai ADHERE ได้ชี้ให้เห็นว่า อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยไทยอยู่ที่ 64 ปี และหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยมีอายุเกิน 75 ปี และพบผู้ป่วยได้ทั้งเพศหญิงและชายในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน

เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

อาการเบื้องต้น และจุดสังเกตของความผิดปกติที่อาจนำไปสู่ "ภาวะหัวใจล้มเหลว"

แม้ข้อมูลจะพบผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่แต่แท้จริงแล้วยังสามารถเกิดได้ในช่วงวัยอื่น ๆ ด้วยเช่นกันโดยอาการเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเองว่าเข้าข่ายการเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวได้คือ

  • เหนื่อยง่ายหายใจลำบากเมื่อออกแรงทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ
  • ไม่สามารถนอนราบได้ ต้องใช้หมอนหนุนหลายใบเพื่อให้ศีรษะยกตัวสูง
  • อ่อนเพลีย อ่อนแรง น้ำหนักลดลงและเบื่ออาหาร
  • ขาหรือข้อเท้าบวม
  • หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ
  • เกิดน้ำคั่งในในอวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น น้ำคั่งในถุงลมของปอด หรือปอดบวมน้ำ ทำให้เกิดอาการเหนื่อย

แม้กลุ่มผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวมักจะเป็นผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงภาวะนี้เกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยโดยปัจจัยเสี่ยงและโรคร่วมมาจากโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น ดังนั้น ควรปฏิบัติและพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่  การดื่มสุรา การรับประทานอาหารเค็มหรือมันจัดจนเกินไป และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถช่วยให้ห่างไกลจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้

เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

วิธีการรักษาและเป้าหมายของภาครัฐในการรักษา "ภาวะหัวใจล้มเหลว" ในประเทศไทย

ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงรักษาแบบปรับให้ร่างกายคืนสู่สมดุล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยในการรักษาโดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำรงชีวิต เช่น การดูแลเรื่องอาหาร และการใช้ยารักษาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยนั้นดีขึ้น อีกทั้งยังต้องมีการติดตามการรักษาจากระบบการแพทย์ที่เหมาะสม

ส่วนเป้าหมายของภาครัฐในการรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวนั้น มีเป้าหมายหลักคือการลดอัตราการนอนโรงพยาบาลซ้ำและการตาย รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดระบบการดูแลผู้ป่วยในลักษณะของสหสาขาวิชาชีพ และการถ่ายทอดความรู้ในการดูแลและรักษาผู้ป่วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบการดูแลรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมได้อย่างทั่วถึง อันจะช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุข  และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยผู้ดูแลได้ในระยะยาว

เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

ภาระของโรคที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งแก่ตัวผู้ป่วย ผู้ดูแล ตลอดจนการสาธารณสุขของไทย อาทิ

  • การเข้ารับการรักษาด่วน

การเข้ารับการรักษาด่วนมักเกิดในผู้ป่วยรายที่ประสบกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เบื้องต้นเมื่อถึงมือแพทย์ หากผู้ป่วยมีภาวะการหายใจล้มเหลวอาจต้องให้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ทั้งนี้โดยมากเราจะไม่สามารถคาดการณ์การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้  ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองและเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอาการได้

  • การกลับเข้ารับการตัวซ้ำในโรงพยาบาล

ในอดีต ก่อนจะมีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยในรูปแบบองค์รวมเช่นปัจจุบัน ผู้ป่วยหนึ่งในห้าคนจะกลับเข้ารับการรักษาซ้ำภายใน  30  วัน ปัจจุบันจากการเก็บรวมรวมข้อมูล พบว่ามีผู้ป่วยร้อยละ 11.04 ของผู้ป่วย หรือ 1 ใน 9 คน ต้องกลับมานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลซ้ำจากภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะเวลา 30 วัน

  • งบประมาณของภาครัฐและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาของผู้ป่วย

