12 พฤติกรรมทำแล้วจิตเสีย

วันที่ 16 ส.ค. 2558 เวลา 12:34 น.
12 พฤติกรรมทำแล้วจิตเสีย
โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เว็บไซต์ health.com เผยข้อมูลด้านสุขภาพจิตเกี่ยวกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน 12 ข้อ ที่ทำให้คุณสุขภาพจิตเสียโดยไม่รู้ตัว

1. เดินตัวงอ อ้างอิงจากวารสารที่ศึกษาพฤติกรรมและกายภาพของมนุษย์ พบว่า คนที่เดินหลังงอ ห่อไหล่ และก้าวถี่ๆ จะอารมณ์เสียง่ายกว่าคนที่เดินอกผายไหล่ผึ่งและก้าวยาว นอกจากนี้คนประเภทแรกยังจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีและมักพูดเรื่องซีเรียส

2. ถ่ายภาพทุกอย่าง คนชอบแชะฟังทางนี้ มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จิตวิทยาออกมาว่า การถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เราจดจำสิ่งเหล่านั้นได้น้อยลงถ้าเทียบคนที่โฟกัสสิ่งที่กำลังมอง ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้น (ไม่ได้ห้ามถ่ายภาพ) และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมเพื่อดื่มด่ำความสุข ณ ขณะนั้นมากกว่าถ่ายภาพเสร็จแล้วจากไป

3. ประเมินตัวเองต่ำไป จากการศึกษาพบว่า 35% ของลูกจ้างชาวอเมริกันถูกกดขี่ข่มเหงจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำให้คุณหมดความภาคภูมิใจและขาดความเคารพในตัวเอง ส่งผลให้ไม่อยากไปทำงานและทำให้ผลของงานมีประสิทธิภาพน้อยลง วิธีการแก้ไขในระยะยาวควรปรึกษาจิตแพทย์และเปลี่ยนทัศนคติให้เคารพตัวเองมากขึ้น

4. ไม่ออกกำลังกาย ข้อมูลจากสถาบันจิตเวชศาสตร์ JAMA Psychiatry เผยว่า ถ้าคุณออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์คุณจะมีความเสี่ยงเครียดน้อยลง 19% อาจเริ่มจากสิ่งง่ายๆ เช่น การเดินขึ้นลงบันได การเดินระยะสั้นๆ ก็จะทำให้ชีวิตแอ็กทีฟและความหดหู่ก็จะน้อยลง

5. ผัดวันประกันพรุ่ง หลายคนคงเคยเป็นทั้งนั้นการผัดวันประกันพรุ่ง แต่หากคุณไม่อยากทำทันทีเพราะงานนั้นทำให้กังวลใจ หรือคุณกลัวที่จะทำได้ไม่ดีพอ การผัดวันประกันพรุ่งจะยิ่งทำให้คุณจิตเสีย ดังนั้นจึงควรลบความเครียดนั้นโดยการฟังเพลง ออกไปเล่นหรือทำกิจกรรมที่ทำให้หัวเราะ เมื่อกังวลน้อยลงแล้วจะได้มีใจอยากทำงานมากขึ้น

6. ความสัมพันธ์เป็นพิษ บางครั้งความเครียดหรือความวิตกกังวลต่างๆ อาจเกิดเพราะความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจะทำให้คุณกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว และคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอ ดังนั้นคุณควรหมั่นสอบถามคนใกล้ชิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปไหม เปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อที่จะแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดี

7. เครียดเกินไป มีการวิจัยมากมายชี้ว่า การหัวเราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งบ้างก็ว่าเป็นยาที่รักษาความเครียดได้เร็วที่สุด จึงสำคัญอย่างยิ่งที่คุณต้องมีอารมณ์ขัน หรืออยู่กับคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ หรือไม่คุณควรหาโอกาสเป็นอาสาสมัครกับเด็กๆ เพราะรอยยิ้มและการกระทำของเด็กน้อยจะทำให้คุณยิ้มได้เสมอ

8. นอนหลับไม่สนิท นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยบาสเตีย (Bastyr University)สหรัฐ กล่าวว่า การนอนหลับส่งผลต่อทุกอย่างเพราะการนอนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ฟื้นฟูและพักผ่อนดีที่สุด ดังนั้นถ้าคุณกำลังประสบปัญหานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ต้องหาสาเหตุนั้นแล้วแก้ไขมัน อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่ดีก็มีผลต่อประสิทธิภาพในการนอนด้วย

9. ไม่เคยอยู่คนเดียว หากในหนึ่งวันคุณใช้ชีวิตอยู่กับผู้อื่นตลอดไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกๆ หรือคู่ชีวิต คุณอาจมีความสุขที่ได้อยู่กับพวกเขา แต่อย่างไรก็ควรหาเวลาอยู่กับตัวเองบ้างสัก 10 นาที หรือ 1 วัน เพื่อคุยกับตัวเอง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

10. แชตไม่ใช่การคุย “การคุยผ่านเฟซบุ๊กเป็นเพียงความบันเทิงเท่านั้น” เคลย์ (DiedraL. Clay) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยบาสเตียกล่าวไว้ เธอยังกล่าวด้วยว่า บนโซเชียลมีเดียไม่มีบทสนทนาที่แท้จริง แต่มันคือการติดต่อสื่อสารเทียมที่ไม่สามารถสร้างประสบการณ์ร่วมหรือความรู้สึกร่วมกันได้ “ในที่สุดแล้วตัวเลขคนติดตามในเฟซบุ๊กไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่เพื่อนในชีวิตจริงต่างหากที่สำคัญ” เธอจึงแนะให้ทุกคนพูดคุยกับคนอื่นแบบเห็นหน้ากัน ไม่เพียงจะได้สนทนาโดยตรง แต่ยังสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน

11. ติดมือถือ คุณจำได้หรือไม่ว่าคุณอยู่โดยไม่มีมือถือครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่แปลกที่จะจำไม่ได้ เพราะสมัยนี้มันคือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่นั่นคือสัญญาณที่ทำให้คุณเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะข่าวสารจากสมาร์ทโฟนทำให้คุณต้องคิดตลอดเวลาซึ่งทำให้สมองและจิตใจไม่ได้พักผ่อนแม้ว่าตอนนั้นคุณจะว่างอยู่ก็ตาม

12. ทำหลายอย่างพร้อมกัน ขณะที่กำลังกินข้าว อีกมือก็เลื่อนดูเฟซบุ๊ก และตอบไลน์เพื่อนในเวลาเดียวกันการทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน บางคนอาจคิดว่าดี แต่มีการศึกษาทางจิตวิทยาออกมาแล้วว่า การทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันทำให้ไม่ดีเลยสักอย่าง แถมยังทำให้เครียดวิตกกังวล และอาจทำให้การสื่อสารผิดพลาดบ่อยๆ ดังนั้นแล้วคุณควรตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของงานและสุขภาพจิตที่ดีของตัวเอง

ทั้ง 12 พฤติกรรมที่กล่าวมาลองนำไปเช็กตัวเองดูว่าตรงหรือไม่อย่างไร ถ้าหากพบแล้วควรรีบแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นตัวคุณอาจเป็นระเบิดเวลาจุดชนวนประสาทโดยไม่รู้ตัว