posttoday
ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

26 มิถุนายน 2554

หลังจากไปเยี่ยมชมศาลเจ้าอิเสะเสร็จแล้ว เรายังเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เลยย้อนกลับไปที่ย่านโอคาเงะโยโกะโจ (Okage Yokocho)

หลังจากไปเยี่ยมชมศาลเจ้าอิเสะเสร็จแล้ว เรายังเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เลยย้อนกลับไปที่ย่านโอคาเงะโยโกะโจ (Okage Yokocho)

อีกครั้ง เพื่อช็อปปิ้งทิ้งทวน สำนวนทิ้งทวนนี้ใช้ได้ดีกับคนไทยมาก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในย่านช็อปปิ้งและมีเวลาจำกัด เพราะแทบจะเป็นชาติเดียวในโลกเลยก็ว่าได้ ที่เมื่อไหร่มีเวลาว่างเป็นต้องช็อปปิ้ง เวลายิ่งน้อยยิ่งซื้อได้มาก ซื้อได้ซื้อดีซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้าจริงๆ เพราะแบบนี้คนไทยเราไปที่ไหนก็เลยมีแต่คนต้อนรับ บวกกับอุปนิสัยที่ ถ้าเธอว่าดีฉันก็ว่าด้วย เลยยิ่งสนุกกันไปใหญ่ เพื่อนหยิบเราหยิบด้วย เราหยิบเพื่อนหยิบบ้าง เป็นอย่างนี้ดีด้วยกันทุกฝ่าย

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

ร้านค้าต่างๆ ในย่านโอคาเงะโยโกะโจนั้นน่าซื้อน่าชิมไปหมด เป็นที่ถูกใจทีมงานของเราเป็นยิ่งนัก และโดยเฉพาะคุณออย จากสุดสัปดาห์ยิ่งชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เดินสำรวจทุกร้านทุกซอกทุกมุม ใครอยากติดตามอ่านเรื่องของจังหวัดมิเอะเพิ่มเติมแถมมีภาพประกอบสวยๆ ให้ชม ลองไปหาอ่านได้ในนิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 16 มิ.ย. ที่กำลังวางแผงอยู่ในขณะนี้ ส่วนผมนั้นไปติดใจร้านขายเนื้อวัวอยู่ร้านหนึ่ง เขาขายเนื้อวัวท้องถิ่น คือ Ise Gyu หรือเนื้อวัวอิเสะ ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครรู้จักหรอกครับ แต่ถ้าผมบอกว่าเมื่อก่อนมันคือเนื้อมัตสึซากะล่ะจะเชื่อมั้ย ใครที่ชอบทานของดีราคาถูกต้องเนื้ออิเสะนี่แหละครับ เพราะเมืองอิเสะกับเมืองมัตสึซากะนั้นอยู่ติดกัน ทีนี้ฟาร์มวัวมัตสึซากะซึ่งมันควรจะอยู่เฉพาะในเมืองมัตสึซากะดันขยายตัวจนข้ามเขตมายังเมืองอิเสะที่อยู่ใกล้กันมากเหมือนชายขอบของลำพูนกับชายขอบของเชียงใหม่ที่อยู่ใกล้กันจนแยกไม่ออก และด้วยเงื่อนไขของภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ไม่ต่างกัน วิธีการเลี้ยงที่ถอดแบบกันออกมา วัวที่ถูกเลี้ยงในเมืองอิเสะจึงมีคุณภาพไม่ต่างจากวัวที่ถูกเลี้ยงในเมืองมัตสึซากะเลย พอนานๆ เข้าเจ้าของแบรนด์ท้องถิ่นดันไม่พอใจ เพราะทำไปทำมาราคามันไม่เสถียร เนื่องจากมีปริมาณของเนื้อในตลาดมากเกินไป ก็เลยทำเรื่องและออกกฎว่า เนื้อที่จะเรียกว่าเนื้อมัตสึซากะต้องมาจากฟาร์มในเมืองมัตสึซากะเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นวัวพันธุ์เดียวกันเลี้ยงแบบเดียวกัน แต่ถ้าอยู่นอกเขตเมืองมัตสุซากะออกไป อย่ามาสมอ้างว่าเป็นเนื้อมัตสึซากะเด็ดขาดเขาไม่ยอม วัวเหล่านั้นที่เคยร่วมใช้ชื่อมัตสึซากะได้ ก็เลยต้องกลายมาเป็นวัวอิเสะ ที่บังเอิญว่ามีคุณภาพของเนื้อแทบไม่ต่างจากเนื้อมัตสึซากะเลย