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ 2562 ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีถึง 245,035 คน และจำนวนการนอนโรงพยาบาลทั้งสิ้น 301,648 ครั้ง (คิดเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 150,824 ครั้ง) คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายที่ประเทศใช้ประมาณ 21,000 บาทต่อผู้ป่วยหนึ่งรายโดยเฉลี่ย หรือมากกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวคือการที่ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้เหมาะสม ภายใต้การทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ  ดังนั้นการดำเนินการของโครงการจึงเริ่มต้นจากการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อให้มีความรู้ความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยโดยใช้งบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี  2560  ถึง  2561  ใช้งบประมาณทั้งสิ้น  3,250,000  บาท ส่วนการดำเนินงานในคลินิกนั้นสามารถใช้บุคลากร วัสดุและครุภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมได้ 

ผลการดำเนินงานและการประเมินผลการจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว

ปัจจุบัน มีคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาล ในเครือกระทรวงสาธารณสุขทีเปิดทำการแล้ว 75 แห่งทั่วประเทศ จากเป้าหมายที่วางไว้ 76 แห่ง ทั้งในโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้ป่วยด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย โดยปรากฏผลในเรื่องอัตราการกลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำจากภาวะหัวใจล้มเหลวของผู้ป่วยที่ร้อยละ 3.51 ต่อปี และอัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือร้อยละ 2.3 ต่อปี  ซึ่งในปีต่อไป ได้วางแผนที่จะเก็บตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้แก่ จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ  ร้อยละการได้รับยาตามมาตรฐานเพิ่มขึ้น

เฝ้าระวัง แต่ไม่ระแวง ‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแม้ร่างกายแข็งแรง

การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการแพทย์ทางไกลมาช่วยเสริมการบริการสำหรับคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว

การรักษาเรามุ่งหวังที่จะกระจายการเข้าถึงการรักษาหรือบริการของคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เราจึงได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพในการให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยในแบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผ่านโทรศัพท์ และแอปพลิเคชัน LINE รวมไปถึงการจัดตั้งคลินิกในเขตพื้นที่ห่างไกลในโรงพยาบาลกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ 

นอกจากนี้ เพื่อให้คลินิกเครือข่าย และบุคลากรที่ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเพื่อเป็นแนวทางและมาตรฐานเดียวกันในการให้บริการและดูแลรักษาผู้ป่วย โครงการการพัฒนาคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวนี้จึงได้พัฒนาสื่อความรู้ อย่างเช่น การผลิตสื่อโปสเตอร์สรุปแนวทางการวินิจฉัยโรค และแนวทางในการดูแลผู้ป่วยทั้งแบบเรื้อรังหรือภาวะกำเริบ รวมทั้งข้อมูลสรุปการใช้ยาและปรับยาให้ผู้ป่วยที่รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก มอบให้กับโรงพยาบาลในเครือข่าย เพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

แผนงานในอนาคตสำหรับคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวในประเทศไทย

แผนงานในอนาคต เรายังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายการเข้าถึงการรักษาด้วยการจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งการผนวกเอาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์และการสื่อสารที่ทันสมัยมาช่วยให้การรักษาให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับจำนวนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น  และยังช่วยลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลซ้ำหรือเสียชีวิตของคนไข้ได้อีกทางหนึ่งด้วย  โดยมีการวางเป้าหมายที่จะจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวให้ได้ครบใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลซ้ำร้อยละ 25 จาก baseline (โดยอ้างอิงข้อมูลจากผลลัพธ์ลด HF readmission ได้ประมาณ 1 ใน 4 จากการดูแลผู้ป่วยด้วย disease management program

ข่าวล่าสุด

นักวิ่ง7,500คนบุกกรุงพิชิต10ไมล์สายกรีนซูเปอร์สปอร์ต2026

นักวิ่ง7,500คนบุกกรุงพิชิต10ไมล์สายกรีนซูเปอร์สปอร์ต2026