รู้จักสังคมไร้ควัน รับ ‘วันงดสูบบุหรี่โลก’

วันที่ 26 พ.ค. 2563 เวลา 16:30 น.
รู้จักสังคมไร้ควัน รับ ‘วันงดสูบบุหรี่โลก’
รู้หรือไม่ ปัจจุบันปัญหาการสูบบุหรี่ในเยาวชนเป็นอีกประเด็นที่สร้างความกังวลในสังคม จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครั้งที่ 18 พบว่ามีเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี จำนวนกว่า 4.5 แสนคนที่สูบบุหรี่ และมีร้านค้าเพียง 3% เท่านั้นที่ขอตรวจบัตรประชาชนของผู้ซื้อ

เป็นประจำทุกปีที่เราจะมี "วันงดสูบบุหรี่โลก หรือ World No Tobacco Day" ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม โดยคําขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2563 คือ "ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง" #เลิกสูบลดเสี่ยง สำหรับ วันงดสูบบุหรี่โลก เริ่มมีการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 เนื่องจากองค์การอนามัยโลกเล็งเห็นอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่ไม่สูบแต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เลิกสูบ และให้รัฐบาล ชุมชน และประชากรโลก ได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือนโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก

ล่าสุด ข้อมูลโดย บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) ในเครือของฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ หรือ PMI ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ประมาณการว่ามีผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ทั่วโลก ประมาณ 10.6 ล้านคนที่เลิกสูบบุหรี่และเปลี่ยนมาใช้ยาสูบแบบไม่เผาไหม้ (heated tobacco product) ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ในเมืองหลักและทั่วประเทศใน 53 แห่งทั่วโลก 

ฟิลลิป มอร์ริส ยังคงตะหนักว่าภัยจากบุหรี่และการบริโภคบุหรี่เป็นเรื่องสำคัญและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา บริษัทฯ รณรงค์และสนับสนุนการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ โดยเน้นย้ำพันธมิตรร้านค้าเรื่องการไม่ขายบุหรี่ให้เยาวชน เชื่อกฎระเบียบที่เหมาะสมและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท รวมถึงผลิตภัณฑ์ไร้ควัน จะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับบุหรี่ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสูบบุหรี่ในเยาวชน

“วันที่ 31 พ.ค. ของทุกปีเป็นวันรณรงค์งดสูบบุหรี่โลก ซึ่งในปีนี้องค์การอนามัยโลกกำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “ปกป้องเยาวชนจากกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบและป้องกันการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบและการใช้นิโคติน” ซึ่งเราเองทำการตลาดและการขายด้วยความรับผิดชอบอย่างจริงจังมาโดยตลอด” เจอรัลด์ มาร์โกลีส กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“PMTT”) กล่าว

ปัญหาการสูบบุหรี่ในเยาวชนเป็นอีกประเด็นที่สร้างความกังวลในสังคม จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ปี 2560 พบว่ามีเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปีจำนวนกว่า 4.5 แสนคนที่สูบบุหรี่ และมีร้านค้าเพียง 3% เท่านั้นที่ขอตรวจบัตรประชาชนของผู้ซื้อ

มาร์โกลีส เผยว่า เราเชื่อมั่นอย่างมากว่าเด็กและเยาวชนไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่มีส่วนประกอบของนิโคติน และเราไม่ทำการตลาดผลิตภัณฑ์ของเรากับเยาวชน ตรงกันข้าม เราทำงานเชิงรุกร่วมกับร้านค้าต่างๆ ที่เป็นคู่ค้ากับเราในการป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ได้ ตั้งแต่ปี 2562 เราเริ่มทำโครงการ “ปกป้องเยาวชนจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ (Youth Access Prevention Program )” ซึ่งเป็นแคมเปญสร้างความตระหนักและอบรมให้ความรู้แก่ร้านค้าในเครือข่ายของเรากว่า 110,000 ร้าน โดยแคมเปญได้ให้ความรู้ในการปกป้องเยาวชนจากการเข้าถึงบุหรี่ และเน้นย้ำให้ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงอายุของผู้ซื้อบุหรี่หากไม่แน่ใจว่าอายุมากกว่า 20 ปีหรือไม่

นอกจากนี้ เรายังแก้ไขปรับปรุงสัญญากับคู่ค้าโมเดิร์นเทรด ซึ่งครอบคลุมร้านค้ากว่า 16,000 ร้านทั่วประเทศ โดยเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดการเข้าถึงของเยาวชนเข้าไปด้วย เราเชื่อว่าปัญหาการเข้าถึงของเยาวชนและภัยจากบุหรี่เป็นเรื่องสำคัญ และความมือของอุตสาหกรรมยาสูบ ร้านค้า ร่วมกับมาตรการควบคุมที่เหมาะสมและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดของภาครัฐ จะช่วยแก้ปัญหาการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับปัญหาความอันตรายของบุหรี่ซิกาแรต ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ทราบว่าการเผาไหม้คือปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่นิโคตินอย่างที่เข้าใจผิดกัน เพราะการเผาไหม้ก่อให้เกิดสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งผู้สูบและสังคมรอบข้าง เราสื่อสารอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูบบุหรี่คือการเลิกบุหรี่อย่างถาวร หรือการไม่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีผู้สูบบุหรี่ผู้ใหญ่ที่เลือกจะสูบบุหรี่ต่อไปอีกราว 10.7 ล้านคน และเราเชื่อว่าพวกเราเหล่านี้ควรมีทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่

"เราจึงเชื่อว่ารัฐบาลควรควบคุมผลิตภัณฑ์ไร้ควันที่มีนิโคตินอย่างเหมาะสม แทนที่จะห้ามการขายหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่อยู่ในปัจจุบัน เป็นที่น่าเสียดายที่การห้ามนำเข้าทุกวันนี้ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้หมดไปจากในประเทศ รวมถึงไม่สามารถจำกัดการเข้าถึงของเยาวชนได้ เราจึงอยากเห็นกฎระเบียบที่เหมาะสมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างสมดุลในการป้องกันเยาวชน ในขณะที่เปิดโอกาสให้ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ได้มีทางเลือกที่ดีกว่า" เจอรัลด์ กล่าวปิดท้าย