งานวิจัยเผย 'โพรพอลิส' จากรังผึ้งมีฤทธิ์ต้านไวรัสโควิด 19 ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกาย

วันที่ 29 ก.ย. 2564 เวลา 09:01 น.
งานวิจัยเผย 'โพรพอลิส' จากรังผึ้งมีฤทธิ์ต้านไวรัสโควิด 19 ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกาย
รู้หรือไม่ บราซิล ใช้ “โพรพอลิส” ร่วมกับยาปกติในวอร์ดรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มารู้จักกับ “สารฟลาโวนอยด์” ใน “โพรพอลิส” สารปฏิชีวนะที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค – ต้านการอักเสบ

ทำความรู้จักกับ “โพรพอลิส” สารธรรมชาติอันทรงคุณค่าจากรังผึ้ง

โพรพอลิส (Propolis) สารธรรมชาติอันทรงคุณค่าจากรังผึ้งรู้จักมานานหลายศตวรรษ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งธรรมชาติบำบัดสำหรับอารยธรรมโบราณในการรักษาโรคต่างๆ มาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ อียิปต์โบราณ และจักรวรรดิโรมัน โดยถูกนำมาใช้สำหรับทำมัมมี่เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเน่าเปื่อย และมักใช้โพรพอลิส เป็นยาดอง ยาระงับประสาทและยารักษาบาดแผลของทหาร ต่อมาผู้หญิงโรมันค้นพบการใช้โพรพอลิสในเครื่องสำอางและบำรุงผิวกาย

และเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่สองมีการวิจัยพบว่า โพรพอลิสมีสารประกอบที่แตกต่างกัน 180 ชนิด และมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อ ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อรา กล่าวกันว่า “ฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์” ใช้โพรพอลิสรักษาบาดแผลภายในและภายนอก และการศึกษาในยุคกลางยังพบว่าโพรพอลิสดีต่อฟังผุ จนมาถึงยุคต้นสมัยใหม่ ยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาได้ค้นพบว่า โพรพอลิส มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ แผลในปาก และอาการเจ็บป่วยที่คล้ายคลึงกัน และปัจจุบัน โพรโพรลิสถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของ สบู่ เมาท์สเปรย์ และอาหารเสริม ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว และส่วนผสมของยาที่ช่วยลดอาการอักเสบ ระคายเคือง และผื่นคัน

“สารฟลาโวนอยด์” ใน “โพรพอลิส” เป็นสารปฏิชีวนะที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค – ต้านการอักเสบ

ดร.กรกนก ตั้งจิตมั่น อาจารย์สาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และที่ปรึกษาด้านวิชาการ บริษัท เวลเนส เอเซีย จำกัด เผยว่า โพรพอลิส (Propolis) คือ สารธรรมชาติที่ได้จากผิวของรังผึ้ง มีลักษณะเป็นยางเหนียวข้น สีน้ำตาลเข้ม โดยเกิดจากการที่ผึ้งเก็บรวบรวมมาจากส่วนต่างๆ ของพืช เช่น เรซินจากเปลือกไม้ กลีบอ่อนใบไม้ ผสมเข้ากับเอนไซม์ในน้ำลายผึ้ง โดยผึ้งใช้สารโพรพอลิสในการเคลือบผิวรังไม่ให้แตกร้าว อุดรอยรั่วของรัง ฆ่าเชื้อและป้องกันการระบาดของเชื้อโรคภายในรัง

ดร.กรกนก ระบุต่อว่า จากการค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับ โพรพอลิส พบว่า โพรพอลิสมีคุณประโยชน์มากมายอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ และที่สำคัญในโพรพอลิสยังมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะที่ดีที่สุดตามธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นสารฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการติดเชื้อ มีส่วนช่วยบรรเทาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยลดสิวอักเสบ และอาการผื่นคันตามตัว มีส่วนช่วยลดปัญหาของแผลกดทับจากโรคเบาหวาน มีส่วนช่วยบรรเทาอาการแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ช่วยสมานแผน มีส่วนช่วยลดการติดเชื้อในช่องปาก ลำใส้ กระเพราะอาหาร กระเพราะปัสสาวะ โดยทางการแพทย์ได้นำโพรพอลิสมาเป็นส่วนประกอบในยารักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ใช้เป็นส่วนผสมในยารักษาโรคทางหู คอ จมูก รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น

