posttoday
ความต่างทางวัฒนธรรม อุปสรรคที่คาดไม่ถึงของการค้าจีน-บราซิล

ความต่างทางวัฒนธรรม อุปสรรคที่คาดไม่ถึงของการค้าจีน-บราซิล

05 มิถุนายน 2554

แม้จะอิดออดเพราะไม่อยากโดนจับได้ว่ากำลังคุยเล่นในชั่วโมงทำงาน แต่เพียงไม่ถึงวินาที ติอาโก พนักงานหนุ่มบรรจุสินค้าตามชั้นวางของร้านขายของชำ ก็พรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานเกี่ยวกับเจ้านายชาวจีน ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก

แม้จะอิดออดเพราะไม่อยากโดนจับได้ว่ากำลังคุยเล่นในชั่วโมงทำงาน แต่เพียงไม่ถึงวินาที ติอาโก พนักงานหนุ่มบรรจุสินค้าตามชั้นวางของร้านขายของชำ ก็พรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานเกี่ยวกับเจ้านายชาวจีน ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก

“เจ้านายผมไม่เคยได้ยินคำว่าวันหยุด เพราะฉะนั้นเรื่องวันพักร้อนก็ลืมไปได้เลย พวกเขาจ่ายเงินดีมาก แถมมีค่าล่วงเวลาให้ด้วย แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่ามันมีบางอย่างที่สำคัญมากกว่าเงินสำหรับคนบราซิล” พนักงานในวัย 20 ปี กล่าว โดยได้เพิ่มเติมถึงสิ่งที่เห็นว่า คนบราซิลมากมายที่มาสมัครงานเผ่นหนีเกือบทันทีแทบทุกรายเมื่อรู้วิธีการทำงานของคนจีน

สิ่งที่ ติอาโก พูด ได้สะท้อนให้เห็นว่าจีนและบราซิล สองประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในขณะนี้ กำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้งด้านวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ขัดขวางสายสัมพันธ์ทางธุรกิจที่กำลังรุ่งเรือง

ความต่างทางวัฒนธรรม อุปสรรคที่คาดไม่ถึงของการค้าจีน-บราซิล

จากข้อมูลของ SOBEET คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของบราซิล การลงทุนโดยตรงจากบรรดาบริษัทจีนในบราซิลทะยานเพิ่มขึ้นถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.15 แสนล้านบาท) เมื่อปี 2553 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 60 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันบริษัทจีนทั้งหลายก็เริ่มที่จะว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นแทนที่จะนำเข้าแรงงานจีนเหมือนเคย

ข้อเท็จจริงข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการติดต่อสัมพันธ์ที่เริ่มจะมีมากขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังที่แตกต่างกันอย่างมหาศาลในเรื่องบทบาทลูกจ้าง กฎระเบียบของรัฐบาล และความปรองดอง

ขณะที่แรงงานชาวบราซิลได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายที่เป็นมิตรกับแรงงานมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งการรับประกันโบนัสประจำปี 1 เดือน และเงินค่าครองชีพสำหรับค่าอาหารและค่าเดินทาง

ในทางกลับกัน จีนซึ่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีจุดแข็งอยู่ที่แรงงานราคาถูก และถึงแม้จะมีกฎหมายแรงงาน แต่จากข้อมูลของสถาบันเพื่อสิทธิมนุษยชนและแรงงานโลก ระบุว่า ในทางปฏิบัติแล้วจีนไม่เคยมีการปกป้องคุ้มครองแรงงาน

แน่นอนว่าบรรดาบริษัทจีนพยายามที่จะเผยแพร่รูปแบบการดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จไปทั่วโลก ส่งผลให้เป็นเรื่องยากที่จะรักษาพนักงานไว้ได้ แม้กระทั่งในตำแหน่งผู้จัดการ อย่างน้อยที่สุดก็ในประเทศบราซิล

จากผลการสำรวจผู้บริหารชาวบราซิลจำนวน 500 คน ซึ่งทำงานให้กับบริษัทจีน อเมริกาเหนือ และยุโรปของ ไมเคิล เพจ อินเตอร์เนชันแนล (Michael Page International) บริษัทจัดหางานซึ่งจัดทำให้กับหนังสือพิมพ์ โฟลา เดอ เซา เปาโล (Folha de S. Paulo) พบว่า 42% ของผู้บริหารที่ทำงานให้กับเหล่าบริษัทจีน ลาออกจากงานภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ขณะที่อัตราการเปลี่ยนงานสูงถึง 68% เมื่อเทียบกับผลการศึกษาที่ได้จากบริษัทสัญชาติอื่น

ทั้งนี้ เรื่องที่แรงงานชาวบราซิลพร่ำบ่นกันมากก็คือ เรื่องที่นายจ้างชาวจีนไม่เข้าใจวัฒนธรรมของบราซิลที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ยิ่งไปกว่านั้นลูกจ้างชาวบราซิลยังรู้สึกขุ่นเคืองต่อรูปแบบการปกครองที่ส่งผลให้ผู้บริหารในพื้นที่ไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจเท่าที่ควรจะเป็น

