เลือกลงทุนในกองทุนรวม

วันที่ 02 ม.ค. 2559 เวลา 11:53 น.
เลือกลงทุนในกองทุนรวม
โดย...

ในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นซบเซา อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารต่ำ หากมนุษย์เงินเดือนต้องการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจากเงินฝากและมีมืออาชีพบริหารจัดการให้ ต้องเลือกลงทุนในกองทุนรวม

โสดทางเลือกลงทุนมาก

สำหรับคนโสดสามารถเสี่ยงลงทุนได้มากกว่าคนวัยเกษียณ จึงมีทางเลือกสำหรับลงทุนในกองทุนหลายประเภทดังนี้

กองทุนรวมที่เสนอขายในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ประเภทแรก แบ่งตามลักษณะการซื้อขายหน่วยลงทุน แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ กองทุนปิดและกองทุนเปิด

ประเภทที่สอง แบ่งตามนโยบายการลงทุน แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ โดยลักษณะแรก คือ กองทุนรวมทั่วไป ซึ่งจะมีนโยบายการลงทุนอยู่ 3 แบบ คือ แบบที่ 1 กองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งจะมีนโยบายการลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของทรัพย์สินสุทธิ แบบที่ 2 กองทุนรวมตราสารหนี้ จะเป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในตราสารหนี้ประเภทตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ภาคเอกชน แบบที่ 3 กองทุนรวมผสม คือ กองทุนรวมที่เป็นการผสมผสานระหว่างตราสารทุนกับตราสารหนี้

ลักษณะที่ 2 คือ กองทุนรวมพิเศษ ซึ่งกองทุนรวมลักษณะนี้จะมีพื้นฐานมาจากกองทุนรวมทั่วไป แต่จะมีการเพิ่มลักษณะเฉพาะบางอย่างเข้าไปในนโยบายการลงทุน โดยบางกองทุนก็จะมีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น

กองทุนรวมตลาดเงินจะเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น การลงทุนในเงินฝาก การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งจะมีอายุของตราสารหนี้ไม่เกิน 1 ปี แต่จะมีสภาพคล่องสูง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนนั้นสามารถซื้อหรือขายหน่วยลงทุนได้ทุกวัน

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะมีนโยบายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า อพาร์ตเมนต์ต่างๆ หรือการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ โดยกองทุนรวมนั้นก็จะหาผลประโยชน์ได้จากรายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) หรือกองทุนรวมอาร์เอ็มเอฟ จะเป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการจะลงทุนนั้นสามารถออมเงินไว้ใช้หลังการเกษียณอายุ หากผู้ลงทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนที่กรมสรรพากรกำหนด ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) หรือกองทุนรวมแอลทีเอฟ กองทุนรวมนี้จะมีนโยบายการลงทุนในหุ้น และจะต้องเป็นการลงทุนระยะยาว โดยภาครัฐก็อนุมัติให้ผู้ลงทุนในกองทุนรวมแอลทีเอฟ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากผู้ลงทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดเช่นเดียวกับกองทุนรวมอาร์เอ็มเอฟ

 

เตรียมเกษียณด้วยอาร์เอ็มเอฟ

อาร์เอ็มเอฟนั้นมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ลงทุนได้มีการออมเงินไว้ใช้เมื่อเกษียณอายุ โดยแนวคิดนี้มาจากทฤษฎี 3 เสาหลักของธนาคารโลก ซึ่งระบุว่า ประชาชนจะต้องสร้างหลักประกันให้กับตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากในวัยที่เกษียณอายุแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลานและไม่เป็นภาระของภาครัฐ โดย 3 เสาหลักนี้ ได้แก่ เสาหลักที่ 1 คือ ระบบสวัสดิการสังคม เสาหลักที่ 2 คือ การออมภาคบังคับ เสาหลักที่ 3 คือ การออมภาคสมัครใจ

สำหรับผู้ประกอบอาชีพที่อยู่ในภาคเอกชนของประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีกองทุนประกันสังคมที่เป็นเสาหลักที่ 1 แต่ยังไม่มีการออมภาคบังคับซึ่งเป็นเสาหลักที่ 2 จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับเสาหลักที่ 3 ที่เป็นกองทุนรวมภาคสมัครใจ โดยกองทุนรวมภาคสมัครใจนี้จะจัดตั้งในรูปแบบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นกองทุนที่นายจ้างกับลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นแต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็จะมีข้อจำกัดว่าลูกจ้างจะไม่สามารถออมมากกว่านายจ้างได้ หรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น นักประพันธ์ ชาวนา ชาวสวน ก็ไม่มีโอกาสจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ ดังนั้น การลงทุนผ่านกองทุนรวมอาร์เอ็มเอฟและแอลทีเอฟ จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถสร้างความปลอดภัยทางสังคมให้กับตัวเองในวัยเกษียณได้ในระดับหนึ่ง

การพิจารณาระดับความเสี่ยงของแต่ละกองทุนนั้น จะพิจารณาจากนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมว่านำเงินลงทุนส่วนใหญ่นั้นไปลงทุนในตราสารการเงินประเภทใด ถ้าเน้นการลงทุนในตราสารทุนก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนื้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่า หรือหากเป็นการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นหุ้นกู้ภาคเอกชน ก็จะมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