‘ไฮบริด ฟิตเนส’ เทรนด์คนรักสุขภาพยุคโควิด-19

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.
‘ไฮบริด ฟิตเนส’ เทรนด์คนรักสุขภาพยุคโควิด-19
สายฟิตเมืองไทยยังรอคอยการกลับไปออกกำลังกายในฟิตเนส ฟิตเนส เฟิรส์ท เผยเทรนด์คนรักสุขภาพยุคใหม่ ‘ไฮบริด ฟิตเนส’ พฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างโควิด-19

จากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ตั้งแต่ปี 2020 ทำให้เกิดมาตรการและข้อจำกัดต่างๆ มากมายในสังคม โดยรัฐบาลในแต่ละประเทศได้ออกข้อกำหนดหลายขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของไวรัส COVID-19 ภายในชุมชน ทำให้หลายธุรกิจต้องเร่งปรับตัวและเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต เพื่อให้ธุรกิจตัวเองอยู่รอดและผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนปกติโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามมีผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนรักการออกกำลังกายกว่า 4,000 คน ในฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และข้อจำกัดในการใช้ฟิตเนสคลับ ไม่สามารถหยุดยั้งความตั้งใจในการออกกำลังกายของพวกเขาได้ จึงเป็นที่มาของการหาทางเลือกใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทั้งการออกกำลังกายผ่านทางออนไลน์ หรือ การทำคลาสการออกกำลังกายเสมือนจริงมาทดแทนเพื่อที่จะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและรักษารูปร่างให้ดูดีควบคู่กันไป

“ไฮบริด ฟิตเนส” ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน

ธุรกิจฟิตเนส เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะเห็นได้จากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การออกกำลังกายได้มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งการเพิ่มโปรแกรมการออกกำลังกายผ่านทางแพล็ตฟอร์มออนไลน์ รวมไปถึงการทำคลาสการออกกำลังกายเสมือนจริง ซึ่งนำมาสู่การออกกำลังกายแบบผสมผสาน หรือ “ไฮบริด ฟิตเนส” คือการที่ผู้ออกกำลังกายผสมผสานทั้งการออกกำลังกายที่ฟิตเนสควบคู่ไปกับการเลือกออกกำลังกายได้จากที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป

ล่าสุด Evolution Wellness Group ผู้นำอันดับหนึ่งธุรกิจฟิตเนสคลับในเอเชีย เจ้าของแบรนด์ฟิตเนสชื่อดัง ได้แก่ ฟิตเนส เฟิรส์ท (Fitness First), เซเลบริตี้ ฟิตเนส (Celebrity Fitness), โกฟิต (GoFit), ชิ ฟิตเนส (Chi Fitness), ไฟเออร์ ฟิตเนส (Fire Fitness), และ ไฟฟ์ เอเลเม็นท์ส (Fivelements) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนต่อวิถีการออก

กำลังกายที่เปลี่ยนไป โดยทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่ชื่นชอบการออกกำลังกายกว่า 4,000 คน ในฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ ไทย ซึ่งโดยภาพรวมพบว่า จากการระบาดของ COVID-19 และข้อจำกัดในการใช้ฟิตเนสคลับ ไม่ได้เป็นสิ่งที่หยุดยั้งความตั้งใจในการออกกำลังกายของพวกเขาได้ โดยพวกเขายังคงหาทางเลือกรูปแบบใหม่ ทั้งการออกกำลังกายผ่านทางออนไลน์ หรือ การทำคลาสการออกกำลังกายเสมือนจริงมาทดแทนเพื่อที่จะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและรักษารูปร่างให้ดูดีควบคู่กันไป

โดยพบว่า 90% ของผู้คนมีความพยายามที่จะค้นหาวิธีการออกกำลังกายแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด โดย 39% ของผู้คนยังคงออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ และ 75% ของคนไทยที่ชื่นชอบการออกกำลังกายได้มีการเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายผ่านออนไลน์ เช่น คลาส LIVE ของฟิตเนส เฟิรส์ท ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของสมาชิก และยังคงดำเนินการในรูปแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะลดลงหรือหมดไป สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความต้องการการออกกำลังกายแบบไฮบริด จะอยู่กับผู้ที่รักการออกกำลังกายอย่างถาวร ดังนั้นผู้ให้บริการฟิตเนสจึงต้องคิดหาวิธีการตอบสนองความต้องการเหล่านี้รวมถึงความสามารถในการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพ

สายฟิตเมืองไทย ยังรอคอยการไปฟิตเนส

สำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายชาวไทย พบว่า การออกกำลังกายที่ฟิตเนสคลับยังเป็นสิ่งที่คนไทยรอคอยเนื่องด้วยข้อจำกัดต่างๆ ในการออกกำลังกายที่บ้านอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายได้เท่ากับการออกกำลังกายในฟิตเนสคลับ โดยพบว่า 51% รู้สึกไม่พอใจกับประสบการณ์การออกกำลังกายที่บ้านเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสม 48% ขาดแรงจูงใจ 40% ขาดสภาพแวดล้อมที่สร้างแรงจูงใจ ในขณะที่มีถึง 83% ที่พึงพอใจกับการออกกำลังกายในฟิตเนสคลับ และ 60% ให้ความเห็นว่าพวกเขาอดใจรอไม่ไหวที่จะกลับไปออกกำลังกายในฟิตเนสคลับและจะกลับไปทันทีที่สามารถทำได้

และจากผลการสำรวจยังพบว่า ความพึงพอใจในการออกกำลังกายช่วงระหว่างการปิดคลับลดลงเหลือ 61% จากเดิม 80% ในช่วงก่อนเกิดการระบาดของ COVID-19 ด้วยเหตุผลห้าอันดับแรก คือ 44% ขาดอุปกรณ์ออกกำลังกายที่บ้าน 42% ขาดแรงจูงใจหรือความเกียจคร้าน 37% ขาดบรรยากาศที่จูงใจ 35% ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกหรืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสม และ 26% พื้นที่ภายในบ้านไม่สะดวกแก่การออกกำลังกาย

ผู้คนยังคงตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจจากกระแส COVID-19 ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้คนหันมาสนใจการดูแลสุขภาพร่างกายมากยิ่งขึ้น ทำให้พบว่ามุมมองในการออกกำลังกายจากเดิมที่เป้าหมายจะเน้นเฉพาะบุคคล เช่น การลดน้ำหนัก การเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือการสร้างความแข็งแรงให้กับส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปรับเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น

ไซมอน ฟลินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Evolution Wellness Group ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสำรวจว่า “ผลสำรวจนี้ทำให้เรารู้ว่า ผู้คนยังคงตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ่งต่างๆ ต้องหยุดชะงักและพบกับข้อจำกัดมากมาย แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังพยายามที่จะรักษากิจวัตรการออกกำลังกายของตนไว้ โดยเราเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ กลับสู่สภาวะปกติ หลังจากมีการส่งมอบวัคซีนให้กับประชาชนส่วนใหญ่แล้ว สมาชิกส่วนใหญ่จะยังคงกลับมาใช้บริการฟิตเนสคลับเช่นเดิม และอาจมีสมาชิกบางส่วนที่มีรูปแบบการออกกำลังกายที่เปลี่ยนไปโดยจะเป็นการผสมผสานทั้งการออกกำลังกายในคลับและโซลูชั่นการออกกำลังกายที่บ้านควบคู่กันไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการออกกำลังกายของพวกเขามากขึ้น”