ความต่างทางวัฒนธรรม อุปสรรคที่คาดไม่ถึงของการค้าจีน-บราซิล

“ความเข้าใจผิดในเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างกันกำลังทำลายการพัฒนาของบริษัทจีนในบราซิล” มาร์เซโล เดอ ลุคกา ผู้อำนวยการของไมเคิล เพจ ในบราซิลกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทข้ามชาติไม่ว่าสัญชาติใด เมื่อเข้ามาลงทุนในบราซิลหรือประเทศอื่น ย่อมต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ แต่สำหรับประเทศจีนซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ อาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่าประเทศอื่นๆ ในการปรับตัว

เคพีเอ็มจี บริษัทด้านการบัญชีระดับโลก ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริษัทจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจในบราซิล เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเลขของรัฐวิสาหกิจจีนขนาดใหญ่ที่มีรายได้ประจำปีมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเข้ามาลงทุนในบราซิลมีอยู่ประมาณ 30 บริษัทจากทั้งหมด โดยเพิ่มมากกว่า 3 เท่าจากเมื่อ 5 ปีก่อน

ตัวเลขการค้าในระดับทวิภาคีของจีนและบราซิลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันเพิ่มมากกว่า 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.69 ล้านล้านบาท) ซึ่งหากเทียบกับเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.97 หมื่นล้านบาท) นับว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากทีเดียว และจีนได้ก้าวข้ามสหรัฐกลายเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของบราซิลเมื่อปี 2552

อย่างไรก็ตาม บราซิลไม่ใช่ประเทศแรกในแถบละตินอเมริกาที่จีนเดินหน้าเจรจาทำการค้าด้วย เพราะบรรดาบริษัทจีนต่างกระจายตัวบุกตลาดภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านเหมืองในอาร์เจนตินา ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมในเม็กซิโก ตลอดจนการทำข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับเปรู คอสตาริกา และชิลี

จางเจียนหัว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของธนาคารกลางจีนในกรุงเซาเปาโล ระบุว่า ความมั่งคั่งของบราซิลในด้านแร่เหล็ก ถั่วเหลือง น้ำมัน และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ เป็นตัวดึงดูดให้บริษัทจีนทั้งหลายเข้ามาลงทุน โดยบริษัทจีนหลายแห่งเริ่มมองว่าการย้ายฐานมาใกล้กับแหล่งวัตถุดิบจะเป็นการประหยัดต้นทุนได้มากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทเหล่านี้ยังมองว่าตลาดชนชั้นกลางที่กำลังบูมเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนงาม

แม้ว่าประเทศจีนจะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าประสบการณ์ของบรรดาบริษัทจีนจากประเทศอื่นๆ ในแถบละตินอเมริกา จะไม่ได้ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นในบราซิลเลย

อดีตผู้บริหารระดับสูงของเลอโนโว บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สัญชาติจีน ระบุว่า ชาวบราซิลซึ่งทำงานอยู่ในองค์การข้ามชาติเหล่านี้ต่างรู้สึกท้อแท้ผิดหวัง โดยเฉพาะความต้องการของผู้ว่าจ้างที่คุ้นชินกับการได้รับการตอบสนองในทันที แต่ไม่ใช่สำหรับที่แห่งนี้ ที่ระเบียบแบบแผนใช้ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไรนัก เพราะแม้กระทั่งงานปกติธรรมดาอย่างรับโทรศัพท์ หรือเช่าอพาร์ตเมนต์ อาจต้องใช้เวลาเป็นวันๆ กับงานเอกสารที่กองสุมมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นแรงงานชาวบราซิลส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับสไตล์การบริหารงานที่รีบเร่งชนิดแทบไม่หายใจของเจ้านายชาวจีน

ความต่างทางวัฒนธรรม อุปสรรคที่คาดไม่ถึงของการค้าจีน-บราซิล

“ทั้งหมดที่กล่าวไม่ใช่แค่เรื่องปริมาณของงานที่เราต้องทำงาน 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ แต่บรรดาบอสชาวจีนต้องการให้ลูกน้องอยู่ในออฟฟิศแบบ 100% เต็ม เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถควบคุมลูกน้องทั้งหลายได้” อดีตผู้บริหารเลอโนโว กล่าวภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ระบุชื่อ ด้วยเกรงว่าอาจเป็นอันตรายต่อพนักงานบราซิลคนอื่นๆ ในโรงงาน