บราซิล ใช้ “โพรพอลิส” ร่วมกับยาปกติในวอร์ดรักษาผู้ป่วยโควิด-19

โดย ดร.กรกนก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับ โพรพอลิส พบว่ามีรายงานการวิจัย Biomedicine & Pharmacotherapy ฉบับเดือน มิถุนายน ค.ศ. 2021 เปิดเผยว่ามีการทดลองใช้ “โพรพอลิส” ร่วมกับยาปกติในวอร์ดรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาล SAO RAFAEL SA ประเทศบราซิล โดยใช้โพรพอลิสแบบกินร่วมกับการรักษาตามปกติกับผู้ป่วยโควิด-19 จํานวน 124 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กินโพรพอลิส 400 มิลลิกรัมต่อวัน กลุ่มที่ 2 กินโพรพอลิส 800 มิลลิกรัมต่อวัน แล้วก็กลุ่มที่ 3 รักษาตามปกติ โดยผู้ป่วยที่กินโพรพอลิสทั้ง 2 กลุ่มจะมีจํานวนวันที่รักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่า คือ เพียง 6-7 วัน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินใช้เวลารักษา 12 วัน โดยผู้ป่วยโควิดที่เข้ารับการรักษาพบว่าผู้ป่วยโควิดรักษาหายเร็วขึ้นกว่าเท่าตัว และลดการเกิดไตวายเฉียบพลันได้ ถึง 80%

“โพรพอลิส” (Propolis) ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด 19 ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกายได้อย่างไร

ดร.กรกนก ระบุว่า ไวรัส SARS-CoV-2 หรือ ไวรัสโควิด 19 (Covid19) เป็นไวรัสที่มีปุ่ม (Spike) ยื่นออกมาและจะใช้ปุ่มนี้เป็นตัวกับจับโปรตีนที่เป็นตัวรับบนเยื้อหุ้มเซลล์ของมนุษย์ โดยเรียกโปรตีนตัวรับนี้ว่า ACE2 และเมื่อไวรัสจับกับ ACE2 แล้ว เปรียบเสมือนไวรัสสามารถไขประตูเข้าสู่เซลล์ได้ แต่การที่ไวรัสจะเข้ามาในเซลล์ของมนุษย์ได้นั้น ต้องใช้โปรตีนอีกชนิดหนึ่งเรียกกว่า โปรตีน TMPRSS2 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น เมื่อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้จะทำให้ติดโรคโควิด19

มีรายงานการวิจัยจากวารสาร Biomedicine & Pharmacotherapy เปิดเผยว่า สารบางชนิดที่อยู่ในโพรพอลิส มีศักยภาพที่ไปขัดขวางการจับของไวรัสกับ ACE2 บนเยื้อหุ้มเซลล์ นอกจากนี้สารในโพรพอลิสยังสามารถที่จะไปยับยั้งให้โปรตีน TMPRSS2 นำสิ่งแปลกปลอมหรือไวรัส เข้าสู่ภายในเซลล์ของเราได้

เมื่อไวรัสโควิด 19 สามารถเข้าไปในเซลล์ของร่างกายได้ ไวรัสจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น และเมื่อไวรัสตัวใหม่สามารถเพิ่มจำนวนไวรัสจำนวนมากภายในเซลล์แล้ว ไวรัสจะทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อให้เสียหายและตายไปในที่สุด และเคลื่อนย้ายออกจากเซลล์ที่ติดเชื้อ และเซลล์ที่ติดเชื้อแล้วตายนั้นจะส่งสัญญาณไปบอกกับเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อเตือนเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ทราบว่าตอนนี้มีเชื้อโรคเข้ามาจู่โจมและทำให้เซลล์ตาย และเม็ดเลือดขาวจะปล่อยสารชนิดหนึ่งออกมาที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokine) ซึ่งเป็นสารที่สามารถกระตุ้น ให้เกิดการอักเสบในบริเวณที่ติดเชื้อ และหากเม็ดเลือดขาวปล่อยไซโตไคน์มากเกินไป ไซโตไคน์เหล่านั้นจะถูกลำเลียงไปที่หลอดเลือด และแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย และส่งสัญญาณกระตุ้นให้มีการอักเสบในอวัยวะต่างๆ โดยการอักเสบนี้ก็อาจทำให้แสดงอาการป่วยที่รุนแรง เช่น การเกิดพังผืดที่ปอด การเกิดเส้นเลือดอุดตันในเส้นเลือด และอวัยวะทำงานล้มเหลวจนนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีรายงานว่าสารบางชนิดในโพรพอลิสสามารถยับยั้งไม่ให้เม็ดเลือดขาวปล่อยไซโตไคน์ ออกมามากเกินไป ดังนั้นเมื่อไซโตไคน์น้อยลง ผู้ป่วยโควิด 19 ก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรงลดลง ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

