
ถึงอย่างไรก็ประเทศของเรา
ในขณะที่การหาเสียงกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
ในขณะที่การหาเสียงกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
โดย..ภุทรัตน์ ทักษาดิพงษ์
บ้านเมืองเต็มไปด้วยน้ำลายของนักการเมืองและสกปรก เพราะโคลนที่นักการเมืองสาดใส่กัน อีกด้านหนึ่ง คนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของชาติกำลังออกไปต่อสู้ในเวทีโลกเพื่อปกป้อง “ผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ” โดยมี “แผ่นดิน” เป็นเดิมพัน คุณวีระชัย พลาศรัย ท่านทูตประจำกรุงเฮก จะถือธงออกไปต่อสู้กับเขมรในเวทีศาลโลกเมื่อเขมรขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาปี 2505 เพื่อให้ศาลโลกขยายความว่า พื้นที่ 4.6 ตร.กม.เป็นของเขา
ในขณะที่ คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ต้องไปต่อสู้คัดค้านไม่ให้คณะกรรมการมรดกโลกเดินหน้ายอมรับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารตามที่เขมรเสนอเพราะรุกล้ำเข้ามาในเขตไทย การต่อสู้ของ 2 คณะเป็นมรดกที่ตกทอดมาถึงรัฐบาลปัจจุบันโดยมี “เดิมพัน” สูงมาก ดังนั้น คนไทยไม่ว่าจะฝักใฝ่กันเองฝ่ายไหนต้องให้กำลังใจและผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญยิ่งครั้งนี้
เราต้องยอมรับว่า เราไม่ได้เตรียมตัวในเรื่องนี้มาเลยเมื่อเปรียบเทียบกับเขมรที่เกาะติดเรื่องนี้มาโดยตลอดโดยถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลฮุนเซนที่บริหารประเทศต่อเนื่องมากกว่า 32 ปีแล้ว ในขณะที่ไทยเปลี่ยนรัฐบาลแทบทุก 23 ปี เราหาคนที่รู้เรื่องนี้โดยตลอดยากมาก ส่วนใหญ่เพิ่งจะมาศึกษาเรียนรู้กันในภายหลังช่วง 23 ปีที่ผ่านมานี้เอง เมื่อไทยไม่ได้เตรียมตัว จึงไม่ได้หาพวก
ในขณะที่เขมรหาพวกมาโดยตลอดนอกเหนือจากฝรั่งเศสซึ่งเป็นจ้านายเก่าและคอยช่วยเขมรตลอดมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ดังนั้น เราจึงเสียเปรียบในเวทีโลกที่เขมรเป็นฝ่ายรุก และไทยตกเป็นฝ่ายรับตลอดมา
การที่เราไม่ได้เตรียมตัวอย่าง เราจึงเสียเปรียบเขมรตั้งแต่ยกต้นๆ เมื่อเขมรนำกรณีพิพาทสู่เวทีสหประชาชาติโดยดึงองค์การโลกให้มาเล่นงานไทย
วันนี้ เรากำลังไปสู้กับเขมรในเวทีโลก คือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลกอีกครั้งเพราะเขมรขอให้ศาล “ตีความ” คำพิพากษาปี 2505 ในส่วนที่ว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และไทยต้องถอนทหาร ตำรวจ ผู้เฝ้ารักษาหรือผู้ดูแลออกจากปราสาทหรือ “บริเวณ” ใกล้เคียงปราสาทในดินแดนกัมพูชา ซึ่งเขมรต้องการให้บริเวณดังกล่าวคลุมพื้นที่ 4.6 ตร.กม. โดยอ้างแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ระวางดงรัก ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นและขีดเส้นเอาปราสาทพระวิหารไปเป็นของตน