“นั่นไม่ใช่วิธีการจัดการในบราซิลอย่างแน่นอน คุณไม่สามารถขังพนักงานไว้ในสำนักงานระหว่างมื้อเที่ยง ตลอดมื้อเย็น หรือแม้กระทั่งช่วงดื่มสังสรรค์ แล้วหวังว่างานจะเดินรุดหน้าไปได้” อดีตผู้บริหารเลอโนโว ชี้แจง พร้อมๆ กับกล่าวเพิ่มเติมว่า บรรดาบอสชาวจีนมักจะสร้างความรู้สึกไม่เป็นมิตรกับลูกน้อง โดยการดุด่าเหล่าผู้จัดการโครงการต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ

นอกจากนี้ เพราะเจ้านายจีนคิดว่าคนงานจะทำงานได้มากขึ้น หากได้รับคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้าใหญ่ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พนักงานบราซิลคิด ซึ่งนั่นส่งผลให้พนักงานเสียแรงจูงใจ เพราะคิดว่าผู้จัดการไม่ให้ความเคารพ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แต่ชาวบราซิลเท่านั้นที่พบกับปัญหาความต่างทางวัฒนธรรม บรรดาผู้บริหารชาวเอเชียเองก็อดที่จะบ่นไม่ได้เมื่อต้องพบกับหลักการทำงานที่ไม่ค่อยเคร่งครัดของเหล่าลูกจ้างชาวบราซิล แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านั้น เนื่องจากติดขัดที่กฎหมายซึ่งบังคับให้บริษัทต่างชาติต้องว่าจ้างแรงงานในท้องถิ่น

ชาร์ลส ถัง ผู้ก่อตั้งหอการค้าและอุตสาหกรรมจีนบราซิล เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ได้ย้อนความถึงความยุ่งยากที่ต้องเผชิญเมื่อธนาคารแห่งบอสตันส่งตัว ถัง มาทำงานในบราซิลครั้งแรกช่วงกลางปี 2513 ซึ่ง ถัง ระบุว่า รู้สึกอ่อนอกอ่อนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกับความไม่ตรงต่อเวลาของคนบราซิล

“ผมแทบจะเอาหัวโขกกำแพงทุกวันตลอดระยะเวลา 1 ปีที่อยู่ที่นี่ ก่อนที่ผมเริ่มจะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของบราซิล” ถัง กล่าว

สิ่งที่ ถัง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีของบราซิลหลังจากนั้นก็คือ การผ่อนคลาย การตระหนักว่าไม่มีใครหน้าไหนจะมาประชุมทันเวลา และเข้าใจว่าบรรยากาศสบายๆ แบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้ทำให้ความเป็นมืออาชีพอ่อนด้อยลง โดย ถัง ได้เรียนรู้ว่ารูปแบบการทำงานที่แตกต่างไม่ได้ส่งผลกระทบต่อส่วนที่สำคัญที่สุดของงานเลยแม้แต่น้อย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงจากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด กลุ่มธุรกิจจากสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา 30% ของแรงงานชาวบราซิลมีความสามารถในการสร้างผลผลิตได้มากกว่าประเทศคู่ค้าอย่างจีน แต่ผลผลิตของประเทศจีนกลับมีอัตราการเติบโตในแต่ละปีสูงขึ้นมากกว่าประเทศบราซิลถึง 2 เท่า

ที่ผ่านมา บรรดาบริษัทข้ามชาติจากจีนหลีกเลี่ยงความยุ่งยากจากความต่างทางวัฒนธรรมด้วยการนำเข้าแรงงานชาวจีนจำนวนหลายพันคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ อันโตนิโอ แบร์รอส เดอ คาสโตร อดีตผู้บริหารธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งบราซิล ระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ของบราซิลไม่อาจยอมทนได้

“พวกเขา (บริษัทจีน) รู้อยู่แล้วว่าต้องว่าจ้างแรงงานในพื้นที่ ซึ่งในประเทศอื่นอย่างแอฟริกา พวกเขาแก้ปัญหาแรงงานด้วยการมองข้าม แล้วก็นำเข้าชาวจีนมาทำงานแทน แต่ไม่ใช่ที่นี่ และรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้เรื่องดังกล่าวได้รับการปฏิบัติอย่างชัดเจน” แบร์รอส กล่าว

แม้จะมีความพยายามที่จะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ความคลางแคลงใจก็คงยังมีให้อยู่ทั่วไปในละแวก Liberdade ทางตอนกลางของกรุงเซาเปาโล

“พนักงานบราซิลต้องการวันหยุด วันพักร้อน เพื่ออะไรก็ไม่รู้ พวกเขาอยากไปชายหาดเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แน่นอนว่าชายหาดเป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์ แต่ถ้าคุณส่งคนจีนสักคนไปที่นั่น เขาจะไปเพื่อที่จะขายอะไรบางอย่าง” ซิลิโอ หลิน พนักงานคุมบัญชีธุรกิจร้านอาหารจีนในบราซิลของครอบครัวในวัย 29 ปี สรุป

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่