หวั่นอี-คอมเมิร์ซชะงัก

  • วันที่ 08 พ.ย. 2560 เวลา 06:03 น.

หวั่นอี-คอมเมิร์ซชะงัก

อีเลฟเว่นสตรีท ชี้ภาครัฐยังไม่ควรเร่งเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซ ส่งผลกระทบเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานหลักของอี-คอมเมิร์ซ

นายฮงโชลจอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีเลฟเว่นสตรีท ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมอี-คอมเมิร์ซของประเทศไทยกำลังมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยมองจากการซื้อขายภายในอีเลฟเว่นสตรีทหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการมาเกือบ 1 ปี มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นจาก 700 บาท เป็น 1,400 บาท และมียอดการเข้าชมเว็บไซต์กว่า 17 ล้านครั้ง/เดือน

ทั้งนี้ โอกาสในการใช้จ่ายออนไลน์มีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าตัวเลขการเติบโตจะอยู่ที่ 1% ของธุรกิจค้าปลีกและต้องยอมรับกลุ่มเอสเอ็มอีถือว่าเป็นฐานใหญ่ของการซื้อขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

"การเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซ ถ้าเริ่มเก็บในตอนนี้เอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบ มากอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างในเกาหลีใต้ที่มีการเก็บภาษีและส่งผลกระทบกับ ภาพรวมตลาดอย่างมาก และใช้เวลาสักพักใหญ่ก่อนที่ผู้ขายรายย่อยจะเข้าใจและกลับมาทำการขายอีกครั้ง" นายฮงโชลจอน กล่าว

อย่างไรก็ตาม อี-คอมเมิร์ซของไทยมีการปรับตัวได้เร็ว การเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซคงใช้เวลาไม่นานที่ผู้ขายรายย่อยของไทยจะเข้าใจระบบต่างๆ แต่ควรจะให้เวลาอีกสัก 3-5 ปี โดยรอสัดส่วนการใช้จ่ายออนไลน์โตถึง 5% ของธุรกิจค้าปลีกก่อนก็ยังไม่สาย เพราะน่าจะเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจระบบ อี-คอมเมิร์ซได้ดีกว่านี้

นอกจากนี้ บริษัทมองว่าการจัดกิจกรรมการตลาดช่วงเทศกาลคนโสดภายใต้แคมเปญ 11.11 Mega Sale  จะช่วยกระตุ้นตลาดอี-คอมเมิร์ซปลายปีให้กลับมาคึกคัก เพราะทุกรายอัดงบตลาดกันเต็มที่ โดยที่อีเลฟเว่นสตรีทได้ใช้งบในรูปแบบส่วนลดมูลค่ากว่า 72 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ได้กับสินค้าทุกหมวด

ข่าวอื่นๆ