เฟซบุ๊กปั๊มรายได้ไทย

  • วันที่ 16 พ.ค. 2561 เวลา 07:42 น.

เฟซบุ๊กปั๊มรายได้ไทย

เฟซบุ๊ก ประกาศแผนลงทุนไทย โฟกัส 3 เสาหลัก เอสเอ็มอี องค์กร คอมมูนิตี้ ชี้ธุรกิจทรานส์ฟอร์มโอกาสโตเศรษฐกิจดิจิทัล 3.2 แสนล้าน

นายจอห์น แวกเนอร์ กรรมการ ผู้จัดการ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กประกาศแผนเพิ่มการลงทุนในไทย ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ การขยายสำนักงานใหม่ เพราะไทยถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญของเฟซบุ๊ก โดยจะวางนโยบายสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าโอกาสการเติบโตธุรกิจในประเทศนั้นสูงถึง 3.2 แสนล้านบาทในปีนี้ หากธุรกิจไทยทรานส์ฟอร์มก้าวเข้าดิจิทัลหรือช่องทางออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือนานสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก

ทั้งนี้ นโยบายเฟซบุ๊กจะโฟกัสลงทุน 3 เสาหลัก ประกอบด้วย 1.ผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี โดยเฟซบุ๊กจะส่งเสริมเครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมใหม่ อาทิ การเปิดมาร์เก็ตเพลส ช่วยให้ลูกค้าค้นพบธุรกิจต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การชำระเงินผ่านพาร์ตเนอร์ในประเทศ รวมถึงการสร้างความรู้เพื่อให้เครื่องมือผ่านเฟซบุ๊กให้เกิดประสิทธิภาพ และทีมงาน สนับสนุนด้านการโฆษณา เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้น

"ในปีที่ผ่านมา ไทยเป็นอันดับหนึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็น 1 ใน 5 ของโลกที่ผู้คนติดต่อสื่อสารผ่านการส่งข้อความกับธุรกิจเอสเอ็มอี นอกจากนี้พบว่า 51% ของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเกิดขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอี เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศหรือคิดเป็น 98% ของธุรกิจในไทย คิดเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี 40% ธุรกิจเหล่านี้สร้างงาน 70% ของแรงงานทั่วประเทศ" นายแวกเนอร์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ยังพบว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยมากกว่า 2.5 ล้านราย ดำเนินธุรกิจบนเฟซบุ๊ก และมีคนไทยกว่า 40 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในไทยโดยที่เชื่อมต่อกับธุรกิจเอสเอ็มอี ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่นอกประเทศมากกว่า 100 ล้านคน ได้เชื่อมต่อธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านทางเฟซบุ๊ก กลุ่มประเทศที่ติดต่อกัน อาทิ เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย ลาว และฟิลิปปินส์

สำหรับเสาที่ 2 กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ มุ่งปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจที่กำลังมองหาช่องทางสู่อนาคตผ่านทางค้าทางโทรศัพท์มือถือและการพัฒนาองค์กร โดยสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มองค์กร ซึ่งผลวิจัยอุตสาหกรรมของภาคธุรกิจ 89% ของผู้นำองค์กรในไทยเชื่อว่าการเติบโตในอนาคตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่การทำธุรกิจเชิงดิจิทัล แต่มีเพียง 29% ที่มีกลยุทธ์เชิงดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ขณะที่เฟซบุ๊กจะเข้ามาพัฒนาวิธีการร่วมมือในองค์กรผ่านแพลตฟอร์มเวิร์กเพลซ บาย เฟซบุ๊ก เพื่อเชื่อมต่อการทำงานองค์กรและการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งพบว่าบริษัทต่างๆ พยายามลดช่องว่างผู้บริโภคด้วยการใช้ประโยชน์เครื่องมือของเฟซบุ๊ก เพราะพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ 60% ของผู้ซื้อสินค้าจะออกจากเว็บไซต์โดย ไม่กระทำใดๆ และ 60% ของการใช้มือถือ มีเพียง 15% ที่เปลี่ยนไปเป็นยอดขาย ส่วน 43% มักจะทิ้งตะกร้าสินค้า

ด้านเสาที่ 3 การสร้างคอมมูนิตี้หรือสังคมดิจิทัลของประเทศไทย โดยลงทุนสนับสนุนสังคมดิจิทัลผ่านโปรแกรมต่างๆ มีความร่วมมือในประเทศและการอบรมทักษะ เพื่อเสริมศักยภาพที่จำเป็นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนการพัฒนาของสังคมในประเทศไทย โดยในปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกว่า 51 ล้านคน/เดือน โต 11% และมีผู้ใช้งาน ทุกวันมากกว่า 34 ล้านคน ส่วนการจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้สามารถตอบรายละเอียดได้

 

ข่าวอื่นๆ