พุทธิ เตียสุวรรณ์ ไตรกีฬาเฉียดตาย

วันที่ 26 ก.พ. 2560 เวลา 09:19 น.
พุทธิ เตียสุวรรณ์ ไตรกีฬาเฉียดตาย
โดย...อณุสรา  ทองอุไร ภาพ   ทวีชัย  ธวัชปกรณ์

กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ล้วนเป็นคำกล่าวที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของกีฬาแทบทั้งสิ้น แต่จะอย่างไรก็ตาม ในโลกนี้ไม่ว่าอะไรก็ตามทุกอย่างล้วนมี 2 ด้านเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเจอด้านไหนก่อน แล้วด้านไหนดีมาก ด้านไหนดีน้อยกว่า ก็ขึ้นอยู่กับความระมัดระวังของแต่ละคนอีกด้วย เช่น กับเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้ พุทธิ เตียสุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เฮิร์บ พลัส ผู้ผลิตอาหารเสริมและร้านอาหารแนวสุขภาพกรีนลีฟ เขาจบปริญญาตรีที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ และปริญญาโททางด้านบริหารจากสหรัฐอเมริกา จบมาก็มาช่วยธุรกิจของที่บ้าน

แม้จะเป็นผู้บริหารที่งานยุ่งหลายสิ่งอย่าง แต่เขาก็ยังแบ่งเวลาไว้สำหรับเพื่อการออกกำลังกายอย่างมีวินัยด้วยการเล่นไตรกีฬามาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อของเขาที่ท่านชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาก่อน ตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่นก็วิ่งกับคุณพ่อบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้จริงจังมากนักในตอนนั้น เพราะตอนที่เป็นเด็กจนถึงวัยรุ่นเขาค่อนข้างเจ้าเนื้อ น้ำหนักขึ้นไปมากถึง 100 กิโลกรัม แล้วจึงเริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่งจนน้ำหนักลดไป 30 กว่ากิโลกรัม หลังจากนั้นน้ำหนักก็อยู่ตัว น้ำหนักคงที่แล้วไม่ขึ้นอีกเลย

 

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มติดใจจากวิ่งอย่างเดียว เขาก็พัฒนาความท้าทายของตัวเองไปสู่การเล่นไตรกีฬาเมื่อ 2 ปีกว่าๆ มานี้ และเริ่มเล่นอย่างจริงจัง เขาลงเกือบทุกสนามใหญ่ๆ ที่มีการจัดแข่งในประเทศไทย ทุกภาคของประเทศ ที่จัดบ่อยๆ ก็จะมีที่พัทยา ชลบุรี หัวหิน สัตหีบ ชะอำ ซึ่งการลงแข่งทุกครั้งถือเป็นความท้าทาย เริ่มจากว่าย วิ่ง ปั่น

แต่ละสนามก็มักจะมีเรื่องตื่นเต้นเร้าใจ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ให้ได้ลุ้นกันอยู่เสมอ เริ่มจากเรื่องเบาๆ แต่ถึงกับเลือดตกยางออก ในทริปการแข่งขันที่ชะอำ วันนั้นเป็นการแข่งสนามใหญ่มีคนเข้าร่วมแข่งเป็นจำนวนมากหลายพันคน ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาก็เคยไปซ้อมวิ่งที่ชะอำมาก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

จนกระทั่งก่อนวันแข่งขัน 1 วัน ก็มีการเตือนกันว่ามีแมงกะพรุนเข้ามาที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีคนกว้านซื้อน้ำส้มสายชูจากตลาดแถวนั้นจนหมดเกลี้ยง (เวลาเจอแมงกะพรุนให้รีบราดด้วยน้ำส้มสายชูอาการเจ็บแสบจะทุเลาลงได้) แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่คิดว่าจะซีเรียสขนาดนั้น

