
เบอร์แนนคีส่งซิกปรับขึ้นดอกเบี้ยถอนการอัดฉีด
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารกลางสหรัฐ ย้ำมีแผนถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว แต่ยังไม่ใช่วันนี้วันที่ 11 ก.พ. เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณถึงการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐแล้วว่า เฟดอาจเริ่มคุมนโยบายการเงินให้เข้มข้นขึ้น ด้วยการดึงเงินออกจากระบบ ก่อนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมาในที่สุด หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดีขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ว่าการเฟดยืนยันว่ายังไม่ใช่ในเวลานี้ และยังต้องรอไปอีกหลายเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐผกผันกลับมาอ่อนแออีก
เบอร์แนนคี เปิดเผยก่อนขึ้นให้การกับคณะกรรมาธิการการเงิน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า เฟดอาจเริ่มต้นด้วยการยุติโครงการเงินกู้และเงินช่วยเหลือเข้าระบบ จากนั้นจึงจะตามมาด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างเฟดกับธนาคารพาณิชย์
“
เศรษฐกิจสหรัฐยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายการเงินที่จำเป็นอยู่ ทว่าเราเองก็มีเครื่องมือสำหรับยุทธศาสตร์ทางออกไว้แล้ว เพียงแต่ต้องรอจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น และเรามั่นใจว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง เราก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที” เบอร์แนนคี กล่าวนักวิเคราะห์ต่างระบุว่า เฟดกำลังเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบาก ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐด้วยการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำควบคู่ไปกับการอัดฉีดเงินกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 33 ล้านล้านบาท) เข้าระบบ ทว่าขณะเดียวกัน ก็ต้องควบคุมปัญหาเงินเฟ้อที่จะตามมาด้วย
ทั้งนี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0
–0.25% ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากต้องการให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่านี้ก่อน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการว่างงานในประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.8%






