แนะเปิดเสรีส่งข้อมูลข้ามแดน

  • วันที่ 06 ก.ย. 2561 เวลา 13:20 น.

แนะเปิดเสรีส่งข้อมูลข้ามแดน

โพสต์ทูเดย์ - สมาคมจีเอสเอ็ม ชี้หนุนอาเซียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล หลังดันจีดีพีโลกโต 10% มูลค่ากว่า 91.62 ล้านล้าน ในทศวรรษที่ผ่านมา

นายบอริส วอยแทน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) เปิดเผยว่า รายงานของสมาคมล่าสุดพบว่าการไหลเวียนของข้อมูลข้ามพรมแดนมีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีของโลกเติบโตขึ้นราว 10% และคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 91.62 ล้านล้านบาทของโลก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าตัวเลขของการค้าผลิตภัณฑ์ทั่วโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโต มาจากธุรกิจความสามารถในการโอน จัดเก็บและประมวลผล เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการทำการค้า ธุรกิจด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มและบริการใหม่ๆ ขณะที่เอเชียแปซิฟิกแม้ว่าจะมีพัฒนาที่ดีในเรื่องของการกำหนดกรอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถปกป้องผู้บริโภคได้ดี แต่การส่งผ่านข้อมูลข้ามพรมแดน ยังมีกฎหมายแต่ละประเทศกีดขวางการขยายตัวทางการค้า

ขณะที่รายงานระบุว่า ประเทศในเอเชียแปซิฟิกควรสร้างการเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการปล่อยข้อมูลส่งข้ามพรมแดนร่วมกัน เพื่อช่วยให้เกิดการไหลของข้อมูลข้ามพรมแดน เพราะมองว่าการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดขึ้นเองแต่ละประเทศ จะควบคุมการใช้ข้อมูลของประชากรในประเทศนั้นๆ จะตีกรอบจำกัดขีดความสามารถขององค์กรต่างๆ ในเอเชีย

“ปีหน้าไทยจะเป็นประธานอาเซียนต่อจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งระบุว่าไทยควรนำวาระดังกล่าวหารือในระดับภูมิภาค เพราะการเปิดเสรีข้อมูลส่งข้ามพรมแดน ในอาเซียนยังไม่มีการกำหนดกรอบของแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน มีเพียงแต่กรอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมองว่าการปล่อยข้อมูลข้ามแดนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลให้ขยายตัว อาทิ ไอโอที การใช้คลาวด์ การก้าวสู่ 5จี องค์กรธุรกิจมีต้นทุนการดำเนินงานที่น้อยกว่า” นายวอยแทน กล่าว

สำหรับงานวิจัยได้ประเมินกรอบและหลักการสำคัญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรการสำคัญของทุกประเทศ ได้แก่ 1.รัฐบาลประเทศสมาชิกเอเปกและอาเซียนควรร่วมกันปิดช่องว่างความแตกต่างข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ และเชื่อมโยงกรอบข้อกำหนดระดับภูมิภาค 2.ประเทศต่างๆ ควรพัฒนากฎหมายข้อบังคับส่วนบุคคลให้เป็นไปทางทิศทางเดียวกัน

มาตรการที่ 3 ควรมีการกำหนดนโยบายในภาครัฐและผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลร่วมมือระดับภูมิภาค และ 4.รัฐบาลควรชี้แจงแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลทั้งภาคเอกชนและภาควิชาการถึงแนวทางปฏิบัติต่างๆ

ข่าวอื่นๆ