พอถึงวันแข่งขันจริง ปรากฏว่ามันมาเยอะเกินกว่าที่คาดคิด คนที่ลงไปก่อนหน้านั้นว่ายก่อนก็มีเสียงร้องกัน ผู้หญิงก็มีเสียงกรี๊ดกร๊าด ตอนแรกเราคิดว่าไม่ซีเรียส คิดว่าพวกสาวๆ เขาอาจจะโอเวอร์แอ็กชั่นกันเกินไป สักพักผู้ชายก็ร้องโอ๊ะโอ้ยกันหลายคน บางคนไม่แข่งต่อ เรียกเจ้าหน้าที่ที่ลอยเรือรักษาความปลอดภัยให้พาขึ้นฝั่งไปเลย เราก็เริ่มคิด อ้าวเว้ยงั้นซีเรียสแล้วเนี่ย แต่เมื่อไปแล้วก็ต้องลุยก็ลง ปรากฏว่าว่ายไปสักพักโดนเลยครับ เป็นแมงกะพรุนไฟ พอโดนตัวเรานี่เหมือนมีดโกนบาดที่แขน แต่เราก็ฝืนว่ายต่อไป คิดว่าว่ายไปก่อน ก็โดนทั้งแขนขวาแขนซ้าย 90 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ลงไปว่ายโดนกันทุกคน บางคนแพ้มากหน้าบวมปากเจ่อเพราะโดนที่หน้า ตอนแรกว่าจะฝืนว่ายต่อ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตนเองจะแพ้มากหรือน้อยเพียงใด เลยไม่เสี่ยงว่ายต่อจนจบ เลยกลับเข้าฝั่งดีกว่า

 

เนื่องจากพิษของมันจะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน คัน มีอาการไหม้คล้ายแผลถูกน้ำร้อนลวก อาจพบผื่นมีลักษณะเป็นเส้นๆ เป็นแนวยาว เมื่อได้รับการรักษาจะดีขึ้น บางรายเกิดผื่นสีดำคล้ำ และค่อยๆ จางลง แต่บางรายเกิดอาการคันอย่างมาก ผู้ป่วยบางรายเกาจนเป็นแผลนูน บางรายผื่นโตมากจนมีลักษณะคล้ายคีลอยด์ (Keloid) นอกจากนั้นในรายที่แมงกะพรุนไฟได้ปล่อยพิษออกมา อาจจะปวดมากจนหมดสติถึงขั้นจมน้ำตายได้ พบว่านอกจากอาการปวดบริเวณที่สัมผัสกับแมงกะพรุนแล้ว บางครั้งยังเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว กล้ามเนื้อแข็งเกร็งด้วย จริงๆ แล้วแมงกะพรุนไฟพบได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูฝน โดยเฉพาะฤดูฝนมักพบหลังฝนตกใหม่ๆ

เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟแล้วต้องรีบรักษา โดยใช้น้ำส้มสายชูเทราดตรงบริเวณที่ถูกแมงกะพรุนไฟเพื่อทำลายพิษ อาจใช้ผักบุ้งทะเล หรือใช้น้ำทะเลล้างทำลายพิษ โปรดอย่าใช้น้ำจืดหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้กระเปาะพิษแตก ตามหลักการของออสโมซิส ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อจะได้ทำการรักษาโดยฉีดยาแก้แพ้ ยาแก้คัน ยาฉีดกันบาดทะยัก บางรายอาจต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ถ้าเริ่มมีแผลเป็นนูนหนาอาจต้องฉีดสเตียรอยด์เข้าบริเวณใต้ผื่น

 

จนในที่สุดหลายคนว่ายกลับเข้าฝั่งไม่ไปต่อ เขาเองก็เลยวกกลับ พอขึ้นมาก็เป็นแผลเป็นแดงเป็นปื้น มีแผลปูดขึ้นมา เริ่มแสบเนื้อเริ่มตาย สักพักเนื้อด้านบนของแผลหายไปเลย เขาต้องใช้เวลารักษาแผลโดนแมงกะพรุนไฟอยู่ 4 เดือนจนแผลแห้ง แต่ร่องรอยของแผลเป็นยังไม่จางหาย กลายเป็นแผลเป็นที่เห็นชัดเจนมาก ซึ่งตอนนั้นเป็นการลงแข่งไตรกีฬาครั้งที่ 5 ในปีที่ 2 ของเขาที่เริ่มเล่นไตรกีฬา ก็แขยงๆ ไปเลย แต่ก็ไม่เลิก เขาคงเล่นต่อไป แม้รักษาแผลจนหายดี แต่ร่องรอยของแผลยังคงอยู่จนบัดนี้

ทำให้เขาได้บทเรียนเลยว่าควรต้องระมัดระวังตัวเองด้วยการใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวสำหรับว่ายน้ำโดยเฉพาะเพื่อเป็นการเซฟตี้ตัวเองเบื้องต้น เพราะคำว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอ มีหลายเหตุที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์และป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์

 

ส่วนเหตุการณ์ระทึกใจไม่มีวันลืมครั้งที่สองจากการแข่งไตรกีฬาของเขาก็คือ การไปแข่งที่จังหวัดหนึ่ง เป็นการแข่งในบ่อน้ำขนาดใหญ่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งระบบการจัดการไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะมีนักกีฬาเข้าแข่งจำนวนมาก แล้วสระน้ำไม่ได้ใหญ่เหมือนแม่น้ำจริงๆ เขาปล่อยตัวเป็นกลุ่มๆ (จากปกติทั่วไปเขาจะปล่อยทีละ 3-4 คน)