เมื่อไวรัสโควิด19 เข้าภายในเซลล์ร่างกาย สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ไวรัสจะไปกระตุ้นให้เอนไซม์ PAK1 อยู่ในสภาวะที่ตื่นตัว ซึ่งไปจะไปลดการทำงานของภูมิคุ้มกันทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำลายไวรัสหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งเหตุนี้จะทำให้ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวน แพร่กระจายทำลายเซลล์มายิ่งขึ้น ทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด19 อาจมีอาการป่วยที่รุนแรงมากขึ้น

แต่ในงานวิจัยฉบับดังกล่าวมีรายงานว่าสารในโพรพอลิสสามารถช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ PAK1 ได้ และเมื่อเอนไซม์ PAK1 ไม่สามารถทำงานได้ จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาทำงานได้ตามปกติ

จากงานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่า ไวรัสโควิด 19 (Covid19) จะเข้าสู่เซลล์ได้โดยการจับกับ AEC2 และมี TMPRSS2 เป็นตัวช่วย และยังพบว่า “โพรพอลิส” สามารถไปขัดขวางไม่ให้ไวรัสจับกับ ACE2 อีกทั้งโพรพอลิสยังไปจัดการให้ TMPRSS2 หมดฤทธิ์ที่จะช่วยไวรัสเข้าสู่เซลล์ และยับยั้งกระบวนการอักเสบ ส่วนประโยชน์ของ “โพรพอลิส” ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังมีโอกาสติดโควิด 19 น้อยลง หรือหากติดเชื้อร่างกายก็ยังสามารถต่อสู้กับเชื้อโควิด19 และช่วยบรรเทาอาการป่วยโควิด19 ให้ลดลง ดร.กรกนก กล่าวสรุป

เวลเนส เอเซีย ต่อยอดงานวิจัย “โพรพอลิส” และช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด19 ภาคสนาม

ด้าน นายอรุณพร อนุกูลไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลเนส เอเซีย จำกัด ผู้นำด้านโภชนบำบัด เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนมานานกว่า 20 ปี เผยว่า ได้จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันจากสารสกัดโพรพอลิส และสารสกัดกระชายขาวและสมุนไพรอื่นๆ โดยได้รับความร่วมมือกับทีมวิจัยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และพัฒนานวัตกรรมด้วยเซลล์ หรือ Laboratory of Cell-Based Assays and Innovations (CBAI) ภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการทดสอบประสิทธิภาพของตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในการลดโอกาสและความเสี่ยงในการเข้าสู่เซลล์ร่างกายมนุษย์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 และความสามารถในการต้านการอักเสบของตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในเซลล์เยื่อบุปอดมนุษย์ ในห้องปฏิบัติการ จากผลการทดสอบในห้องทดลองพบว่าตัวอย่างผลิตภัณฑ์มีความสามารถในการลดการแสดงออกของยีน ACE2 และปริมาณโปรตีน ACE2 ซึ่งอาจมีความสามารถในการช่วยลดความเสี่ยงหรือโอกาสของ เชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่เซลล์ร่างกายมนุษย์ได้ อย่างมีนัยสำคัญ

นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทฯได้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการผสมผสานของสมุนไพรและสารธรรมชาติที่มีงานวิจัยรองรับอย่างโพรพอลิส สารสกัดกระชายขาว และสมุนไพรอื่นๆ ในรูปแบบของซอฟเจล และเม้าท์ สเปรย์ มาเสริมทัพ สร้างภูมิคุ้มกันรับมือกับโควิด 19 และได้จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยงโดยนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไปช่วยเหลือผู้ป่วยภาคสนาม ที่โรงงานไพฑูรย์กล่องกระดาษ จ.สมุทรสาคร นายอรุณพร กล่าวทิ้งท้าย

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามวีดีโอคลิปรายการงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโพรพอลิสและการติดตามผลการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด19 ภาคสนาม ตามลิงค์ที่แนบมานี้ https://youtu.be/31rQMEOtUqA