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

ในร้านนอกจากขายเนื้อวัวอิเสะแล้ว ยังมีของโปรดของผมอีกอย่างคือ Menchi Katsu หรือแปลย้อนกลับไปยังภาษาต้นฉบับก็คือ Mince Cutlet เป็นเนื้อสับชุบไข่แล้วนำไปคลุกกับเกล็ดขนมปังทอดในน้ำมันร้อนๆ ใครเคยทานทงคัตสึ (Tonkatsu) คงพอนึกออก ทงคัตสึเป็นเนื้อหมูชิ้น แต่ Menchi Katsu เป็นเนื้อสับ นอกนั้นเหมือนทงคัตสึทุกประการ ถือเป็นอาหารราคาถูกปกติราคาชิ้นละ 100200 เยนเท่านั้น หาทานได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น ไปไหนเมืองไหนถ้ารู้ว่ามี ผมต้องไปชิมให้จงได้ ที่ชอบๆ ก็มีที่ย่านยานากะในโตเกียว ที่ไชนาทาวน์ในโกเบ แล้วก็ที่ฮอกไกโดอีกแห่ง แต่ของที่นี่เขาใช้เนื้ออิเสะทำ ผมก็เลยต้องขอลองชิมเสียหน่อย เพราะมาทริปนี้มีแต่รายการชิมกุ้งอิเสะ และอิเสะอุด้ง เลยต้องหาโอกาสลองทานเนื้ออิเสะให้ได้ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ กัดเข้าไปนี่ยังร้อนอยู่เลย เนื้อสับที่คลุกกับหัวหอมปรุงรสง่ายๆ ด้วยเกลือและพริกไทย ร้อนนุ่มชุ่มฉ่ำไปทั่วทั้งปาก กรอบนอกนุ่มใน ร้อนแค่ไหนก็ต้องกัดตามเป็นคำที่สอง เพราะรสสัมผัสมันสุดยอดจริงๆ เป็นวิธีการทานเนื้อดีๆ อีกแบบ แถมเคี้ยวง่ายย่อยง่ายดีต่อกระเพาะและลำไส้ ที่สำคัญราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ แค่ชิ้นละ 120 เยนเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังมีครอกเกะ (Croquetee) และคุชิกัตสึ (Kushigatsu) ในราคาแค่ชิ้นละ 85 เยนไว้บริการอีกด้วย

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

 

เสร็จจากช็อปปิ้งทิ้งทวนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะของเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พัก คืนนี้เราเปลี่ยนที่พักไปนอนที่เมืองชิมะ เป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเล ที่พักของเราคือ Haruka Silence Resort เป็น Boutique Hotel เจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณรอย นาคะงาวะ เจ้าของ Misugi Resort คนเดียวกันนั่นแหละครับ ดูจากภายนอกผมนึกถึงคอนโดมิเนียมขนาดเล็กริมหาดแถวระยองบ้านเรา แต่พอเข้าไปในตัวโรงแรมแล้วถึงรู้ว่ารีสอร์ตแห่งนี้ไม่ธรรมดา และเมื่อขึ้นไปที่ห้องพัก โอ้โห หรูหราไม่เบา เป็นห้องนอนแบบญี่ปุ่นที่กว้างขวางกว่าปกติ มีห้องอาบน้ำที่มองเห็นวิวทะเลกันแบบเต็มตา ที่นี่เขามีห้องพักไม่มาก ผมลองนับดูจากแผนผังนับได้ประมาณ 20 ห้องแค่นั้นเอง 1 ชั้นมี 56 ห้อง เป็นส่วนตัวมากๆ แต่ที่ประทับใจสุดๆ ต้องยกให้ ออนเซ็นบนดาดฟ้าของโรงแรม ที่มองเห็นทะเลกว้างไกลสุดตา เป็นออนเซ็นแบบส่วนตัวที่ใครจะใช้ต้องไปขอจับจองกันไว้ก่อน ถ้าไม่รังเกียจห้องรวมก็มีที่ชั้นล่าง แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ต้องชั้นบนสุด มีให้เลือก 2 ห้อง 2 อารมณ์ ทั้งสองห้องเปิดโล่งมองเห็นประภาคารและสะพานปลาอยู่ไม่ไกล แต่ความสงสัยพลันบังเกิดจึงถามคุณรอยว่า แถบนี้มีน้ำแร่ด้วยเหรอ เพราะแถวนี้ไม่มีประวัติขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ คำตอบที่ได้คือ ต้องขนน้ำแร่จากมิสุหงิรีสอร์ตมาใส่แท็งก์ไว้ เพราะอยากให้ลูกค้าได้เอนจอยน้ำแร่ที่มีคุณภาพในบรรยากาศริมทะเล ฟังแบบนี้แล้วผมทึ่งจริงๆ ยอมลำบากเพื่อให้ลูกค้ามีความสุขมากยิ่งขึ้น ทำธุรกิจแบบนี้นี่เองถึงได้รวยเอารวยเอา

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 20

  

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี