posttoday

"ระบบจดจำใบหน้า" อาวุธพลิกเกมค้าปลีกดั้งเดิม

10 ธันวาคม 2560

การประยุกต์ใช้ Facial Recognition หรือเทคโนโลยีการจดจำใบหน้ากำลังขยายวงกว้างไปอีกขั้น

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

การประยุกต์ใช้ Facial Recognition หรือเทคโนโลยีการจดจำใบหน้ากำลังขยายวงกว้างไปอีกขั้น นอกจากการนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนหรือในอุปกรณ์ไอทีต่างๆ อย่างที่คนทั่วไปคุ้นเคยกัน

ล่าสุดช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมามีรายงานว่า เฟซบุ๊กยักษ์โซเชียลมีเดีย ยื่นจดสิทธิบัตรการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าไปใช้ปรับปรุงงานบริการลูกค้าในร้านค้าปลีกแบบมีหน้าร้าน นอกจากนี้เฟซบุ๊กกำลังพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสำหรับการจ่ายเงินในร้านค้าด้วย โดยคร่าวๆ จะเป็นการตรวจจับใบหน้าลูกค้าตอนกำลังจ่ายเงิน แล้วจับคู่กับรูปถ่ายตามข้อมูลบัญชีเพื่อยืนยันตัวตน

หากมีการนำมาใช้จริง เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าคงเป็นตัว “พลิกเกม” ให้บรรดาร้านค้าปลีกอยู่ไม่น้อย ขณะที่กำลังเสียเปรียบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งนอกจากใช้สำหรับการจ่ายเงินแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยในการรวบรวมข้อมูลผู้บริโภค เช่น ช่วงอายุลูกค้า เพศ เวลาที่นิยมมาซื้อสินค้า รวมถึงความสนใจสินค้าแต่ละประเภทของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ซึ่งทำให้ร้านค้าสามารถจับความสนใจและความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

เมื่อพูดถึงการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าแล้ว จีนถือเป็นประเทศนำร่องในการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในวงกว้าง โดยครั้งที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคงเป็นช่วงเดือน ส.ค. ที่ร้านเคเอฟซีเริ่มใช้ระบบ “สไมล์ ทู เพย์” ซึ่งเอาเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้ในการชำระเงินออนไลน์เป็นครั้งแรกสำหรับผู้ใช้บริการอาลีเพย์ ของแอนต์ ไฟแนนเชียล โดยประเดิมที่เมืองหางโจว บ้านเกิดของอาลีบาบา บริษัทแม่ของแอนต์ ไฟแนนเชียล

ส่วนในขณะนี้ เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่ว่ากำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญให้ธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในจีน โดยบริษัท ซูหนิง คอมเมิร์ซ กรุ๊ป ผู้บริหารร้านค้าปลีกกว่า 1,500 แห่งในจีน กำลังจะเปิดตัว “ร้านไร้พนักงาน” อีก 3 แห่งในกรุงปักกิ่ง เมืองฉิงชิ่ง และเมืองซูโจวในอนาคตอันใกล้นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัทประสบความสำเร็จกับการทดลองเปิดร้านซูหนิง สปอร์ต ร้านไร้พนักงานแห่งแรกของบริษัท ที่เน้นขายอุปกรณ์กีฬาโดยเฉพาะ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาในเมืองนานกิง

หัวใจสำคัญของร้านไร้พนักงานของซูหนิงคือระบบ Biu ที่ผสมผสานเทคโนโลยีจดจำใบหน้า เทคโนโลยี อาร์เอฟไอดี (RFID) บิ๊กดาต้า และระบบการชำระเงินออนไลน์เข้าด้วยกัน สำหรับจุดเด่นของร้านดังกล่าว ประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเชื่อมต่อระบบร้านกับบัตรเครดิตของลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่น จากนั้นลูกค้าก็สามารถเดินเข้ามาในร้านได้ทันทีเพียงแค่สแกนใบหน้าบริเวณทางเข้า ในระหว่างเลือกซื้อของ ระบบจะบันทึกสินค้าต่างๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้การจ่ายเงินก่อนออกจากร้านใช้เวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น

นอกเหนือจากซูหนิงแล้ว หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ รายงานว่า การเปิด “ร้านไร้พนักงาน” กำลังได้รับความนิยมในบริษัทค้าปลีกจีนรายอื่นๆ ด้วย เช่น บิงโกบ็อกซ์ สตาร์ทอัพที่พัฒนาระบบร้านสะดวกซื้อ เตรียมเปิดร้านสะดวกซื้ออัตโนมัติอีก 5,000 แห่งทั่วจีนในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้ หลังเปิดสาขาแรกไปแล้วที่เมืองเซี่ยงไฮ้

ภาพ เอเอฟพี