พุทธิ เล่าว่า พอสระไม่ใหญ่โตมากนัก แล้วคนแน่น เขาปล่อยเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ปรากฏว่าคนก็เลยเบียดเสียดกัน คนว่ายอยู่ข้างหน้าถ้าว่ายช้าคนข้างหลังก็ว่ายตามมาทันแล้วก็เบียดซ้อนกันเหยียบกันจนเป็นสาเหตุให้มีคนเสียชีวิต “ก็มีคนบ่นว่ามันเบียดดันมากเกินไป แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งการแข่งใกล้จบ มีจักรยานเหลืออยู่ ไม่มีคนไปรับจักรยานหลังจากว่ายน้ำเสร็จ ต้องไปปั่นต่อ อ้าว!! จักรยานทำไมเหลือ เลยไล่เช็กชื่อว่ามีใครไม่มารับ ปรากฏว่ามีผู้ชายวัย 40 กว่าปีหายไปหนึ่งคน พอเขารู้ว่ามีคนหายก็รีบหากันก็พบช่วยไม่ทัน เดากันว่าคงเป็นตะคริวแล้วจมไปเลย ไม่มีใครทันเห็น ก็รู้สึกแย่กันไปทุกคน เพราะไม่มีใครอยากจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา”

 

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์เลยว่า การไปแข่งขันกีฬาใดๆ ก็ตาม ควรจะมีเพื่อนไปด้วย  เนื่องจากหากเราหายไปเพื่อนก็จะรู้แบบมีคู่หูประกบกันไป เกิดอะไรขึ้นจะรู้ตัวและช่วยกันทัน ถ้าวันนั้นชายคนนั้นเขามีเพื่อนไปด้วยถ้าว่ายประกบคู่กันไปใกล้ๆ กันจะเห็นถึงความผิดสังเกตว่า เอ๊ะ ทำไมเพื่อนเรายังไม่ตามมา ไม่ใช่จนกระทั่งการแข่งขันใกล้จะจบแล้วถึงได้รู้ว่าจักรยานทำไมเหลือ

“หลังจากนั้นผมไม่เคยไปแข่งคนเดียว จะมีเพื่อนไปเป็นกลุ่ม หรือบางครั้งคุณพ่อก็ไปเป็นเพื่อน เราก็ต้องดูแลตัวเองให้มากที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้มากพอที่จะมาดูแลหรืออำนวยความสะดวกเราได้ทันท่วงที ป้องกันดีกว่าแก้ไข เพราะไม่ว่าจะระมัดระวังอย่างไร มันก็ไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ” เขาให้ข้อคิด

 

แต่ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์หวาดเสียวมากน้อยจนลืมไม่ลงอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่เคยคิดจะเลิกล้มหรือกลัวจนไม่อยากเล่น จากเรื่องลืมไม่ลงที่ผ่านมา ทำให้เขามีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เซฟตัวเองให้มากขึ้น จัดเตรียมอุปกรณ์ให้มีความพร้อมที่สุด เตรียมตัวฝึกซ้อมให้มาก ให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ก่อนลงแข่งขันทุกครั้งจะซ้อมให้แรงกำลังอยู่ตัว

“การฝึกซ้อมนี่ต้องมีตลอด ผมต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ วิ่งบ้าง ว่ายน้ำบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง เข้าฟิตเนสบ้าง ถ้าใกล้ๆ ลงแข่งนี่ต้องสัปดาห์ละ 4-5 วันกันเลย ต้องทำตัวเองให้พร้อมที่สุด เพราะถ้ายิ่งมีความพร้อมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ก่อนแข่ง 2-3 วันต้องพัก กินให้อิ่ม นอนให้หลับ” เขาให้ข้อคิด

สำหรับปีนี้เขามีโครงการลงแข่งอีก 3 ครั้ง โดยสนามใหญ่สุดเขาจะไปแข่งวิ่งไตรกีฬาที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสนามใหญ่ที่มีความท้าทายสูงมาก ต้องจองผ่านเอเยนซีเพราะรับจำนวนน้อย มีคนจากทั่วโลกต้องการเข้าสมัครมาก มีการแข่งในทั้งทางเรียบและทางขรุขระหลากหลายมาก

 

 

 

 

 

 

บทความแนะนำ