แรงบันดาลใจในสายฝน ‘นายสองสามก้าว’

  • วันที่ 09 มิ.ย. 2561 เวลา 11:25 น.

แรงบันดาลใจในสายฝน ‘นายสองสามก้าว’

โดย  รอนแรม ภาพ : นายสองสามก้าว

เพราะการเดินทางสร้างแรงบันดาลใจ คือ คำตอบว่าทำไม “นายสองสามก้าว” ถึงสะพายเป้และสวมหมวกคู่ใจขึ้นเหนือล่องใต้ไม่หยุดหย่อน โดยเขาได้ส่งแรงบันดาลใจต่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก นายสองสามก้าว / A Life, A Traveller และเว็บไซต์ www.alifeatraveller.com เล่าประสบการณ์และข้อมูลการเดินทางให้ไปตามรอย

อย่างฤดูฝนเช่นนี้ เขาแนะนำให้ไปสัมผัสธรรมชาติเขียวชอุ่มที่แพร่และน่าน สองจังหวัดในภาคเหนือที่มีอุทยานแห่งชาติรวมกันถึง 10 แห่ง อันสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

“ส่วนใหญ่คนไทยจะคิดว่าต้องไปเที่ยวภาคเหนือแค่หน้าหนาวเท่านั้น แต่ถ้าใครเป็นสายลุย สายเดินป่าขึ้นเขา ต้องไปเหนือหน้าฝน เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสีเขียว ป่าไม้ แม่น้ำ ล้วนสดชื่น ในตอนเช้าเห็นหมอก ตอนกลางคืนเห็นดาว ดังนั้นสำหรับผมพอเห็นว่าฝนเริ่มตกเมื่อไร นั่นหมายความว่าผมต้องเก็บกระเป๋าขึ้นเหนือแล้ว”

นายสองสามก้าวแนะนำแหล่งธรรมชาติในดวงใจ อย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน เพราะนอกจากอุทยานฯ จะมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งถนนหนทาง ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงามและทะเลหมอกที่สุดประทับใจ นอกจากนี้เขายังแบ่งปันประสบการณ์เที่ยวหน้าฝนให้ฟังว่า

“ปีที่แล้วผมไปเดินป่าที่ภูเข้ สถานที่ที่คนน่านเองก็ยังไม่ค่อยรู้จัก ภูเข้อยู่บริเวณพรมแดนไทยและลาว ซึ่งมีความลำบากทั้งการเดินและเส้นทาง จากตัวเมืองปัวต้องไปทางบ่อเกลือ เฉลิมพระเกียรติ ถนนที่ขึ้นชื่อเรื่องความคดเคี้ยวไปตามภูเขา แค่เดินทางไปถึงตีนภูก็ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงแล้ว

จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีก 5-6 ชั่วโมงเพื่อไปภูเข้และกางเต็นท์ค้างแรมบนนั้น ซึ่งแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน สุดท้ายธรรมชาติก็ทำให้ทุกอย่างคุ้มค่าเสมอ”

นักเดินทางสายลุยยังกล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่อยากเดินป่าหน้าฝนอย่างแรกที่ต้องเตรียมคือ เตรียมตัว

“เพราะต้องยอมรับว่าการเดินป่าหน้าฝนหนักกว่าหน้าอื่น เพราะต้องเจอฝน เจอสัตว์หรือแมลงที่มากับน้ำ เส้นทางที่ลื่นเละกว่าจึงทำให้เหนื่อยกว่าเดิม รวมไปถึงยา เสื้อผ้า และอุปกรณ์กันน้ำต่างๆ”

นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือเตรียมใจ เพราะต้องเจอกับสภาพที่โหดกว่าฤดูกาลอื่นแน่นอน

“ความโหดนี่แหละที่ทำให้หลายคนพลาดสิ่งที่ดีที่สุดไป บางคนกลัวทาก กลัวเปียก กลัวลำบาก ทำให้พลาดธรรมชาติที่สดชื่นกว่า และเมื่อเราขึ้นไปอยู่บนปลายทางนั้นแล้ว เวลาหายใจมันสดชื่นและบริสุทธิ์กว่าฤดูอื่นจริงๆ ใครที่อยากรู้ว่ากลิ่นดินกลิ่นป่าเป็นอย่างไร ป่าหน้าฝนจะให้คำตอบนั้นได้ รวมไปถึงกลิ่นหมอก กลิ่นฝน ที่จะสูดเข้าไปชโลมใจจนลืมเรื่องวุ่นวายไปหมดสิ้น” ติดตามก้าวต่อไปของนักเดินทางสายลุยคนนี้ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก นายสองสามก้าว / A Life, A Traveller

ไม่แน่ว่าฝนนี้ของคุณอาจไม่เหมือนเดิม... 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