เขมรอ้างว่าเป็นฐานในการที่ศาลยึดถือพิจารณาครั้งก่อน เขมรยังขอให้ศาลโลกออก “มาตรการชั่วคราว” ให้ไทยถอนกำลังทั้งหมดออกจากพื้นที่ปราสาททันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ห้ามไทยมีกิจกรรมทางทหารใดๆ ในพื้นที่ปราสาท และให้ไทยงดกระทำการเหนือดำเนินการใดๆ ที่กระทบสิทธิของกัมพูชา หรือเพิ่มความขัดแย้งในคดีการตีความจนกว่าศาลโลกจะดำเนินการตีความเสร็จสิ้น
ถามต่อว่าในเมื่อเราไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลกหลังคำตัดสินปี 2505 เราจะไปชี้แจงทำไม? เพราะหากศาลตีความว่าอธิปไตยของกัมพูชาคลุมพื้นที่ 4.6 ตร.กม. เราก็ต้องปฏิบัติตามศาลโลกใช่หรือไม่? มีคำชี้แจงว่า นี่เป็นคดีเก่าปี 2505 ที่ไทยยอมรับอำนาจศาลไว้แล้ว คำพิพากษาของศาลจึงผูกพันไทย เมื่อเป็นเช่นนี้ ไทยจึงต้องตั้งทีมไปชี้แจง
มิฉะนั้น ศาลโลกจะฟังข้อมูลกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งจะทำให้ไทยเสียเปรียบ ดังนั้น เราจะมีโอกาสชี้แจงศาลโลกว่า ศาลโลกขณะนั้นไม่พิจารณาคำร้องของเขมรที่ให้กำหนดเขตแดน เพราะฉะนั้น วันนี้จะมาตัดสินพื้นที่ 4.6 ตร.กม. โดยอ้างแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ได้หรือ
มีคำถามอีกว่า เมื่อปี 2505 ทีมไทยคิดว่าชนะจึงไม่ขอเปลี่ยนผู้พิพากษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับไทย ทั้งที่รู้ว่าผู้พิพากษาฝรั่งเศสก็ต้องช่วยเขมรซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของตนอยู่ดี ครั้งนี้ ไม่ทราบว่ามีคนฝรั่งเศสเป็นผู้พิพากษาศาลโลกด้วยหรือไม่ ถ้ามี ไทยจะขอเปลี่ยนตัวหรือไม่อย่างไร
คนไทยมีสิทธิที่จะกังวลที่กระทรวงการต่างประเทศแต่งตั้งชาวฝรั่งเศสเป็นที่ปรึกษาทีมทนายของไทยและแต่งตั้งชาวฝรั่งเศสเช่นกันเป็นผู้พิพากษาเฉพาะกิจเพราะไม่มีคนไทยอยู่ในคณะผู้พิพากษาศาลโลก ซึ่งมี 15 คนโดยครั้งนี้มีชาวญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นทูตเขมรมาก่อนเป็นประธาน เหตุผลและความจำเป็นที่กระทรวงการต่างประเทศต้องแต่งตั้งชาวฝรั่งเศสดังกล่าวที่เข้าใจได้ อย่างไรก็ดี เราอดคิดต่อไปไม่ได้ว่า เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ คนฝรั่งเศสจะทำเพื่อนายจ้างไทยหรือคิดถึงผลประโยชน์ของฝรั่งเศสซึ่งน่าจะอยู่ที่เขมรมากกว่าไทย
ภาพความร้ายกาจของฝรั่งเศสในความสัมพันธ์กับไทยสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 รวมทั้งการที่ฝรั่งเศสมาจารกรรมความลับของไทยเอาไปให้เขมรในการต่อสู้คดีเขาพระวิหาร ยังตามหลอกหลอนคนไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ดี ความร้ายกาจของฝรั่งเศสยังไม่เท่ากับความร้ายกาจของคนไทยหัวใจเขมร ที่เห็นประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าผลประโยชน์ของชาติ เพราะมีอดีตผู้นำไทยอย่างน้อย 3 คน โดยไม่นับรวมนักการเมืองอีกหลายคน ที่ยอมซูฮกให้กับฮุนเซน แม้แต่ในกระทรวงการต่างประเทศเองก็เถอะ ลองมองรอบๆ บ้างก็จะดี







