
ค่ายรถญี่ปุ่นยังไม่พ้นวิบากกรรม ฮอนด้าเรียกคืนอีก 4 แสน
8...ทีมข่าวต่างประเทศ
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ประกาศเรียกคืนรถยนต์ล็อตใหญ่ระลอกใหม่อีก 4.37 แสนคันทั่วโลก เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ในรถ 5 รุ่นยอดนิยม หลังจากพบปัญหาที่ระบบถุงลมนิรภัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตไป 1 คน และบาดเจ็บ 11 คน ก่อนหน้านี้ ซึ่งนับเป็นการเรียกรถคืนครั้งล่าสุดตลอด 15 เดือนที่ผ่านมาของฮอนด้า ซึ่งมีจำนวนรถที่ถูกเรียกคืนรวมทั้งหมดเกือบถึง 1 ล้านคันทั่วโลกแล้ว
การเรียกคืนครั้งล่าสุดแบ่งเป็นรถ 3.78 แสนคันในสหรัฐ อีก 4.1 หมื่นคันในแคนาดา และอีก 1.7 หมื่นคันในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และบางประเทศในเอเชีย โดยเป็นรถยนต์รุ่นแอคคอร์ด ซีวิค โอดิสซี ซีอาร์วี ซึ่งผลิตขึ้นระหว่างปี 2001
–2002 และรุ่นอาคูรา ทีแอล ซีดาน ปี 2002แถลงการณ์ของฮอนด้า ระบุว่า บริษัทจะแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยด้านข้างคนขับ เนื่องจากพบปัญหากับชุดสร้างแรงดันก๊าซในถุงลมนิรภัย ทำให้ถุงลมมีแรงดันโป่งพองมากเกินไปจนอาจเกิดการระเบิด ซึ่งอาจส่งผลให้คนขับได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต
ทั้งนี้ ฮอนด้าเริ่มเรียกคืนรถครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ย. 2551 ในรถรุ่นแอคคอร์ด และซีวิค รวม 4,000 คันในสหรัฐ และอีก 218 คันในแคนาดา ทว่าได้ตัดสินใจขยายการเรียกคืนรถยนต์อีกครั้งเมื่อเดือนก.ค. 2552 หลังผลการสอบสวนของทางบริษัท ระบุว่า อาจมีรถยนต์ที่เกิดความผิดพลาดด้านระบบถุงลมนิรภัยเพิ่มขึ้นอีก โดยเป็นถุงลมนิรภัยที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทซัพพลายเออร์ ทาคาตะ คอร์ป ในญี่ปุ่น
ค่ายรถยนต์อันดับ 2 ของประเทศแห่งนี้ ยืนยันว่าบริษัทตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุ 12 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 11 คน ในเดือนก.ค. 2552
“
ทางฮอนด้าต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะสรุปเรื่องนี้ได้ เพราะเราต้องทดสอบหลายครั้งเพื่อให้มั่นใจก่อน และเราก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า ระบบถุงลมนิรภัยคือต้นเหตุของปัญหา” นัตสึโนะ อาซานุมะ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮอนด้าในกรุงโตเกียว กล่าวกับเอพีขณะเดียวกันทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคชาวไทย ยืนยันว่ารถยนต์ของฮอนด้าที่จัดจำหน่ายในไทยนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว เนื่องจากใช้ชุดสร้างแรงดันก๊าซในระบบถุงลมนิรภัยที่แตกต่างกัน และปัญหาดังกล่าวก็พบในแถบอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น
ส่วนทางด้านโตโยต้า มอเตอร์ ค่ายรถยนต์อันดับ 1 ในญี่ปุ่น ก็ยังหนีไม่พ้นวิบากกรมเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยล่าสุด กระทรวงคมนาคมสหรัฐเตรียมพิจารณาคำร้องของผู้บริโภคราว 84 คน ที่ร้องเรียนเรื่องระบบพวงมาลัย ในรถรุ่นโคโรลล่า ปี 2009
– 2010 ซึ่งนับเป็นกรณีล่าสุดหลังจากที่พบปัญหาเรื่องระบบแป้นคันเร่งและระบบเบรก จนต้องเรียกคืนรถยนต์ไปกว่า 8 ล้านคันทั่วโลกก่อนหน้านี้ปัญหาที่ระบบเบรกจนโตโยต้าต้องเรียกคืนรถยนต์ไฮบริดทั่วโลก โดยเฉพาะพริอุส ซึ่งเป็นรถประหยัดพลังงานรุ่นยอดนิยมของบริษัทนั้น ทำให้โตโยต้า ได้ออกมาปฏิเสธที่จะรับรางวัลรถยนต์ประหยัดพลังงานแล้ว โดยพอล โนลาสโก โฆษกของโตโยต้า ระบุเพียงว่า ทางบริษัทคิดว่าคงไม่เหมาะสมที่จะรับรางวัลดังกล่าว จึงได้แจ้งไปยังทางการญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้พิจารณามอบรางวัลแล้ว
วันเดียวกัน เซอิจิ มาเอฮาระ รัฐมนตรีคมนาคมของญี่ปุ่น ก็ได้เปิดเผยว่า อาคิโอะ โตโยดะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ อาจต้องเดินทางไปขึ้นให้การกับสภาคองเกรสสหรัฐด้วยตนเอง กรณีที่โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ในสหรัฐและทั่วโลกจากปัญหาเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัย
มาเอฮาระ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากประธานโตโยต้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า โตโยดะอาจต้องเดินทางไปสหรัฐอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ปากคำถึงรายละเอียดเรื่องการเรียกคืนรถยนต์ และย้ำความเชื่อมั่นกับบรรดาผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ประธานโตโยต้าอาจได้เข้าพบกับ เรย์ ลาฮูด รัฐมนตรีคมนาคมของสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม ริริโกะ ทาเคอุชิ โฆษกของโตโยต้า ยังคงยืนยันว่า ประธานบริษัทได้ยืนยันระหว่างการแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะส่ง โยชิมิ อินาบะ ผู้บริหารของโตโยต้าภาคพื้นอเมริกาเหนือไปคุยในเรื่องนี้ และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลใดๆ เกิดขึ้น
รายงานคาดว่า อินาบะ จะขึ้นให้การกับสภาคองเกรสสหรัฐในวันที่ 10 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดว่าบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกสหรัฐ จะซักถามหลักๆ ในประเด็นที่ว่า โตโยต้ารับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด และมีปฏิกิริยาตอบรับเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร ทว่าสถานการณ์พายุหิมะที่ถล่มสหรัฐในขณะนี้อาจทำให้การขึ้นให้การเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 24 ก.พ.แทน







